ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแอฟริกา (CDC Africa) ประกาศการระบาดอีโบลาครั้งใหม่ในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก เมื่อวันศุกร์ (15 พ.ค.) ที่ผ่านมา โดยพบผู้ป่วยมีอาการน่าสงสัย 246 ราย และเสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 80 ราย ในจังหวัดอิตูรี ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศที่มีประชากรกว่า 100 ล้านคน
การระบาดครั้งล่าสุดเกิดขึ้นในจังหวัดอิตูรีที่มีพรมแดนติดกับยูกันดาและเซาท์ซูดาน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีการขุดทองคำอย่างหนาแน่น ทำให้มีการเคลื่อนย้ายของประชาชนจำนวนมากเป็นประจำทุกวัน
สำหรับพื้นที่ที่มีการรายงานผู้ป่วยในสัปดาห์ที่ผ่านมาคือ 'เขตสุขภาพมองบวาลูและรวัมปารา' ซึ่งแต่ละเขตมีประชากรประมาณ 150,000 คน
สายพันธุ์ไวรัสและการรักษา

ผลการตรวจเบื้องต้นชี้ว่าเป็นสายพันธุ์ที่ไม่ใช่ 'Zaire ebolavirus' ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่อันตรายที่สุดที่มีอัตราการเสียชีวิต 80-90% แต่ในตอนนี้ยังต้องรอการตรวจวิเคราะห์เพิ่มเติม
ผลการตรวจจาก 13 ตัวอย่างใน 20 ตัวอย่างที่ส่งไปตรวจที่กรุงกินชาซา พบว่า "มีผู้เสียชีวิต 4 ราย จากผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันจากห้องปฏิบัติการ"
กลัวร์ มัมเบซา ผู้อาศัยในพื้นที่เล่าว่า "ใน 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา เทศบาลมองบวาลูมีการบันทึกการเสียชีวิตอย่างต่อเนื่อง โดยมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 5-6 คนต่อวันตามท้องถนน"
ขณะที่ ซาลามา บามูโนบา สมาชิกองค์กรพลเมืองในรวัมปารา กล่าวว่า "เราเพิ่งขุดหลุมฝังศพให้กับผู้เสียชีวิต 3 ราย แต่เราไม่ทราบจริงๆ ว่าคนเหล่านี้เสียชีวิตจากอะไร เราเริ่มกลัวทุกกรณีการเจ็บป่วยที่เป็นไปได้"
ขณะเดียวกัน ทีมงานจากองค์การอนามัยโลกและองค์การแพทย์ไร้พรมแดน (Doctors Without Borders) ก็ได้เดินทางไปยังพื้นที่และกำลังประเมินความเสี่ยงสถานการณ์โรคดังกล่าว
การระบาดอีโบลาครั้งนี้เป็นครั้งที่ 17 ในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกนับตั้งแต่พบไวรัสครั้งแรกในปี 1976 ขณะที่การระบาดครั้งก่อนทางภาคกลางเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา พบผู้เสียชีวิต 34 ราย ก่อนที่จะประกาศการขจัดเชื้อในเดือนธันวาคม




