สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า เดนมาร์กเตรียมวางแผนบังคับเกณฑ์ทหารสำหรับผู้หญิง เพื่อเพิ่มขนาดของกองทัพอย่างมีนัยสำคัญ
“ความเคลื่อนไหวดังกล่าวสามารถช่วยให้เดนมาร์กปฏิบัติตามข้อกำหนดภายใต้การเป็นสมาชิกของ NATO ได้ แต่มันจะเป็นประโยชน์สำหรับกองทัพด้วยหากมีทหารผู้หญิงรับจ้างมากขึ้น” จาค็อบ เอลเลมานน์-เจนเซ่น รัฐมนตรีกลาโหมและรองนายกรัฐมนตรี กล่าวกับสถานีโทรทัศน์ ทีวี 2
ปัจจุบัน ผู้หญิงสามารถเข้าร่วมกองทัพได้ตามความสมัครใจ ในขณะที่ผู้ชายยังคงมีการเรียกตัวภายใต้ระบบลอตเตอรี โดยส่วนใหญ่แล้วจะฝึกเป็นเวลา 4 เดือน สำหรับมาตรการใหม่นี้ได้รับการสนับสนุนจากองค์กรสตรีหลายแห่ง และเกิดขึ้นในขณะที่เดนมาร์ก รวมถึงประเทศอื่นๆ ในยุโรปต่างก็ยกระดับการสนับสนุนยูเครนเพิ่มขึ้นเพื่อขับไล่รัสเซียออกจากประเทศ
ในขณะที่ นอร์เวย์ เพื่อนบ้านของเดนมาร์กได้กลายเป็นสมาชิกชาติแรกของ NATO ที่เสนอการเกณฑ์ทหารภาคบังคับสำหรับผู้หญิงตั้งแต่ปี 2015 โดยสัดส่วนของผู้หญิงในกองทัพเพิ่มขึ้นเป็น 20% ในปี 2021
ส่วนประเทศในกลุ่มนอร์ดิกที่ใหญ่ที่สุดอย่างสวีเดนก็คืนสถานะการเกณฑ์ทหารตั้งแต่ปี 2017 และขยายการเกณฑ์ทหารไปยังผู้หญิง อย่างไรก็ดี การให้บริการในทั้ง 2 ประเทศยังคงมีการคัดเลือกอย่างมากสำหรับทั้ง 2 เพศ ขณะเดียวกัน เนเธอร์แลนด์นั้นมีการเกณฑ์ทหารหญิงมาตั้งแต่ปี 2020 และเป็นการเกณฑ์แบบสมัครใจด้วย
รัฐมนตรีกลาโหมของเดนมาร์กประกาศแผนดังกล่าวหลังจากมีสรุปปรายงานประจำปีโดย NATO ซึ่งวิจารณ์เดนมาร์กว่าล้มเหลวในการลงทุนด้านการทหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งทั้งทางบกและทางทะเล ทั้งนี้กระทรวงได้หยุดเผยแพร่รายงานฉบับเต็มซึ่งจัดทำขึ้นในปีก่อนหน้า โดยอ้างถึงสถานการณ์นโยบายความมั่นคงในปัจจุบันและความก้าวร้าวของรัสเซีย
รายงานดังกล่าวรวบรวมก่อนที่เดนมาร์กจะกล่าวว่ามีแผนเพิ่มการใช้จ่ายด้านกลาโหม 660 ล้านดอลลาร์ (ราว 2.1 หมื่นล้านบาท) เพียงครั้งเดียวเพื่อให้ถึง 2% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศในปี 2030 ซึ่งเร็วกว่าที่วางแผนไว้ 3 ปี
เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เดนมาร์กได้ตัดสินใจมอบระบบปืนใหญ่อัตตาจรแบบใหม่ที่ผลิตโดยฝรั่งเศสให้กับยูเครน ซึ่งเป็นปืนอัตตาจรระดับซีซาร์ทั้งหมด 19 กระบอก โดยการบริจาคดังกล่าวได้จุดชนวนให้เกิดการถกเถียงกันในกลุ่มประเทศนอร์ดิก เนื่องจากพวกเขากลัวว่าการบริจาคดังกล่าวอาจทำให้การป้องกันประเทศของเดนมาร์กตกอยู่ในความเสี่ยง
“เดนมาร์กยังไม่มีแผนที่จะบริจาครถถัง Leopard ให้กับยูเครน” เอลเลมานน์-เจนเซ่น กล่าว
“ความเคลื่อนไหวดังกล่าวสามารถช่วยให้เดนมาร์กปฏิบัติตามข้อกำหนดภายใต้การเป็นสมาชิกของ NATO ได้ แต่มันจะเป็นประโยชน์สำหรับกองทัพด้วยหากมีทหารผู้หญิงรับจ้างมากขึ้น” จาค็อบ เอลเลมานน์-เจนเซ่น รัฐมนตรีกลาโหมและรองนายกรัฐมนตรี กล่าวกับสถานีโทรทัศน์ ทีวี 2
ปัจจุบัน ผู้หญิงสามารถเข้าร่วมกองทัพได้ตามความสมัครใจ ในขณะที่ผู้ชายยังคงมีการเรียกตัวภายใต้ระบบลอตเตอรี โดยส่วนใหญ่แล้วจะฝึกเป็นเวลา 4 เดือน สำหรับมาตรการใหม่นี้ได้รับการสนับสนุนจากองค์กรสตรีหลายแห่ง และเกิดขึ้นในขณะที่เดนมาร์ก รวมถึงประเทศอื่นๆ ในยุโรปต่างก็ยกระดับการสนับสนุนยูเครนเพิ่มขึ้นเพื่อขับไล่รัสเซียออกจากประเทศ
ในขณะที่ นอร์เวย์ เพื่อนบ้านของเดนมาร์กได้กลายเป็นสมาชิกชาติแรกของ NATO ที่เสนอการเกณฑ์ทหารภาคบังคับสำหรับผู้หญิงตั้งแต่ปี 2015 โดยสัดส่วนของผู้หญิงในกองทัพเพิ่มขึ้นเป็น 20% ในปี 2021
ส่วนประเทศในกลุ่มนอร์ดิกที่ใหญ่ที่สุดอย่างสวีเดนก็คืนสถานะการเกณฑ์ทหารตั้งแต่ปี 2017 และขยายการเกณฑ์ทหารไปยังผู้หญิง อย่างไรก็ดี การให้บริการในทั้ง 2 ประเทศยังคงมีการคัดเลือกอย่างมากสำหรับทั้ง 2 เพศ ขณะเดียวกัน เนเธอร์แลนด์นั้นมีการเกณฑ์ทหารหญิงมาตั้งแต่ปี 2020 และเป็นการเกณฑ์แบบสมัครใจด้วย
รัฐมนตรีกลาโหมของเดนมาร์กประกาศแผนดังกล่าวหลังจากมีสรุปปรายงานประจำปีโดย NATO ซึ่งวิจารณ์เดนมาร์กว่าล้มเหลวในการลงทุนด้านการทหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งทั้งทางบกและทางทะเล ทั้งนี้กระทรวงได้หยุดเผยแพร่รายงานฉบับเต็มซึ่งจัดทำขึ้นในปีก่อนหน้า โดยอ้างถึงสถานการณ์นโยบายความมั่นคงในปัจจุบันและความก้าวร้าวของรัสเซีย
รายงานดังกล่าวรวบรวมก่อนที่เดนมาร์กจะกล่าวว่ามีแผนเพิ่มการใช้จ่ายด้านกลาโหม 660 ล้านดอลลาร์ (ราว 2.1 หมื่นล้านบาท) เพียงครั้งเดียวเพื่อให้ถึง 2% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศในปี 2030 ซึ่งเร็วกว่าที่วางแผนไว้ 3 ปี
เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เดนมาร์กได้ตัดสินใจมอบระบบปืนใหญ่อัตตาจรแบบใหม่ที่ผลิตโดยฝรั่งเศสให้กับยูเครน ซึ่งเป็นปืนอัตตาจรระดับซีซาร์ทั้งหมด 19 กระบอก โดยการบริจาคดังกล่าวได้จุดชนวนให้เกิดการถกเถียงกันในกลุ่มประเทศนอร์ดิก เนื่องจากพวกเขากลัวว่าการบริจาคดังกล่าวอาจทำให้การป้องกันประเทศของเดนมาร์กตกอยู่ในความเสี่ยง
“เดนมาร์กยังไม่มีแผนที่จะบริจาครถถัง Leopard ให้กับยูเครน” เอลเลมานน์-เจนเซ่น กล่าว



