เมื่อ 20 ปีที่แล้ว ประธานาธิบดี เรเจป ทายยิป แอร์โดอัน ของตุรกี โหนกระแสความไม่พอใจของประชาชนต่อการรับมือเหตุแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ของรัฐบาลก่อนหน้าจนชนะการเลือกตั้งขึ้นมาเป็นผู้นำตุรกี
และตอนนี้ ซึ่งเหลือเวลาอีกราว 3 เดือนก็จะมีการเลือกตั้งทั่วไปเกิดขึ้นแล้ว อนาคตทางการเมืองของแอร์โดอันก็อาจขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของประชาชนชาวตุรกีต่อการตอบสนองของรัฐบาลของเขาต่อภัยพิบัติทางธรรมชาติเดียวกัน หรือพูดง่ายๆ ว่า แผ่นดินไหวขนาด 7.8 แมกนิจูดอาจเป็นตัวเปลี่ยนเกม
โซเนอร์ ชัปไตย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านตุรกีจาก Washington Institute เผยว่า “มันจะเป็นความท้าทายที่ยิ่งใหญ่สำหรับแอร์โดอัน ผู้ซึ่งสร้างแบรนด์ให้กับตัวเองในฐานะผู้มีอำนาจเผด็จการ แต่ไม่ใช่คนที่มีประสิทธิภาพในการทำให้งานสำเร็จลุล่วง”
สถานการณ์หลังเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในตุรกีครั้งล่าสุดนี้ไม่ใช่ความเหมือนเดียวที่เกิดขึ้นในการเลือกตั้งเมื่อปี 2002 ย้อนกลับไปเมื่อกว่า 20 ปีที่แล้ว ตุรกีต้องอยู่ท่ามกลางวิกฤตทางการเงินที่กระทบกับเศรษฐกิจของประเทศครั้งใหญ่
ปัจจุบันนี้ เศรษฐกิจของตุรกีกำลังเผชิญกับภาวะเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้น และแอร์โดอันยังเชิญกับเสียงวิพากษ์วิจารณ์เป็นวงกว้างจากการรับมือปัญหาทางเศรษฐกิจที่ทำให้ชาวตุรกีทั้งที่ฐานะยากจนและชนชั้นกลางนับล้านๆ คนต้องดิ้นรนเพื่อให้มีเงินพอประทังชีวิต
ปัจจัยที่ทำให้เศรษฐกิจของตุรกีตกต่ำลงมีหลายอย่าง อาทิ ราคาพลังงานโลกที่ถับตัวสูงขึ้น โควิด-19 และสงครามในยูเครน และปัจจัยหลักเลยคือ นโยบายเศรษฐกิจของแอร์โดอันที่เดินหน้าลดดอกเบี้ยทั้งๆ ที่เงินเฟ้อพุ่ง นโยบายนี้นักเศรษฐศาสตร์ทั่วโลกต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่ารังแต่จะทำให้ปัญหาแย่ลง
นโยบายลดดอกเบี้ยนี้ทำให้ค่าเงินลีราของตุรกีร่วงต่ำสุดทุบสถิติเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ โดยเมื่อปีที่ผ่านมาค่าเงินลีราลดลงเกือบ 30% ซึ่งส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงต่ออำนาจซื้อของชาวตุรกีและทำลายความนิยมในตัวแอร์โดอันเองด้วย
ตอนนี้เริ่มมีเสียงบ่นจากทั้งนักการเมืองฝ่ายตรงข้ามและชาวบ้านกี่ยวกับการรับมือเหตุแผ่นดินไหวของรัฐบาลแอร์โดอันว่า ตลอด 20 ปีที่ผ่านมาแอร์โดอันล้มเหลวในการเตรียมประเทศให้พร้อมรับมือกับภัยพิบัติที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้นี้ ขณะผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าไม่มีการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับการก่อสร้างอาคารอย่างจริงจังจนนำมาสู่การสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินมหาศาล
นักวิเคราะห์มองว่า ภาพที่อดีตนายกรัฐมนตรี มุสตาฟา ไบเลินต์ เอเซวิต ต้องเสียเก้าอี้เพราะรับมือวิกฤตทางการเงินและแผ่นดินไหวไม่ดีเมื่อ 20 ปีก่อนคงจะอยู่ในใจของแอร์โดอันอยู่แล้วในขณะที่แอร์โดอันกำลังพยายามจะแก้ปัญหาทั้งสองนี้ในขณะนี้
ทิโมธี แอช นักวิเคราะห์จาก BlueBay Asset Management ในกรุงลอนดอน ระบุในอีเมลตอบโต้กับสำนักข่าว AP ว่า “หากการรับมือภัยพิบัติแข็งแกร่ง รัฐบาลจะได้รับรางวัล เป็นไปได้ว่าอาจชนะเลือกตั้ง แต่หากรับมือไม่ดีมันก็จะตรงกันข้าม”
เอเซวิตกล่าวโทษการตอบสนองที่ไม่ดีของรัฐบาลตัวเองหลังจากแผ่นดินไหวในปี 1999 ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนไปประมาณ 18,000 คน ว่าเป็นเพราะพื้นที่ความเสียหายกว้างใหญ่ คล้ายๆ กับที่แอร์โดอันพูดว่า การรับมือแผ่นดินไหวเมื่อสัปดาห์ที่แล้วสะดุดเพราะอากาศหนาวเย็นและความเสียหายที่สนามบินหลัก ทำให้ยากต่อการเข้าถึงผู้คนที่ติดอยู่ในซากปรักหักพังอย่างรวดเร็ว และว่า “เป็นไปไม่ได้ที่จะเตรียมพร้อมสำหรับภัยพิบัติเช่นนี้”
แอร์โดอันรับปากว่าจะบริจาคเงิน 10,000 ลีราตุรกี (17,957 บาท) ให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวและช่วยค่าเช่า และจะจัดสรรงบประมาณอีก 100,000 ล้านลีราตุรกี (179,469 ล้านบาท) สำหรับรับมือหลังเกิดแผ่นดินไหว นอกจากนี้เจ้าตัวยังลงพื้นที่เยี่ยมผู้ประสบภัยและรับปากว่าจะสร้างบ้านที่พังขึ้นมาใหม่
แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่สามารถบรรเทาความไม่พอใจของชาวตุรกีในพื้นที่ 10 จังหวัดซึ่งเป็นฐานเสียงสำคัญของพรรค AK ของแอร์โดอัน สินัน โพลัต ดัลเลอร์รถยนต์วัย 28 ปีจากเมืองฮาเทย์เผยกับ CNN ว่า “ที่นี่ไม่มีความช่วยเหลือจากทางการ มีร่างผู้เสียชีวิตหน้าโรงพยาบาล ไม่มีแม้กระทั่งผ้าห่อศพ สุสานเต็ม เราควรทำยังไง โยนศพคนในครอบครัวของเราลงทะเลหรือ มันไม่ใช่สิ่งที่เราคาดหวัง ภายใต้เงื่อนไขเหล่านี้ เราไม่มี่ความหวังเกี่ยวกับอนาคตเลย”
เช่นดียวกับ นูรัน โอคูร์ จากเมืองอิสเคนเดรันที่เผยกับ CNN ว่า “มัน 4 วันแล้ว ยังไม่มีใคร (รัฐ) มาที่นี่เลย”
พื้นที่ 10 จังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวมากที่สุดคิดเป็น 15% ของประชากรทั้งหมดของตุรกีซึ่งมีอยู่ราว 85 ล้านคนและสัดส่วนใกล้เคียงกันสำหรับที่นั่งในสภา 600 ที่นั่ง การเลือกตั้งเมื่อปี 2018 แอร์โดอันและพรรค AK คว้าเก้าอี้ประธานาธิบดีและที่นั่งในสภาตามลำดับในพื้นที่ดังกล่าวทั้งหมด ยกเว้นในจังหวัดดียาร์บากีร์
นอกเหนือจากใน 10 จังหวัดดังกล่าวแล้ว ขณะนี้ประชาชนจากพื้นที่อื่นๆ ที่ไม่ได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวเริ่มแสดงความไม่พอใจที่รัฐบาลขาดความพร้อมในการรับมือกับภัยพิบัติ เพราะตุรกีมักจะเกิดแผ่นดินไหวบ่อยครั้ง อาทิ เมื่อปี 1939 แผ่นดินไหวขนาดเดียวกับครั้งล่าสุดคร่าชีวิตผู้คนราว 30,000 คน และปี 1994 แผ่นดินไหวขนาด 7.4 แมกนิจูดทางตะวันตกฉียงเหนือส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 17,000 คน
อย่างไรก็ดี ยังมีประชาชนอีกจำนวนหนึ่งที่จะเดินหน้าสนุบสนุนแอร์โดอันต่อไป อาทิ อาห์เหม็ด ไอดิน ชาวบ้านจากเมืองอาดือยามันที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด ที่แม้จะบ่นเรื่องการช่วยเหลือช้า แต่เผยว่าจะไม่หยุดสนับสนุนแอร์โดอัน “พวกเราเชื่อมั่นในตัวประธานาธิบดีของเรา เขาจะไม่ปล่ยให้เราโดดเดี่ยว เขาจะไม่ปล่อยให้เราหิวหรือกระหาย ขออัลเลาะห์โปรดปกป้องเขาด้วย”
และตอนนี้ ซึ่งเหลือเวลาอีกราว 3 เดือนก็จะมีการเลือกตั้งทั่วไปเกิดขึ้นแล้ว อนาคตทางการเมืองของแอร์โดอันก็อาจขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของประชาชนชาวตุรกีต่อการตอบสนองของรัฐบาลของเขาต่อภัยพิบัติทางธรรมชาติเดียวกัน หรือพูดง่ายๆ ว่า แผ่นดินไหวขนาด 7.8 แมกนิจูดอาจเป็นตัวเปลี่ยนเกม
โซเนอร์ ชัปไตย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านตุรกีจาก Washington Institute เผยว่า “มันจะเป็นความท้าทายที่ยิ่งใหญ่สำหรับแอร์โดอัน ผู้ซึ่งสร้างแบรนด์ให้กับตัวเองในฐานะผู้มีอำนาจเผด็จการ แต่ไม่ใช่คนที่มีประสิทธิภาพในการทำให้งานสำเร็จลุล่วง”
สถานการณ์หลังเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในตุรกีครั้งล่าสุดนี้ไม่ใช่ความเหมือนเดียวที่เกิดขึ้นในการเลือกตั้งเมื่อปี 2002 ย้อนกลับไปเมื่อกว่า 20 ปีที่แล้ว ตุรกีต้องอยู่ท่ามกลางวิกฤตทางการเงินที่กระทบกับเศรษฐกิจของประเทศครั้งใหญ่
ปัจจุบันนี้ เศรษฐกิจของตุรกีกำลังเผชิญกับภาวะเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้น และแอร์โดอันยังเชิญกับเสียงวิพากษ์วิจารณ์เป็นวงกว้างจากการรับมือปัญหาทางเศรษฐกิจที่ทำให้ชาวตุรกีทั้งที่ฐานะยากจนและชนชั้นกลางนับล้านๆ คนต้องดิ้นรนเพื่อให้มีเงินพอประทังชีวิต
ปัจจัยที่ทำให้เศรษฐกิจของตุรกีตกต่ำลงมีหลายอย่าง อาทิ ราคาพลังงานโลกที่ถับตัวสูงขึ้น โควิด-19 และสงครามในยูเครน และปัจจัยหลักเลยคือ นโยบายเศรษฐกิจของแอร์โดอันที่เดินหน้าลดดอกเบี้ยทั้งๆ ที่เงินเฟ้อพุ่ง นโยบายนี้นักเศรษฐศาสตร์ทั่วโลกต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่ารังแต่จะทำให้ปัญหาแย่ลง
นโยบายลดดอกเบี้ยนี้ทำให้ค่าเงินลีราของตุรกีร่วงต่ำสุดทุบสถิติเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ โดยเมื่อปีที่ผ่านมาค่าเงินลีราลดลงเกือบ 30% ซึ่งส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงต่ออำนาจซื้อของชาวตุรกีและทำลายความนิยมในตัวแอร์โดอันเองด้วย
ตอนนี้เริ่มมีเสียงบ่นจากทั้งนักการเมืองฝ่ายตรงข้ามและชาวบ้านกี่ยวกับการรับมือเหตุแผ่นดินไหวของรัฐบาลแอร์โดอันว่า ตลอด 20 ปีที่ผ่านมาแอร์โดอันล้มเหลวในการเตรียมประเทศให้พร้อมรับมือกับภัยพิบัติที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้นี้ ขณะผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าไม่มีการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับการก่อสร้างอาคารอย่างจริงจังจนนำมาสู่การสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินมหาศาล
นักวิเคราะห์มองว่า ภาพที่อดีตนายกรัฐมนตรี มุสตาฟา ไบเลินต์ เอเซวิต ต้องเสียเก้าอี้เพราะรับมือวิกฤตทางการเงินและแผ่นดินไหวไม่ดีเมื่อ 20 ปีก่อนคงจะอยู่ในใจของแอร์โดอันอยู่แล้วในขณะที่แอร์โดอันกำลังพยายามจะแก้ปัญหาทั้งสองนี้ในขณะนี้
ทิโมธี แอช นักวิเคราะห์จาก BlueBay Asset Management ในกรุงลอนดอน ระบุในอีเมลตอบโต้กับสำนักข่าว AP ว่า “หากการรับมือภัยพิบัติแข็งแกร่ง รัฐบาลจะได้รับรางวัล เป็นไปได้ว่าอาจชนะเลือกตั้ง แต่หากรับมือไม่ดีมันก็จะตรงกันข้าม”
เอเซวิตกล่าวโทษการตอบสนองที่ไม่ดีของรัฐบาลตัวเองหลังจากแผ่นดินไหวในปี 1999 ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนไปประมาณ 18,000 คน ว่าเป็นเพราะพื้นที่ความเสียหายกว้างใหญ่ คล้ายๆ กับที่แอร์โดอันพูดว่า การรับมือแผ่นดินไหวเมื่อสัปดาห์ที่แล้วสะดุดเพราะอากาศหนาวเย็นและความเสียหายที่สนามบินหลัก ทำให้ยากต่อการเข้าถึงผู้คนที่ติดอยู่ในซากปรักหักพังอย่างรวดเร็ว และว่า “เป็นไปไม่ได้ที่จะเตรียมพร้อมสำหรับภัยพิบัติเช่นนี้”
แอร์โดอันรับปากว่าจะบริจาคเงิน 10,000 ลีราตุรกี (17,957 บาท) ให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวและช่วยค่าเช่า และจะจัดสรรงบประมาณอีก 100,000 ล้านลีราตุรกี (179,469 ล้านบาท) สำหรับรับมือหลังเกิดแผ่นดินไหว นอกจากนี้เจ้าตัวยังลงพื้นที่เยี่ยมผู้ประสบภัยและรับปากว่าจะสร้างบ้านที่พังขึ้นมาใหม่
แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่สามารถบรรเทาความไม่พอใจของชาวตุรกีในพื้นที่ 10 จังหวัดซึ่งเป็นฐานเสียงสำคัญของพรรค AK ของแอร์โดอัน สินัน โพลัต ดัลเลอร์รถยนต์วัย 28 ปีจากเมืองฮาเทย์เผยกับ CNN ว่า “ที่นี่ไม่มีความช่วยเหลือจากทางการ มีร่างผู้เสียชีวิตหน้าโรงพยาบาล ไม่มีแม้กระทั่งผ้าห่อศพ สุสานเต็ม เราควรทำยังไง โยนศพคนในครอบครัวของเราลงทะเลหรือ มันไม่ใช่สิ่งที่เราคาดหวัง ภายใต้เงื่อนไขเหล่านี้ เราไม่มี่ความหวังเกี่ยวกับอนาคตเลย”
เช่นดียวกับ นูรัน โอคูร์ จากเมืองอิสเคนเดรันที่เผยกับ CNN ว่า “มัน 4 วันแล้ว ยังไม่มีใคร (รัฐ) มาที่นี่เลย”
พื้นที่ 10 จังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวมากที่สุดคิดเป็น 15% ของประชากรทั้งหมดของตุรกีซึ่งมีอยู่ราว 85 ล้านคนและสัดส่วนใกล้เคียงกันสำหรับที่นั่งในสภา 600 ที่นั่ง การเลือกตั้งเมื่อปี 2018 แอร์โดอันและพรรค AK คว้าเก้าอี้ประธานาธิบดีและที่นั่งในสภาตามลำดับในพื้นที่ดังกล่าวทั้งหมด ยกเว้นในจังหวัดดียาร์บากีร์
นอกเหนือจากใน 10 จังหวัดดังกล่าวแล้ว ขณะนี้ประชาชนจากพื้นที่อื่นๆ ที่ไม่ได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวเริ่มแสดงความไม่พอใจที่รัฐบาลขาดความพร้อมในการรับมือกับภัยพิบัติ เพราะตุรกีมักจะเกิดแผ่นดินไหวบ่อยครั้ง อาทิ เมื่อปี 1939 แผ่นดินไหวขนาดเดียวกับครั้งล่าสุดคร่าชีวิตผู้คนราว 30,000 คน และปี 1994 แผ่นดินไหวขนาด 7.4 แมกนิจูดทางตะวันตกฉียงเหนือส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 17,000 คน
อย่างไรก็ดี ยังมีประชาชนอีกจำนวนหนึ่งที่จะเดินหน้าสนุบสนุนแอร์โดอันต่อไป อาทิ อาห์เหม็ด ไอดิน ชาวบ้านจากเมืองอาดือยามันที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด ที่แม้จะบ่นเรื่องการช่วยเหลือช้า แต่เผยว่าจะไม่หยุดสนับสนุนแอร์โดอัน “พวกเราเชื่อมั่นในตัวประธานาธิบดีของเรา เขาจะไม่ปล่ยให้เราโดดเดี่ยว เขาจะไม่ปล่อยให้เราหิวหรือกระหาย ขออัลเลาะห์โปรดปกป้องเขาด้วย”



