นานาประเทศตกลงเลิกใช้อุดฟันปรอทภายในปี 2034

9 พ.ย. 2568 - 08:00

  • กว่า 150 ประเทศตกลงเลิกใช้อุดฟันปรอทภายในปี 2034

  • WHO จัดปรอทเป็นสารเคมีอันตราย 10 อันดับแรกต่อสาธารณสุข

  • การตัดสินใจครั้งนี้จะเปลี่ยนแปลงวงการทันตกรรมทั่วโลก

นานาประเทศตกลงเลิกใช้อุดฟันปรอทภายในปี 2034

กว่า 150 ประเทศทั่วโลกตกลงเลิกใช้อุดฟันผสมปรอทภายในปี 2034 หลังการประชุมในกรุงเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของวงการทันตกรรมโลก

ประเทศสมาชิกอนุสัญญามินามาตะว่าด้วยปรอท ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อปกป้องสุขภาพมนุษย์และสิ่งแวดล้อมจากมลพิษปรอท ได้ประกาศยุติการใช้อุดฟันผสมปรอทในแถลงการณ์ปิดการประชุม โดยระบุว่าการสิ้นสุดการใช้อุดฟันผสมปรอทในปี 2034 เป็นจุดสำคัญทางประวัติศาสตร์ในการลดมลพิษปรอท

องค์การอนามัยโลกเตือนอันตรายปรอท

องค์การอนามัยโลกจัดอันดับปรอทเป็นสารเคมีอันตราย 10 อันดับแรกที่ส่งผลกระทบต่อสาธารณสุข โดยระบุว่าเป็นสารพิษต่อสุขภาพมนุษย์ อุดฟันผสมปรอทเป็นวัสดุอุดฟันที่ใช้กันมานานกว่า 175 ปี แต่หลายประเทศได้ห้ามใช้แล้ว

อนุสัญญามินามาตะว่าด้วยปรอทเป็นสนธิสัญญาระหว่างประเทศเพื่อปกป้องสุขภาพมนุษย์และสิ่งแวดล้อมจากผลกระทบของปรอทและสารประกอบปรอท มีประเทศเข้าร่วมมากกว่า 150 ประเทศ ซึ่งอนุมัติในปี 2013 และมีผลใช้บังคับในปี 2017

ข้อเสนอจากแอฟริกาผลักดันกำหนดเวลาชัดเจน

แม้ว่าสนธิสัญญาดังกล่าวจะกำหนดให้ประเทศสมาชิกต้องมีมาตรการเลิกใช้อุดฟันผสมปรอท แต่กลุ่มประเทศแอฟริกาต้องการกำหนดเวลาที่ชัดเจน พร้อมห้ามการผลิต นำเข้า และส่งออกตั้งแต่ปี 2030

โรเบิร์ต เอฟ. เคนเนดี จูเนียร์ รัฐมนตรีสาธารณสุขสหรัฐฯ ตั้งคำถามผ่านข้อความวิดีโอในการเปิดการประชุมว่า เหตุใดปรอทจึงถือว่าอันตรายในแบตเตอรี่ ยาเสพติดทั่วไป และเครื่องสำอาง แต่ยอมรับได้ในอุดฟัน

ข้อตกลงสู่อนาคตปลอดปรอท

แม้บางประเทศอย่างอิหร่าน อินเดีย และอังกฤษจะคัดค้านการเลิกใช้ในปี 2030 เนื่องจากเห็นว่าเร็วเกินไป แต่ในที่สุดประเทศต่างๆ ก็ตกลงกันที่ปี 2034

โมนิกา สแตนคีวิช เลขาธิการบริหารอนุสัญญาฯ กล่าวว่า เพิ่งเปิดประตูสู่บทใหม่ในประวัติศาสตร์ปรอท มลพิษปรอทเป็นภัยร้ายแรง แต่ด้วยการเข้าใจซึ่งกันและกันและลดความแตกต่าง เราสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงในชีวิตผู้คนทุกหนทุกแห่ง

ตัวแทนสหภาพยุโรปเรียกว่าเป็นจุดสำคัญในการทำให้ปรอทเป็นเพียงประวัติศาสตร์ เป็นก้าวที่จะนำประโยชน์ยั่งยืนสำหรับสุขภาพมนุษย์และสิ่งแวดล้อมทั่วโลก ขณะที่เม็กซิโกซึ่งเป็นตัวแทนประเทศละตินอเมริกาและแคริบเบียนเรียกว่าเป็นก้าวที่ท้าทายแต่สมจริงสู่อนาคตที่ปลอดจากปรอท

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์