ทรัมป์พูดอะไรบ้าง วันนี้บอกรบ พรุ่งนี้บอกเจรจา: ไทม์ไลน์สงครามอิหร่านผ่านปากของชายคนเดียว

4 พ.ค. 2569 - 16:17

  • นับตั้งแต่สหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 โดนัลด์ ทรัมป์ ออกแถลงการณ์ที่ขัดแย้งกันอยู่ตลอดเวลาเกี่ยวกับกรอบเวลาในการยุติสงคราม

  • ทรัมป์ประกาศนโยบายสงครามผ่าน Truth Social แทนการแถลงอย่างเป็นทางการ

ทรัมป์พูดอะไรบ้าง วันนี้บอกรบ พรุ่งนี้บอกเจรจา: ไทม์ไลน์สงครามอิหร่านผ่านปากของชายคนเดียว

เมื่อวันเสาร์ (2 พ.ค.) ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เผยกับผู้สื่อข่าวว่า เขากำลัง “พิจารณา” ข้อเสนอสันติภาพใหม่กับอิหร่าน จากนั้นผู้สื่อข่าวคนหนึ่งเตือนทรัมป์ว่า เมื่อคืนก่อนหน้านั้นทรัมป์บอกว่า อาจจะดีกว่าถ้าสหรัฐฯ ไม่ทำข้อตกลงกับอิหร่าน

“ผมไม่จำเป็นต้องทำอย่างนั้น ผมไม่ได้พูดอย่างนั้น” ทรัมป์ตอบ “ผมบอกว่าถ้าเราถอนตัวออกไปตอนนี้ พวกเขาจะต้องใช้เวลา 20 ปีในการฟื้นฟู แต่เราจะไม่ถอนตัวออกไปตอนนี้ เราจะทำเพื่อให้ไม่มีใครต้องกลับไปในอีก 2 ปีหรือ 5 ปีข้างหน้า”

ในความเป็นจริง ทรัมป์พูดอย่างที่ผู้สื่อข่าวบอกว่าเขาพูดต่อหน้ากล้อง และการพูดกลับไปกลับมาของเขาไม่ได้เกิดขึ้นครั้งแรก



## ชายคนเดียวที่เปลี่ยนจุดยืนเร็วกว่าขีปนาวุธบินข้ามพรมแดน



นับตั้งแต่สหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 โดนัลด์ ทรัมป์ ออกแถลงการณ์ที่ขัดแย้งกันอยู่ตลอดเวลาเกี่ยวกับกรอบเวลาในการยุติสงคราม



บางวันประกาศชัยชนะ วันถัดมาขู่ถล่มซ้ำ วันต่อมาก็บอกว่าอยากคุย นี่ไม่ใช่กลยุทธ์การทูต แต่คือละครที่ทรัมป์เขียนบทและแสดงเองแบบเรียลไทม์


## ก่อนจะถึงบทพูดที่เปลี่ยนโลก: ต้นเหตุที่ต้องรู้



เมื่อทรัมป์กลับเข้ารับตำแหน่งในปี 2025 เขาฟื้นนโยบาย “maximum pressure” ต่ออิหร่าน ขณะเดียวกันก็เริ่มการเจรจาเรื่องนิวเคลียร์ ซึ่งถือเป็นการพูดคุยโดยตรงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านครั้งแรกนับตั้งแต่เขาถอนตัวออกจากข้อตกลง JCPOA ในปี 2018



แต่สายสัมพันธ์นั้นขาดสะบั้นลงเร็วกว่าที่ใครคาด



วันที่ 12 มิถุนายน 2025 IAEA ประกาศว่า อิหร่านละเมิดพันธกรณีการไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์เป็นครั้งแรกในรอบ 20 ปี และอิหร่านตอบโต้ด้วยการประกาศจะเปิดแหล่งเสริมสมรรถนะยูเรเนียมลับ วันถัดมาอิสราเอลจึงเปิดฉากโจมตีทางทหารโดยลำพังภายใต้ชื่อ “ปฏิบัติการสิงโตผงาด” มุ่งเป้าไปที่โรงงานนิวเคลียร์ โรงงานขีปนาวุธ และผู้นำทางทหารของอิหร่าน



ในช่วงแรก สหรัฐฯ ระบุว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการโจมตีของอิสราเอล และให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของกองกำลังอเมริกันในภูมิภาค แต่ทรัมป์ก็หันมาแสดงความสอดคล้องกับปฏิบัติการของอิสราเอลอย่างเปิดเผย พร้อมเรียกร้องให้อิหร่าน “ยอมแพ้โดยไม่มีเงื่อนไข”

ทรัมป์พูดคุยกับสื่อมวลชนขณะเดินทางมาถึงสนามบินนานาชาติสกายฮาร์เบอร์ ในเมืองฟีนิกซ์ รัฐแอริโซนา เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2026 (Photo by WIN MCNAMEE / GETTY IMAGES NORTH AMERICA / Getty Images via AFP)
ทรัมป์พูดคุยกับสื่อมวลชนขณะเดินทางมาถึงสนามบินนานาชาติสกายฮาร์เบอร์ ในเมืองฟีนิกซ์ รัฐแอริโซนา เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2026 (Photo by WIN MCNAMEE / GETTY IMAGES NORTH AMERICA / Getty Images via AFP)

## ทรัมป์เป็น “พระเอก” หรือ “ผู้สร้างความสับสน”: คำพูดที่ขัดแย้งกันเอง

  • จาก “ไม่เกี่ยว” ถึง “ทำลายล้างสมบูรณ์” ใน 9 วัน

วันที่ 22 มิถุนายน 2025 กองทัพสหรัฐฯ เปิดปฏิบัติการโจมตีโรงงานนิวเคลียร์ของอิหร่าน 3 แห่ง ได้แก่ ฟอร์โดว์ นาทันซ์ และอิสฟาฮาน โดยใช้เครื่องบินทิ้งระเบิดล่องหน B-2 Spirit จำนวน 7 ลำ ที่บินตรงมาจากฐานทัพในรัฐมิสซูรีโดยไม่หยุดพัก 37 ชั่วโมง



จากนั้นทรัมป์ก็ออกมาประกาศผ่าน Truth Social ว่า “Operation Midnight Hammer” คือ “การทำลายล้างอย่างสมบูรณ์และทั้งหมดของโรงงานนิวเคลียร์ในอิหร่าน”



คืนวันที่ 23 มิถุนายน ทรัมป์ประกาศว่า บรรลุข้อตกลงหยุดยิงระหว่างอิสราเอลกับอิหร่าน และจะมีผลบังคับใช้ในวันถัดไป

แต่ชั่วโมงต่อมา ทรัมป์กลับแสดงความหงุดกับทั้งสองฝ่ายที่ไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิง ถึงขั้นใช้คำหยาบในรายการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์

## หลักฐานว่าทรัมป์เขียนบทสงครามไปพร้อมกับการแสดง


  • ชนะแล้ว ยังไม่ชนะ และจะชนะเร็วๆ นี้  ทั้งหมดในเดือนเดียว



รัฐบาลทรัมป์ให้คำอธิบายที่หลากหลายและขัดแย้งกันเองในการเริ่มสงคราม ครอบคลุมทั้งการสกัดกั้นการตอบโต้ของอิหร่าน การหยุดยั้งภัยคุกคามที่ใกล้จะเกิดขึ้น การทำลายขีดความสามารถด้านขีปนาวุธ การป้องกันอิหร่านสร้างอาวุธนิวเคลียร์ การยึดทรัพยากรน้ำมัน และการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง

  • บันทึกคำพูดของทรัมป์ระหว่างเดือนมีนาคม 2026 เปิดเผยให้เห็นภาพที่น่าทึ่ง:



เมื่อ New York Times ถามว่าสงครามจะนานแค่ไหน ทรัมป์บอกว่า “เราตั้งใจไว้ 4-5 สัปดาห์” และในวันที่ 2 มีนาคม เขากล่าวในพิธีที่ทำเนียบขาวว่า “เราล้ำหน้ากว่าเป้าหมายแล้วอย่างมาก ไม่ว่าจะใช้เวลานานแค่ไหน ก็โอเค” แล้วย้ำอีกว่า ตั้งใจไว้ “4-5 สัปดาห์แต่มีขีดความสามารถทำได้นานกว่านั้น”



วันที่ 11 มีนาคม มีผู้ถามทรัมป์ว่า อิหร่านคือ “การบุกเบิกเล็กๆ น้อยๆ” หรือคือ “สงคราม” เขาตอบว่า “มันคือทั้งสองอย่าง มันคือการบุกเบิกที่จะกันเราออกจากสงคราม” สำหรับอิหร่าน มันคือสงคราม แต่สำหรับสหรัฐฯ “กลายเป็นเรื่องง่ายกว่าที่คิด”

  • เส้นตายที่ขู่แล้วก็ขยาย รูปแบบที่เกิดซ้ำตลอดเวลา

ในสุนทรพจน์ State of the Union เมื่อ 24 กุมภาพันธ์ 2026 ทรัมป์อ้างว่า อิหร่านเริ่มโครงการนิวเคลียร์ใหม่ ซึ่งขัดแย้งกับทั้งคำแถลงก่อนหน้าของตัวเองที่บอกว่า โครงการนิวเคลียร์อิหร่าน “ถูกทำลายจนราบคาบ” และรายงานข่าวกรองสหรัฐฯ ด้วย



ตลอดช่วงสงคราม ทรัมป์กำหนดเส้นตายหลายครั้งพร้อมขู่ยกระดับความรุนแรง แต่ทุกครั้งก็ยอมถอยในนาทีสุดท้ายก่อนเส้นตายจะสิ้นสุดลง



รูปแบบนี้เกิดซ้ำจนนักวิเคราะห์ของ PolitiFact บันทึกไว้เป็นระบบ



เมื่อ 20 เมษายน 2026 ทรัมป์บอกผู้สื่อข่าว PBS ว่า ถ้าหยุดยิงหมดอายุ “ระเบิดจะเริ่มระเบิด” แต่ไม่กี่ชั่วโมงถัดมาเขาโพสต์ว่า ตัวเองไม่ได้อยู่ภายใต้แรงกดดันใดๆ และทุกอย่างจะ “เกิดขึ้นค่อนข้างเร็ว”

  • “ชนะแล้ว” ที่ไม่มีวันสิ้นสุด

ทรัมป์แถลงชัยชนะหลายครั้งพร้อมยืนยันว่ากองทัพอิหร่าน “ถูกทำลาย” แต่ก็ยังคงขู่ทำลายโครงสร้างพื้นฐานและ “อารยธรรม” ของอิหร่านต่อไปหากอิหร่านไม่ทำข้อตกลงและเปิดช่องแคบฮอร์มุซ



ด้าน IAEA ชี้ว่า การประเมินของสหรัฐฯ พบว่าปฏิบัติการนั้นทำลายได้เพียงหนึ่งในสามของโรงงานนิวเคลียร์อิหร่านเท่านั้น ไม่ใช่ “ทำลายล้างสมบูรณ์” อย่างที่ทรัมป์อ้าง



## ความหมายของคำพูดทรัมป์ต่อโลกและต่อไทยในปีหน้า



สงครามที่ทรัมป์บรรยายว่า “เสร็จในชั่วโมงแรก” ยังคงดำเนินต่อเนื่องมาจนถึงวันนี้



ผลกระทบทางเศรษฐกิจของสงครามนี้ถือเป็นการหยุดชะงักของอุปทานน้ำมันครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่วิกฤตพลังงานทศวรรษ 1970 โดยอิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซและมีการโจมตีโครงสร้างพลังงานจากทั้งสองฝ่าย



สำหรับคนไทยที่ติดตามข่าวและนักลงทุน สิ่งที่ต้องจับตาในช่วง 12-24 เดือนข้างหน้าไม่ใช่แค่ว่าสงครามจะจบเมื่อไหร่ แต่คือ “ทรัมป์จะพูดอะไรในวันพรุ่งนี้”



ทรัมป์เองระบุว่า ความขัดแย้งนี้ “ไม่มีกรอบเวลา” และปฏิเสธข้อสงสัยว่าการเมืองภายในประเทศมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของเขา



เมื่อผู้นำมหาอำนาจแถลงนโยบายสงครามผ่าน Truth Social แทนการแถลงอย่างเป็นทางการ โลกทั้งใบก็กลายเป็นผู้ชมละครที่ไม่มีใครรู้ว่าฉากสุดท้ายจะจบอย่างไร และนั่นคือความเสี่ยงที่แท้จริงที่สุด

Photo by ROBERTO SCHMIDT / GETTY IMAGES NORTH AMERICA / GETTY IMAGES VIA AFP

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์