AI ทำพิษ? EIA คาดยอดใช้ไฟสหรัฐฯ พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ในปี 2026-2027 เซ่นปม ‘ดาต้าเซ็นเตอร์’ โตทะลัก

11 ก.ย. 2569 - 11:58

  • สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานของสหรัฐฯ (EIA) เผยว่า “ปริมาณการใช้ไฟฟ้าของสหรัฐฯ จะเพิ่มขึ้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในปี 2026 และ 2027”

  • ปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากดาต้าเซ็นเตอร์ที่มีความต้องการพลังงานสูงสำหรับปัญญาประดิษฐ์ (AI) รวมถึงการเปลี่ยนผ่านไปสู่การใช้พลังงานไฟฟ้า

  • EIA คาดการณ์ว่าความต้องการใช้ไฟฟ้าจะเพิ่มขึ้นจากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 4,195 พันล้านกิโลวัตต์-ชั่วโมง (kWh) ในปี 2025 ไปเป็น 4,270 พันล้านกิโลวัตต์-ชั่วโมงในปี 2026 และจะทะยานขึ้นสู่ 4,349 พันล้านกิโลวัตต์-ชั่วโมงในปี 2027

AI ทำพิษ? EIA คาดยอดใช้ไฟสหรัฐฯ พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ในปี 2026-2027 เซ่นปม ‘ดาต้าเซ็นเตอร์’ โตทะลัก

สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานของสหรัฐฯ (EIA) เปิดเผยในรายงานแนวโน้มพลังงานระยะสั้น (STEO) เมื่อวันพุธ (9 ก.ย.) ที่ผ่านมาว่า “ปริมาณการใช้ไฟฟ้าของสหรัฐฯ จะเพิ่มขึ้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในปี 2026 และ 2027 โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากดาต้าเซ็นเตอร์ที่มีความต้องการพลังงานสูงสำหรับปัญญาประดิษฐ์ (AI) รวมถึงการเปลี่ยนผ่านไปสู่การใช้พลังงานไฟฟ้า”  

EIA คาดการณ์ว่า

“ความต้องการใช้ไฟฟ้าจะเพิ่มขึ้นจากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 4,195 พันล้านกิโลวัตต์-ชั่วโมง (kWh) ในปี 2025 ไปเป็น 4,270 พันล้านกิโลวัตต์-ชั่วโมงในปี 2026 และจะทะยานขึ้นสู่ 4,349 พันล้านกิโลวัตต์-ชั่วโมงในปี 2027” 

ความต้องการใช้ไฟฟ้าที่พุ่งสูงขึ้นนี้ ส่วนใหญ่เป็นผลมาจากดาต้าเซ็นเตอร์ที่เน้นรองรับ AI และคริปโทเคอร์เรนซี รวมไปถึงการที่ภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจต่างหันมาใช้ไฟฟ้ามากขึ้น และลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลลง สำหรับระบบทำความร้อนและการคมนาคมขนส่ง 

“แม้จะมีการระงับการเชื่อมต่อโครงการดาต้าเซ็นเตอร์แห่งใหม่เข้ากับโครงข่ายไฟฟ้าในรัฐเท็กซัสชั่วคราว แต่ภูมิภาคตะวันตกใต้ตอนกลางก็ยังคงเป็นพื้นที่ที่มีสัดส่วนการเติบโตของการใช้ไฟฟ้าสูงที่สุดในบรรดาพื้นที่ที่เราคาดการณ์ไว้” รายงานระบุ 

EIA คาดการณ์แนวโน้มการใช้ไฟฟ้าในปี 2026 แยกตามกลุ่มผู้ใช้งาน โดยพบว่ากลุ่มบ้านเรือนและภาคธุรกิจกำลังจะสร้างสถิติสูงสุดใหม่ ทะลุสถิติเดิมของปี 2025

  • กลุ่มที่อยู่อาศัย (บ้านเรือน) : คาดว่ายอดการใช้ไฟจะเพิ่มขึ้นเป็น 1,527 พันล้านกิโลวัตต์-ชั่วโมง สูงกว่าสถิติเดิมในปี 2025 ที่ทำไว้ 1,515 พันล้านกิโลวัตต์-ชั่วโมง 
  • กลุ่มพาณิชย์ (ธุรกิจ/ร้านค้า) : คาดว่ายอดการใช้ไฟจะเพิ่มขึ้นเป็น 1,542 พันล้านกิโลวัตต์-ชั่วโมง สูงกว่าสถิติเดิมในปี 2025 ที่ทำไว้ 1,493 พันล้านกิโลวัตต์-ชั่วโมง 
  • กลุ่มอุตสาหกรรม (โรงงาน) : คาดว่ายอดการใช้ไฟจะอยู่ที่ 1,059 พันล้านกิโลวัตต์-ชั่วโมง แต่กลุ่มนี้ยังคงต่ำกว่าสถิติสูงสุดเดิมที่เคยทำไว้ในปี 2000 ที่ระดับ 1,064 พันล้านกิโลวัตต์-ชั่วโมง 

จากแนวโน้มการผลิตพลังงานหมุนเวียนที่เพิ่มสูงขึ้น จะส่งผลให้สัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากถ่านหินลดลงจาก 17% ในปี 2025 เหลือ 16% ในปี 2026 และหดตัวลงอีกไปอยู่ที่ 14% ในปี 2027 ในขณะที่สัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติจะยังคงที่อยู่ที่ 40% ทั้งในปี 2026 และ 2027 ซึ่งเป็นระดับเดียวกับในปี 2025 

รายงานยังระบุด้วยว่า

“เปอร์เซ็นต์การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนจะเพิ่มขึ้นจากประมาณ 24% ในปี 2025 เป็น 25% ในปี 2026 และขยับขึ้นสู่ 27% ในปี 2027 ส่วนสัดส่วนของพลังงานนิวเคลียร์จะทรงตัวอยู่ที่ 18% ทั้งในปี 2026 และ 2027 ซึ่งเท่ากับในปี 2025” 

สำหรับแนวโน้มปริมาณการใช้ก๊าซธรรมชาติในปี 2026 แยกตามกลุ่มผู้ใช้งาน พบว่า ภาคอุตสาหกรรมและการผลิตไฟฟ้ายืนหนึ่งเรื่องความต้องการใช้ก๊าซ ในขณะที่บ้านเรือนและร้านค้าใช้ลดลง : 

---> กลุ่มที่มีการใช้ก๊าซธรรมชาติ ‘ลดลง’ (เมื่อเทียบกับสถิติสูงสุดเดิม) : 

  • กลุ่มที่อยู่อาศัย (บ้านเรือน) : คาดว่าจะใช้ลดลงเหลือ 12.5 พันล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน (bcfd) ต่ำกว่าสถิติสูงสุดที่เคยทำไว้ในปี 1996 ที่ 14.3 พันล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน 
  • กลุ่มพาณิชย์ (ธุรกิจ/ร้านค้า) : คาดว่าจะใช้ลดลงเหลือ 9.5 พันล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน ต่ำกว่าสถิติสูงสุดที่เพิ่งทำไว้ในปี 2025 ที่ 9.9 พันล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน 

---> กลุ่มที่มีการใช้ก๊าซธรรมชาติ ‘เพิ่มสูงขึ้นทุบสถิติ’ : 

  • กลุ่มอุตสาหกรรม (โรงงาน) : คาดว่าความต้องการใช้จะพุ่งขึ้นเป็น 23.9 พันล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน ซึ่งจะทุบสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่เคยทำไว้เมื่อนานมาแล้วในปี 1973 ที่ 23.8 พันล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน
  • การผลิตกระแสไฟฟ้า : คาดว่ายอดใช้ก๊าซจะสูงถึง 36.8 พันล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน ซึ่งจะกลับขึ้นไปแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์เท่ากับที่เคยทำไว้ในปี 2024 

(Photo by Brandon Bell / GETTY IMAGES NORTH AMERICA / Getty Images via AFP) 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์