โลกจะไม่รู้จัก Y2K หากไร้อีเมลจาก ‘David Eddy’

27 ม.ค. 2566 - 11:48

  • วัยรุ่น Y2K ต้องอ่าน รู้จัก David Eddy โปรแกรมเมอร์เจ้าของวลี Y2K คนแรก พร้อมคิดค้นวิธีการแก้ไขปัญหามิลเลนเนียลบั๊กแห่งสหัสวรรษ

david_eddy_who_invented_and_solve_problem_Y2_K_SPACEBAR_Thumbnail_8ca476d659.jpeg
กลายเป็นไวรัลข้ามปีสำหรับเทรนด์วัยรุ่น Y2K ที่เป็นกระแสทั่วโลกโซเชียลในทุกแพลตฟอร์ม โดยเฉพาะบน TikTok จากการที่ผู้ใช้งานนิยมแต่งกายด้วยเทรนด์แฟชั่นช่วงปลายปี 1990 ถึงต้นปี 2000 เนื่องจากช่วงดังกล่าวเป็นช่วงเวลาการเปลี่ยนผ่านสังคมทั่วโลกเข้าสู่ยุคอินเทอร์เน็ตไร้พรมแดน ทำให้ช่วงเวลาดังกล่าวแฟชั่นโดดเด่นด้วยแฟชั่นในสไตล์ Y2K ที่เแนว Futuristic style เน้นการแต่งกายสีสันสดใว แวววาวดูล้ำสมัย มักนิยมเสื้อผ้าแนวครอปท็อปขนาดพอดีตัว มาพร้อมกับกางเกงเอวต่ำตัวใหญ่ หรือกระโปรงมินิสเกิร์ต พร้อมเครื่องประดับแบบสีเงินวิบวับ  

อย่างไรก็ตามนอกจากความเป็นเทรนด์แฟชั่นยุค Y2K แท้จริงแล้วความหมายของ Y2K คือบั๊กในระบบคอมพิวเตอร์ในช่วงที่โลกกำลังจะเปลี่ยนผ่านข้ามปีจาก 1999 สู่ปี 2000 โดยคำว่า Y2K คือคำย่อของปี 2000 หรือ Year 2 kilo ซึ่งหมายถึง ค.ศ.2000 โดยตัว Y มาจากกคำว่า Year (ปี) ส่วน K กิโล) เป็นคำอุปสรรคในระบบเอสไอ (metric system SI units) ที่มีค่าเท่ากับ 103 หรือ 1000 ดังนั้นคำว่า '2k' จึงมีค่า 2×1000 = 2000  

สำหรับตัวผู้เขียนเองที่เกิดเมื่อปี 1992 ทำให้ความทรงจำช่วงวัยเด็กเกี่ยวกับ Y2K เข้าใจว่าเป็น ไวรัสคอมพิวเตอร์ชนิดหนึ่ง แต่เมื่อเวลาผ่านไปจึงเพิ่งเข้าใจว่า เป็นความผิดพลาดของระบบโค้ดติ้งคอมพิวเตอร์ที่บรรดาบริษัทผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ และโปรแกรมเมอร์ที่เขียนโปรแกรมที่ไม่ได้เขียนโค้ดคอมพิวเตอร์ให้สามารถเปลี่ยนตัวเลขศักราชเมื่อเข้าสู่ยุคใหม่ในปี 2000 ดังนั้นในช่วงเวลาดังกล่าว บรรดาเอกชนและภาครัฐบาลหลายแห่งจึงกังวลว่า เมื่อโลกพ้นปี 1999 เข้าสู่ยุค 2000 คอมพิวเตอร์จะไม่สามารถเปลี่ยนตัวเลขเป็นปี 2000 ได้และคอมพิวเตอร์จะถอยหลังศักราชไปเริ่มต้นที่ปี 1900 แทน ซึ่งนั่นหมายถึงผลกระทบต่อหลายภาคส่วนเป็นวงกว้างทั้งต่อตลาดหุ้น ภาคธนาคาร และระบบขนส่ง  

ภายหลังการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ศตวรรษใหม่ ในช่วงเวลาดังกล่าวแม้บางแห่งจะยังคงพบระบบคอมพิวเตอร์ติดบั๊กในการจัดรูปแบบเวลาและหน่วยเก็บข้อมูลทำให้แสดงผลเป็นปี 1900 แต่ก็ทยอยปรับเปลี่ยนศักราชให้เป็นปี 2000 ตามแนวทางที่แตกต่างกันไป  

ทว่าอย่างไรก็ตาม มีบุคคลหนึ่งที่ได้ชื่อว่า เป็นผู้ที่ถูกระบุว่าเริ่มใช้คำ Y2K เป็นคนแรก ขณะเดียวกันบุคคลนี้ก็ยังเป็นผู้ที่ได้รับการยกย่องในวงกว้างว่าเป็นผู้แก้ไขปัญหา Y2K ในรูปแบบที่ไม่เหมือนใครนั่นคือ เดวิด เอ็ดดี้ (David Eddy) โปรแกรมเมอร์และวิศวกรคอมพิวเตอร์จากรัฐแมสซาชูเซตส์ ทั้งวิธีการของเขายังถือเป็นแม่แบบป้องกันปัญหาในอนาคตหากโลกเข้าสู่การเปลี่ยนศตวรรษอีกครั้งหนึ่งด้วย

อีเมลจาก ‘David Eddy’

เดวิด เอ็ดดี้ (David Eddy) เป็นนักวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์และวิศวกรซอฟต์แวร์จากรัฐแมสซาชูเซตส์ ที่มีส่วนสำคัญในการแก้ไข Y2K แม้ว่าเขาจะไม่ได้รับการขนานนามว่าเป็นผู้บัญญัติศัพท์ Y2K ก็ตาม แต่วิธีการแก้ปัญหาของเขาไดัรับการยอมรับในวงกว้างว่าสามรถจัดการกับ บั๊กมิลเลนเนียล (Millennium bug) ได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด 

ย้อนไปเมื่อวันจันทร์ที่ 12 มิถุนายน  1995 อีเมลฉบับหนึ่งซึ่งเขียนโดยวิศวกรจากแมสซาชูเซตส์ ที่ส่งไปพูดคุยกับบรรดาวิศวกรคนอื่นผ่านกลุ่มสนทนาทางอินเทอร์เน็ตซึ่งกำลังพูดถึงปัญหาบั๊กมิลเลนเนียล โดยในบรรดากองอีเมลเหล่านั้น David Eddy  โปรแกรมเมอร์วัย 52 ปี ได้ระบุในตอนหนึ่งของอีเมลสนทนาว่า “People were calling it CDC (Century Date Change), FADL (Faulty Date Logic). There were other contenders. Y2K just came off my fingertips.” หรือ “ผู้คนเรียกมันว่า CDC (เปลี่ยนวันที่ในศตวรรษ), FADL (ลอจิกวันที่ผิดพลาด) มีคู่แข่งรายอื่น Y2K หลุดออกมาจากปลายนิ้วของฉัน” อย่างที่ระบุในตอนแรกว่าไม่อาจชัดเจนได้ว่า David Eddy เป็นผู้บัญญัติคำว่า Y2K หรือไม่ แต่คำนี้พบใช้ครั้งแรกโดย วิศวกรชาวแมสซาชูเซตส์ 

แม้อาจไม่ได้รับการยกย่องว่าเป็นบิดาผู้บัญญัติคำว่า Y2K แต่ Eddy ก็ได้การยกย่องในวงกว้างว่าเป็นผู้วางรากฐานการแก้ไขปัญหาบั๊กมิลเลนเนียล  

สำหรับ Eddy เริ่มอาชีพของเขาในช่วงปลายทศวรรษ 1970 แรกเริ่มเขาทำงานให้กับโครงการต่าง ๆ ของรัฐบาลที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาซอฟต์แวร์และการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ในช่วงต้นทศวรรษ 1990 เขาเริ่มตระหนักถึงปัญหาที่อาจเกิดขึ้นเมื่อโลกเปลี่ยนศักราชใหม่จาก 31 ธันวาคม 1999 เป็น 1 มกราคม 2000 และเริ่มหาวิธีแก้ไขปัญหาดังกล่าว
david_eddy_who_invented_and_solve_problem_Y2_K_SPACEBAR_Photo01_a035e13560.jpeg
ป้ายอิเล็กทรอนิกส์ที่วิทยาลัย École centrale de Nantes ในฝรั่งเศส แสดงปี 1900 เมื่อวันที่ 3 มกราคม 2000 (Photo: Wiki Commons)
แนวทางของ Eddy ในการแก้ไขปัญหาที่ไม่เหมือนใครคือ เขามุ่งเน้นการระบุและแก้ไขที่้ต้นตอของปัญหา นั่นคือบั๊กมิลเลนเนียล แทนที่จะแก้ไขเพียงตัวเลข วิธีการของ Eddy คือการ ระบุส่วนประกอบของระบบทั้งหมดที่อาจได้รับผลกระทบจากข้อผิดพลาดจากมิลเลนเนียลบั๊ก รวมถึงฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และข้อมูลที่เกี่ยวข้อง จากนั้นวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากส่วนประกอบเหล่านั้นในระบบโดยรวม รวมถึงความเป็นไปได้ของความล้มเหลวและผลที่ตามมา 

พัฒนาและดำเนินการตามแผนเพื่อแก้ไขปัญหา รวมถึงการทดสอบและตรวจสอบความสามารถของระบบในการจัดการกับการเปลี่ยนแปลงวันที่ จึงทำการเปลี่ยนแปลงที่จำเป็นกับระบบเพื่อให้แน่ใจว่าสามารถจัดการกับการเปลี่ยนแปลงวันที่และปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้ ท้ายที่สุดคือการตรวจสอบและทดสอบระบบอย่างต่อเนื่องเพื่อให้แน่ใจว่ายังคงทำงานได้อย่างถูกต้อง  

ด้วยวิธีของ Eddy ทำให้ระบบคอมพิวเตอร์รุ่นต่อมาภายหลัง จะไร้ปัญหาในอนาคตเมื่อโลกเปลี่ยนศตวรรษเข้สู่ศักราช 3000 วิธีการของ Eddy ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางจากองค์กรต่างๆ ทั่วโลก และมีประสิทธิภาพในการช่วยป้องกันปัญหาที่เกี่ยวข้องกับ Y2K ที่แพร่หลาย แนวทางของเขายังคงใช้เป็นต้นแบบในการจัดการกับความท้าทายในการพัฒนาซอฟต์แวร์ที่ซับซ้อนอื่น ๆ ในเวลาต่อมา  

Y2K ความสมมาตรทางภาษาศาสตร์ 

บทความเก่าจากหนังสือพิมพ์ Baltimoresun ที่ตีพิมพ์เมื่อ 22 ธ.ค. 1999 เพียงไม่กี่วันก่อนหน้าเข้าสู่สหัสวรรษใหม่ 'Master-McNeil' บริษัทวิจัยด้านการตลาดและภาพลักษณ์แบรนด์ อธิบายไว้อย่างน่าสนใจว่า คำว่า Y2K มีความน่าสนใจทางด้านภาษาศาสตร์อยู่ไม่น้อย โดยคำว่า Y2K มีประสิทธิภาพเพราะใช้อักขระเพียงสามตัว คำย่อที่มีโครงสร้างคล้ายกัน ประการที่สอง มันสมมาตรอย่างน่าเหลือเชื่อ โดยพยัญชนะสองตัวกับตัวเลขที่อยู่ตรงกลาง 

ประการที่สาม Y2K เป็นการแหวกแนวคิดการตั้งชื่อซึ่งมักใช้เลขภาษากรีกหรือโรมัน เช่น Y2M ซึ่งแทนที่พยัญชนะแทนคำภาษากรีกสำหรับคำว่า พัน ด้วยคำสำหรับ "mille" ในภาษาละติน อีกปัจจัยที่น่าสนใจคือ ในตอนนั้นมีอิทธิพลจากภาพยนตร์สตาร์วอร์ ซึ่งมีตัวละครในเรื่องที่เป็นหุ่นยนต์ 'R2D2 และ C3P0' ดังนั้น Y2K มันจึงเป็นศัพท์ที่มีความล้ำในตัวมันเองทั้งระหว่างรูปลักษณ์ของคำศัพท์และความหมายของมัน 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์