สำนักข่าวแห่งชาติเลบานอน (NNA) ของรัฐบาล รายงานว่า “อิสราเอลได้เปิดฉากโจมตีเมืองหลายแห่งทางตอนใต้ของเลบานอนเมื่อช่วงเช้าวันเสาร์ (20 มิ.ย.ตามเวลาท้องถิ่น) ส่งผลให้ขณะนี้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 12 ราย แม้ว่าอิสราเอลและกลุ่มฮิซบอลเลาะห์จะเพิ่งต่ออายุข้อตกลง ‘หยุดยิง’ ไปเมื่อวันศุกร์ (19 มิ.ย.) ก็ตาม”
“มีการโจมตีและการยิงปืนใหญ่ทั่วเขตนาบาตีเยห์ ซึ่งทำลายบ้านเรือนและอาคารที่พักอาศัยหลายแห่ง” NNA ระบุ
นอกจากนี้ NNA ยังรายงานเพิ่มเติมว่า “มีผู้เสียชีวิต 3 ราย หลังจากเครื่องบินรบของอิสราเอลโจมตีเมืองอาหรับซาลิม เมื่อเวลาประมาณ 06:30 น.ตามเวลาท้องถิ่น ส่วนอีก 1 รายเสียชีวิตจากการโจมตีในเมืองเดียร์ อัล-ซาห์รานี และอีก 1 รายเสียชีวิตจากเหตุการณ์โดรนโจมตีรถจักรยานยนต์ในเมืองอัล-ดูเอร์ เมื่อเวลาประมาณ 07:30 น.”
กองทัพเลบานอนเปิดเผยว่า “การโจมตีของอิสราเอลในเลบานอนยังคงดำเนินต่อไป หลังจากสถานการณ์ความขัดแย้งล่าสุดได้ทวีความรุนแรงและแผ่ขยายเป็นวงกว้างครอบคลุมพื้นที่ทางตอนใต้ของประเทศ ไปจนถึงหุบเขาเบกาส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บเพิ่มมากขึ้น รวมถึงสร้างความเสียหายเป็นวงกว้างต่อทรัพย์สินต่าง ๆ”
ขณะที่เจ้าหน้าที่ทหารของอิสราเอลเปิดเผยเมื่อวันเสาร์ (20 มิ.ย.) ว่า “การโจมตีดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ได้ยิงขีปนาวุธมากกว่า 50 ลูกเข้าใส่กองกำลังอิสราเอลทางตอนใต้ของเลบานอน” ซึ่งภายหลังการโจมตีเหล่านั้น กองทัพอิสราเอล (IDF) จึงได้เดินหน้าโจมตีเป้าหมายผู้ก่อการร้ายของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ทางตอนใต้ของเลบานอน
ข้อตกลงหยุดยิงล่าสุดนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ทั้งสองฝ่ายได้ยิงปะทะกันอย่างรุนแรงจนส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตเมื่อวันศุกร์ (19 มิ.ย.) ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวได้ส่งผลกระทบต่อการเจรจาเพื่อบรรลุข้อตกลงสันติภาพขั้นสุดท้ายระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน
“กองทัพอิสราเอลได้สังหารผู้คนในเลบานอนไปอย่างน้อย 47 รายในวันศุกร์ (19 มิ.ย.) ทำให้วันดังกล่าวกลายเป็นวันที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดเป็นอันดับสอง นับตั้งแต่การสู้รบระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ปะทุรุนแรงขึ้นเมื่อช่วงต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา”
— กระทรวงสาธารณสุขเลบานอนระบุ
(Photo by ABBAS FAKIH / AFP)




