‘เอล ชาโป’ ราชายาเสพติดเม็กซิโก ติดคุกสหรัฐฯ ตลอดชีวิตไม่มีลดโทษ

16 ส.ค. 2569 - 17:23

  • เมื่อปี 2019 ศาลรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ตัดสินลงโทษจำคุกตลอดชีวิต ฮัวคิน “เอล ชาโป” กุซมาน โดยไม่ให้ประกันตัว

  • เอล ชาโป แหกคุกจากเรือนจำความมั่นคงสูงของเม็กซิโก 2 ครั้ง ก่อนจะถูกควบคุมตัวอีกครั้งและส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนให้สหรัฐฯ

  • เรือนจำที่ เอล ชาโป ถูกส่งตัวไปรับโทษคือเรือนจำความมั่นคงสูงสุดที่มีชื่อว่า ADX Florence ในรัฐโคโลราโด ที่ยังไม่เคยมีนักโทษคนใดหนีรอดออกมาได้

‘เอล ชาโป’ ราชายาเสพติดเม็กซิโก ติดคุกสหรัฐฯ ตลอดชีวิตไม่มีลดโทษ

การที่ทางการไทยปล่อยตัว “เล่า ต๋า” นักค้ายาเสพติดชื่อฉาว หลังรับโทษจำคุกจริงเพียงประมาณ 9 ปี 10 เดือน ผ่านการลดโทษและอภัยโทษต่อเนื่อง 6 ครั้งตามเกณฑ์อายุและนักโทษชั้นเยี่ยมของกรมราชทัณฑ์ไทย ตรงกันข้ามกับคดีของ “เอล ชาโป” ราชายาเสพติดชาวเม็กซิโก ที่เป็นไปได้ยากมากที่เขาจะกลับมาเป็นอิสระอีกครั้ง

เมื่อปี 2019 ศาลรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ในเมืองบรูคลิน รัฐนิวยอร์ก ตัดสินลงโทษจำคุกตลอดชีวิต ฮัวคิน “เอล ชาโป” กุซมาน โดยไม่ให้ประกันตัว จากความผิดหลายข้อหาร้ายแรง ตั้งแต่อาชญากรรมเกี่ยวกับยาเสพติดไปจนถึงการสมรู้ร่วมคิดในการฆาตกรรม ในความผิด 10 กระทง เช่น การค้ายาเสพติด การใช้อาวุธปืนในคดียาเสพติด และการฟอกเงิน  และสั่งปรับเงินมากถึง 12,600 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 417,601 ล้านบาทซึ่งได้มาจากการค้ายาเสพติด นอกจากนี้ ศาลยังสั่งลงโทษโทษจำคุกเพิ่มเติมอีก 30 ปี จากความผิดในคดีลักลอบขนยาเสพติดเข้าสหรัฐฯ รวมถึงความผิดฐานฟอกเงินในฐานะหัวหน้าแก๊งค้ายา “ซินาลัว” ในเม็กซิโก

สหรัฐฯ พยายามขอให้ทางการเม็กซิโกส่งตัว เอล ชาโป กว่า 2 ปี หลังจากเครือข่ายแก๊งซินาลัวขนยาเสพติด ทั้งยาบ้ากัญชา เฮโรอีน โคเคน และเฟนทานิลกองเท่าภูเขาเข้าสหรัฐฯ ตอนแรกประธานาธิบดี เอ็นริเก เปญา นีเอโต ของเม็กซิโกในขณะนั้น ปฏิเสธการส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน

แต่ในที่สุดทางการเม็กซิโกก็ยอมส่งตัว เอล ชาโป ให้สหรัฐฯ ในปี 2017 เพราะเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นในเม็กซิโก “เอาไม่อยู่แล้ว” หลัง เอล ชาโป แหกคุกจากเรือนจำความมั่นคงสูงได้ถึง 2 ครั้ง ครั้งแรกเมื่อปี 2001 จากเรือนจำปูเอนเตกรานเด โดยซ่อนตัวอยู่ในรถเข็นผ้า เขาถูกจับกุมอีกครั้งในปี 2014 ที่เมืองมาซาตลันของเม็กซิโก ก่อนจะหลบหนีออกจากเรือนจำอัลติปลาโนในปี 2015 ครั้งนี้เป็นการหลบหนีอย่างอุกอาจผ่านอุโมงค์ที่ลูกน้องสร้างขึ้นใต้ห้องขังของเขา และต่อหน้าต่อตาเจ้าหน้าที่ เนื่องจากถูกบันทึกไว้ในกล้องวงจรปิด เอล ชาโป ถูกควบคุมตัวอีกครั้งในปี 2016

ระหว่างที่กำลังหลบหนี เอล ชาโป ยังมีแก่ใจให้สัมภาษณ์กับนักแสดงชื่อดังของฮอลลีวูดอย่าง ฌอน เพนน์ เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2015 จากที่ซ่อนตัวในป่าของรัฐดูรังโก จากนั้นยังให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์และวิดีโอต่อ

การส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนครั้งนั้นมีเงื่อนไขว่า ทางการสหรัฐฯ ต้องไม่ลงโทษประหารชีวิต

สำหรับ เอล ชาโป หรืออีกฉายาหนึ่งว่า “เจ้าเตี้ย” โทษจำคุกตลอดชีวิตโดยไม่ให้ประกันตัวหมายความว่า เขาต้องตายในคุกสหรัฐฯ โดยไม่มีโอกาสจะได้รับการปล่อยตัวก่อนกำหนด อภัยโทษ หรือส่งตัวกลับเม็กซิโก

ในเมื่อ เอล ชาโป ชื่อเรื่องการแหกคุก สหรัฐฯ ก็เตรียมเรือนจำไว้รับรองเขาเต็มที่

ภาพถ่ายถ่ายเมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2019 แสดงให้เห็นมุมมองภายนอกของเรือนจำ ADX ในเมืองฟลอเรนซ์ รัฐโคโลราโด Photo by JASON CONNOLLY / AFP
ภาพถ่ายถ่ายเมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2019 แสดงให้เห็นมุมมองภายนอกของเรือนจำ ADX ในเมืองฟลอเรนซ์ รัฐโคโลราโด Photo by JASON CONNOLLY / AFP

เรือนจำที่ เอล ชาโป ถูกส่งตัวไปรับโทษคือเรือนจำความมั่นคงสูงสุด (Supermax) ที่มีชื่อว่า ADX Florence ในรัฐโคโลราโด ซึ่งได้ชื่อว่าเป็น “อัลคาทราซแห่งเทือกเขาร็อกกี้” ตั้งอยู่ใจกลางที่ราบสูงในพื้นที่อันห่างไกลของรัฐโคโลราโด ขึ้นชื่อว่าเป็นสถานที่คุมขังที่เลวร้ายที่สุดของสหรัฐ และนับตั้งแต่เปิดทำการมาก็ยังไม่มีนักโทษคนใดหนีรอดออกมาได้

ระบบรักษาความปลอดภัยของเรือนจำประกอบด้วยเครื่องตรวจจับความเคลื่อนไหวและประตูเหล็กควบคุมระยะไกลจำนวน 1,400 บาน

นักโทษในเรือนจำ ADX Florence จะถูกขังอยู่ในห้องขังเก็บเสียงขนาด 7x12 ฟุต เป็นเวลา 23 ชั่วโมงต่อวัน ในสภาพถูกกักขังเดี่ยวตลอดเวลา โดยไม่มีการติดต่อกับนักโทษคนอื่น เจ้าหน้าที่ได้รับการตรวจสอบประวัติอย่างละเอียดและมีปฏิสัมพันธ์โดยตรงกับนักโทษน้อยมาก

The New York Times รายงานว่า แต่ละห้องขังมีเตียงสองชั้น โต๊ะ เก้าอี้ และชั้นวางของที่ทำจากคอนกรีต รวมถึงอ่างล้างหน้าและโถสุขภัณฑ์ที่ทำจากเหล็ก นักโทษสามารถมองออกไปนอกห้องขังได้ผ่านหน้าต่างบานเดียวที่มีความสูง 3 ฟุตและกว้าง 4 นิ้ว และห้องขังส่วนใหญ่มีโทรทัศน์

ตามรายงานของ SF Gate เรือนจำ ADX Florence “เป็นเรือนจำแห่งเดียวที่ออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่อกักขังนักโทษทุกคนให้อยู่ในสภาพถูกกักขังเดี่ยวเกือบสมบูรณ์”

เพื่อป้องกันการพยายามหลบหนี เอล ชาโปจึงถูกคุมขังเดี่ยว และได้รับอนุญาตให้ออกมาข้างนอกในกรงพักผ่อนที่แข็งแรงซึ่งติดอยู่กับห้องขังของเขาเพียงไม่กี่ชั่วโมงต่อสัปดาห์เท่านั้น

เรือนจำ ADX ได้รับฉายาว่า “อัลคาทราซแห่งเทือกเขาร็อกกี้” เนื่องจากตั้งอยู่ในทำเลที่ห่างไกลและมีมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวด Photo by JASON CONNOLLY / AFP
เรือนจำ ADX ได้รับฉายาว่า “อัลคาทราซแห่งเทือกเขาร็อกกี้” เนื่องจากตั้งอยู่ในทำเลที่ห่างไกลและมีมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวด Photo by JASON CONNOLLY / AFP

โรเบิร์ต ฮูด คอลัมนิสต์ของ Corrections1 ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งผู้คุมเรือนจำซูเปอร์แม็กซ์ ADX ตั้งแต่ปี 2002-2005 ได้บรรยายชีวิตใน ADX อย่างตรงไปตรงมาให้ CNN ฟังว่า “ทันทีที่พวกเขาเดินเข้ามา... คุณจะเห็นมันบนใบหน้าของพวกเขา นั่นแหละคือตอนที่มันกระทบใจคุณจริงๆ คุณกำลังมองเห็นความสวยงามของเทือกเขาร็อกกี้เป็นฉากหลัง เมื่อคุณเข้าไปข้างใน นั่นคือครั้งสุดท้ายที่คุณจะได้เห็นมัน เรือนจำซูเปอร์แม็กซ์คือชีวิตหลังความตาย มันคือระยะยาว ในความคิดของผม มันแย่กว่าความตายมากนัก

นักโทษส่วนใหญ่แทบไม่มีใครออกจากเรือนจำฟลอเรนซ์ไปได้โดยยังมีชีวิตอยู่ เมื่อนักโทษเข้าสู่เรือนจำแล้ว พวกเขามักจะต้องใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ในนั้น ไม่ว่าจะรับโทษจำคุกตลอดชีวิตหรือถูกคุมขังจนกว่าจะถึงวันประหารชีวิต

 Photo by HO / INTERIOR MINISTRY OF MEXICO / AFP

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์