นายกฯ ของเดนมาร์กและกรีนแลนด์ยืนยันเมื่อวันพฤหัสบดี (22 ม.ค.) ว่า “อธิปไตยของกรีนแลนด์ไม่สามารถต่อรองได้” หลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ อ้างว่าเขาได้ตกลงกับเลขาธิการ NATO เกี่ยวกับกรอบข้อตกลงด้านความมั่นคงแถบอาร์กติกในอนาคต ซึ่งทรัมป์บอกอีกว่า “สหรัฐฯ ‘มีสิทธิ์เข้าถึงดินแดนกรีนแลนด์’ ได้อย่างเต็มที่”
อลิสัน ฮาร์ต โฆษกของ NATO กล่าวว่า “มาร์ก รึตเตอ เลขาธิการ NATO ไม่ได้เสนอ ‘การประนีประนอมใดๆ เกี่ยวกับอธิปไตย’ ในการหารือกับทรัมป์”
ก่อนหน้านี้ ทรัมป์เคยกล่าวซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า “สหรัฐฯ ต้องการกรีนแลนด์เพื่อรับมือกับภัยคุกคามจากรัสเซียและจีน” โดยเมื่อวันพุธ (21 ม.ค.) ที่ผ่านมา ทรัมป์ก็ได้ยกเลิกภาษีที่เขาขู่ว่าจะเรียกเก็บจาก 8 ประเทศในยุโรป นับเป็นการพลิกผันอย่างน่าทึ่งเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากที่เขายืนยันว่าต้องการดินแดนแห่งนี้ รวมถึง ‘สิทธิ์ กรรมสิทธิ์ และความเป็นเจ้าของ’ แม้ว่าทรัมป์จะกล่าวว่า “จะไม่ใช้กำลังก็ตาม”
ทรัมป์เรียกข้อตกลงนี้ว่าเป็น ‘กรอบของข้อตกลงในอนาคต’ ซึ่งหากสำเร็จลุล่วง จะทำให้สหรัฐฯ สามารถติดตั้งองค์ประกอบของ ‘โดมทองคำ’ ในกรีนแลนด์ได้ด้วย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของระบบป้องกันขีปนาวุธมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์
ด้านนายกฯ เยนส์-เฟรเดอริก นีลเซน ของกรีนแลนด์ แม้จะแสดงความโล่งใจอย่างระมัดระวัง แต่เขาก็เผยว่า ตัวเขาเองไม่ทราบรายละเอียดที่เป็นรูปธรรมของข้อตกลงที่ทรัมป์อ้างถึง “ผมไม่รู้รายละเอียดในข้อตกลงที่เกี่ยวกับประเทศของผม”
“เราไม่สามารถเจรจาต่อรองเรื่องอธิปไตยของเราได้ เดนมาร์กต้องการสานต่อการเจรจาอย่างสร้างสรรค์กับพันธมิตรเกี่ยวกับวิธีการเสริมสร้างความมั่นคงในแถบอาร์กติก รวมถึงโครงการโดมทองคำ โดยมีเงื่อนไขว่าต้องเคารพในบูรณภาพดินแดนของเรา”
— เมตเต เฟรเดอริกเซน นายกฯ เดนมาร์ก กล่าว
ขณะที่เจ้าหน้าที่เดนมาร์กกล่าวว่า “ไม่ว่าในกรณีใดก็ตาม NATO ก็ไม่มีอำนาจในการเจรจาข้อตกลงในนามของเดนมาร์กและกรีนแลนด์”
“จนถึงเมื่อวานนี้ (21 ม.ค.) เรายังไม่สามารถตัดความเป็นไปได้ใดๆ ออกไปได้เลย การเจรจาอย่างเคารพซึ่งกันและกันผ่านช่องทางที่ถูกต้อง คือสิ่งที่เราพยายามแสวงหามาตั้งแต่ต้น และผมก็รู้สึกว่านั่นคือเจตนาของฝ่ายอื่นๆ ในตอนนี้ และผมก็ยินดีกับเรื่องนั้น”
— นีลเซน กล่าว
เมื่อถูกถามว่าการที่สหรัฐฯ จะมีอำนาจอธิปไตยเหนือดินแดนเล็กๆ บางส่วนของกรีนแลนด์อาจเป็นไปได้หรือไม่ นีลเซนก็ตอบว่า “เราพร้อมที่จะเจรจาเพื่อสร้างความร่วมมือที่ดีขึ้น แต่เรื่องอำนาจอธิปไตยเป็น ‘เส้นแดง’ ที่เราไม่สามารถยอมได้”





