อีลอน มัสก์ ประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) หมาดๆ ของบริษัททวิตเตอร์ อิงค์ ที่ตั้งแต่ซื้อบริษัทนี้มาก็สร้างสีสันให้แก่หน้าสื่อทั่วโลก ทั้งสื่อกระแสหลักและสื่อโซเชียล เรียกว่าซีอีโอบ้าพลังแห่งโลกที่การสื่อสารไปไวเพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัสจริงๆ
ล่าสุด เจ้าตัวได้จัดทำโพลสอบถามผู้ใช้งานทวิตเตอร์ว่า เขาควรลาออกจากตำแหน่งซีอีโอของทวิตเตอร์หรือไม่? ซึ่งคำตอบที่ได้เกินครึ่งบอกว่าอยากให้เขาลาออก
หลังผลโพลออกมาได้หนึ่งวัน มัสก์ก็ออกมาชี้แจงเรื่องนี้ท่ามกลางความอยากรู้ของผู้คนทั่วโลกว่า ผู้ใช้งานทวิตเตอร์ที่สมัครบริการแบบ “ทวิตเตอร์ บลู” เท่านั้น ถึงจะมีสิทธิลงคะแนนในการสำรวจความคิดเห็นที่เกี่ยวข้องกับนโยบายของบริษัท
เป็นคำตอบที่ทำเอาฝ่ายเชียร์ให้สละเก้าอี้ซีอีโอทั้งหลายหงายเงิบไปตามๆ กัน เรียกว่า “พลิ้ว” ไปได้อีก
เมื่อวันอาทิตย์ (18 ธ.ค.) มัสก์ได้จัดทำการสำรวจความคิดเห็นเพื่อเปิดโอกาสให้สมาชิกทวิตเตอร์โหวตแสดงความเห็นว่าเขาควรอยู่ในตำแหน่งหรือไม่ ซึ่งเขายืนยันว่าจะปฏิบัติตามผลการโหวตที่ออกมา แต่ไม่ได้บอกว่าเขาจะลาออกเมื่อใด หากผลการโหวตชี้ว่าเขาควรลาออกจากตำแหน่งซีอีโอทวิตเตอร์
ผลการสำรวจพบว่า ผู้ใช้บริการทวิตเตอร์ 57.5% ลงมติให้มัสก์ออกจากตำแหน่ง ขณะที่ 42.5% หนุนให้เขาอยู่ในตำแหน่งต่อไป โดยมีผู้เข้าร่วมแสดงความเห็นมากกว่า 17.5 ล้านคน
ในส่วนของ “ทวิตเตอร์ บลู” ที่มัสก์อ้างนั้น เป็นบริการแบบพรีเมียมของทวิตเตอร์ ซึ่งผู้ใช้บริการจะต้องจ่ายค่าสมาชิกรายเดือนแลกกับการได้รับสิทธิ์เข้าใช้ฟีเจอร์ต่างๆ รวมทั้งสิทธิประโยชน์อื่นๆ แต่ขณะนี้ทวิตเตอร์เปิดให้บริการ “ทวิตเตอร์ บลู” ในระบบ iOS ของไอโฟนและไอแพดเท่านั้น และให้บริการเพียง 5 ประเทศทั่วโลกคือสหรัฐฯ แคนาดา อังกฤษ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์
การทำโพลของมัสก์ครั้งนี้มีขึ้นหลังจากเขาเจอกระแสวิพาษ์วิจารณ์อย่างหนักนับตั้งแต่ซื้อทวิตเตอร์ ส่วนหนึ่งน่าจะมาจากการที่เขาปลดผู้บริหารระดับสูง และไล่พนักงานออกเกือบครึ่ง ทั้งยังเปลี่ยนแปลงนโยบายเรียกเก็บค่าบริการสำหรับเครื่องหมายถูกสีฟ้าเพื่อยืนยันตัวตนของบัญชีผู้ใช้ทวิตเตอร์กลับไป-กลับมา จนทำให้หลายคนที่ติดตามความเคลื่อนไหวของมัสก์และทวิตเตอร์มึนงง
เมื่อวันพฤหัสบดี (15 ธ.ค.) เขายังระงับบัญชีผู้สื่อข่าวบางคนจากกรณีแชร์ลิงก์จากบัญชีผู้ใช้ที่เผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับเที่ยวบินส่วนตัวของเขาแบบเรียลไทม์ ก่อนจะยกเลิกการระงับบัญชีในวันต่อมา และเมื่อวันอาทิตย์ทวิตเตอร์อัปเดตนโยบายใหม่ ที่ห้ามบัญชีผู้ใช้ที่สร้างขึ้นเพียงเพื่อโปรโมทบริษัทโซเชียลมีเดียอื่นๆ และห้ามเนื้อหาที่มีลิงก์หรือชื่อผู้ใช้ของแพลตฟอร์มคู่แข่ง
ขณะที่เว็บไซต์ข่าวซีเอ็นบีซี รายงานโดยอ้างแหล่งข่าววงในว่า มัสก์กำลังหาตัวผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งซีอีโอคนใหม่แทนที่เขา ซึ่งการสรรหานี้มีมาสักระยะหนึ่งแล้ว และมีก่อนที่เขาจะจัดทำการสำรวจเมื่อวันอาทิตย์ เพื่อเปิดโอกาสให้สมาชิกทวิตเตอร์โหวตแสดงความเห็นว่าเขาควรอยู่ในตำแหน่งหรือไม่
มัสก์ซื้อกิจการทวิตเตอร์ด้วยวงเงิน 4.4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐในเดือนต.ค.ที่ผ่านมา พร้อมทั้งประกาศว่าเขาจะอยู่ในตำแหน่งซีอีโอแค่ชั่วคราวเท่านั้น โดยเขาต้องขายหุ้นในบริษัทเทสลาเพื่อนำมาเป็นเงินทุนในการซื้อกิจการทวิตเตอร์ และต้องระดมมันสมองจากเทสลาและสเปซเอ็กซ์มาช่วยบริหารทวิตเตอร์
หลังจากผลโพลออกสู่สายตาสาธารณชน ราคาหุ้นบริษัทเทสลาที่มัสก์ก่อตั้งและเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) พุ่งขึ้นทันทีก่อนเปิดตลาดเมื่อวันที่ 19 ธ.ค. โดยราคาหุ้นของบริษัทเทสลา อิงค์ พุ่งขึ้น 3.04% สู่ระดับ 154.80 ดอลลาร์สหรัฐในการซื้อขายก่อนเปิดตลาดหุ้นวอลล์สตรีท
“หากมัสก์ออกจากตำแหน่งซีอีโอของทวิตเตอร์จะถือเป็นปัจจัยบวกต่อหุ้นของเทสลา เพราะมัสก์คือเทสลา และเทสลาคือมัสก์” แดน ไอเวส นักวิเคราะห์จาก Wedbush ให้ความเห็น
นับตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ราคาหุ้นเทสลาดิ่งลงเกือบ 60% ท่ามกลางปัญหาห่วงโซ่อุปทาน และการแข่งขันอย่างรุนแรงในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า
ล่าสุด เจ้าตัวได้จัดทำโพลสอบถามผู้ใช้งานทวิตเตอร์ว่า เขาควรลาออกจากตำแหน่งซีอีโอของทวิตเตอร์หรือไม่? ซึ่งคำตอบที่ได้เกินครึ่งบอกว่าอยากให้เขาลาออก
หลังผลโพลออกมาได้หนึ่งวัน มัสก์ก็ออกมาชี้แจงเรื่องนี้ท่ามกลางความอยากรู้ของผู้คนทั่วโลกว่า ผู้ใช้งานทวิตเตอร์ที่สมัครบริการแบบ “ทวิตเตอร์ บลู” เท่านั้น ถึงจะมีสิทธิลงคะแนนในการสำรวจความคิดเห็นที่เกี่ยวข้องกับนโยบายของบริษัท
เป็นคำตอบที่ทำเอาฝ่ายเชียร์ให้สละเก้าอี้ซีอีโอทั้งหลายหงายเงิบไปตามๆ กัน เรียกว่า “พลิ้ว” ไปได้อีก
เมื่อวันอาทิตย์ (18 ธ.ค.) มัสก์ได้จัดทำการสำรวจความคิดเห็นเพื่อเปิดโอกาสให้สมาชิกทวิตเตอร์โหวตแสดงความเห็นว่าเขาควรอยู่ในตำแหน่งหรือไม่ ซึ่งเขายืนยันว่าจะปฏิบัติตามผลการโหวตที่ออกมา แต่ไม่ได้บอกว่าเขาจะลาออกเมื่อใด หากผลการโหวตชี้ว่าเขาควรลาออกจากตำแหน่งซีอีโอทวิตเตอร์
ผลการสำรวจพบว่า ผู้ใช้บริการทวิตเตอร์ 57.5% ลงมติให้มัสก์ออกจากตำแหน่ง ขณะที่ 42.5% หนุนให้เขาอยู่ในตำแหน่งต่อไป โดยมีผู้เข้าร่วมแสดงความเห็นมากกว่า 17.5 ล้านคน
ในส่วนของ “ทวิตเตอร์ บลู” ที่มัสก์อ้างนั้น เป็นบริการแบบพรีเมียมของทวิตเตอร์ ซึ่งผู้ใช้บริการจะต้องจ่ายค่าสมาชิกรายเดือนแลกกับการได้รับสิทธิ์เข้าใช้ฟีเจอร์ต่างๆ รวมทั้งสิทธิประโยชน์อื่นๆ แต่ขณะนี้ทวิตเตอร์เปิดให้บริการ “ทวิตเตอร์ บลู” ในระบบ iOS ของไอโฟนและไอแพดเท่านั้น และให้บริการเพียง 5 ประเทศทั่วโลกคือสหรัฐฯ แคนาดา อังกฤษ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์
การทำโพลของมัสก์ครั้งนี้มีขึ้นหลังจากเขาเจอกระแสวิพาษ์วิจารณ์อย่างหนักนับตั้งแต่ซื้อทวิตเตอร์ ส่วนหนึ่งน่าจะมาจากการที่เขาปลดผู้บริหารระดับสูง และไล่พนักงานออกเกือบครึ่ง ทั้งยังเปลี่ยนแปลงนโยบายเรียกเก็บค่าบริการสำหรับเครื่องหมายถูกสีฟ้าเพื่อยืนยันตัวตนของบัญชีผู้ใช้ทวิตเตอร์กลับไป-กลับมา จนทำให้หลายคนที่ติดตามความเคลื่อนไหวของมัสก์และทวิตเตอร์มึนงง
เมื่อวันพฤหัสบดี (15 ธ.ค.) เขายังระงับบัญชีผู้สื่อข่าวบางคนจากกรณีแชร์ลิงก์จากบัญชีผู้ใช้ที่เผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับเที่ยวบินส่วนตัวของเขาแบบเรียลไทม์ ก่อนจะยกเลิกการระงับบัญชีในวันต่อมา และเมื่อวันอาทิตย์ทวิตเตอร์อัปเดตนโยบายใหม่ ที่ห้ามบัญชีผู้ใช้ที่สร้างขึ้นเพียงเพื่อโปรโมทบริษัทโซเชียลมีเดียอื่นๆ และห้ามเนื้อหาที่มีลิงก์หรือชื่อผู้ใช้ของแพลตฟอร์มคู่แข่ง
ขณะที่เว็บไซต์ข่าวซีเอ็นบีซี รายงานโดยอ้างแหล่งข่าววงในว่า มัสก์กำลังหาตัวผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งซีอีโอคนใหม่แทนที่เขา ซึ่งการสรรหานี้มีมาสักระยะหนึ่งแล้ว และมีก่อนที่เขาจะจัดทำการสำรวจเมื่อวันอาทิตย์ เพื่อเปิดโอกาสให้สมาชิกทวิตเตอร์โหวตแสดงความเห็นว่าเขาควรอยู่ในตำแหน่งหรือไม่
มัสก์ซื้อกิจการทวิตเตอร์ด้วยวงเงิน 4.4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐในเดือนต.ค.ที่ผ่านมา พร้อมทั้งประกาศว่าเขาจะอยู่ในตำแหน่งซีอีโอแค่ชั่วคราวเท่านั้น โดยเขาต้องขายหุ้นในบริษัทเทสลาเพื่อนำมาเป็นเงินทุนในการซื้อกิจการทวิตเตอร์ และต้องระดมมันสมองจากเทสลาและสเปซเอ็กซ์มาช่วยบริหารทวิตเตอร์
หลังจากผลโพลออกสู่สายตาสาธารณชน ราคาหุ้นบริษัทเทสลาที่มัสก์ก่อตั้งและเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) พุ่งขึ้นทันทีก่อนเปิดตลาดเมื่อวันที่ 19 ธ.ค. โดยราคาหุ้นของบริษัทเทสลา อิงค์ พุ่งขึ้น 3.04% สู่ระดับ 154.80 ดอลลาร์สหรัฐในการซื้อขายก่อนเปิดตลาดหุ้นวอลล์สตรีท
“หากมัสก์ออกจากตำแหน่งซีอีโอของทวิตเตอร์จะถือเป็นปัจจัยบวกต่อหุ้นของเทสลา เพราะมัสก์คือเทสลา และเทสลาคือมัสก์” แดน ไอเวส นักวิเคราะห์จาก Wedbush ให้ความเห็น
นับตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ราคาหุ้นเทสลาดิ่งลงเกือบ 60% ท่ามกลางปัญหาห่วงโซ่อุปทาน และการแข่งขันอย่างรุนแรงในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า

เว็บไซต์ข่าวเซมาฟอร์ รายงานเมื่อวันที่ 16 ธ.ค. ว่า “จาเร็ด เบอร์ชอล” กรรมการผู้จัดการของสำนักงานครอบครัวของมัสก์ได้ติดต่อกับบรรดานักลงทุนที่มีศักยภาพหลายคนในสัปดาห์นี้เพื่อหาคนที่สนใจเข้ามาบริหารทวิตเตอร์
“รอส เกอร์เบอร์” ผู้บริหารเกอร์เบอร์ คาวาซากิ เวลท์ แอนด์ อินเวสเมนต์ แมเนจเมนต์และได้เข้าร่วมในการซื้อกิจการของทวิตเตอร์ก่อนหน้านี้ก็ยืนยันว่ามีการติดต่อบุคคลต่างๆ จริง
สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ความพยายามในการระดมทุนเกิดขึ้นหลังจากเกิดความปั่นป่วนขึ้นในทวิตเตอร์ ส่วนมัสก์เอง ซึ่งเป็นทั้งซีอีโอของเทสลาและสเปซเอ็กซ์ ยอมรับในช่วงที่ผ่านมาว่าเขาจ่ายเงินมากเกินไปเพื่อซื้อทวิตเตอร์ แต่ก็แสดงความเชื่อมั่นต่อแนวโน้มของทวิตเตอร์ในระยะยาว
เซมาฟอร์ รายงานด้วยว่า เอกสารที่ประกาศโอกาสการลงทุนใหม่ในทวิตเตอร์ระบุว่าเป็น “การเสนอขายหุ้นสามัญในราคาและเงื่อนไขเดิม โดยกำหนดเป้าหมายปิดการขายสิ้นปีนี้” และเอกสารดังกล่าว ระบุว่า ความเคลื่อนไหวนี้มีขึ้นเนื่องจากมีการเรียกร้องอย่างมากที่จะลงทุนในทวิตเตอร์
เกอร์เบอร์ บอกว่า เขาวางแผนที่จะติดต่อกับลูกค้าซึ่งหลายรายถือหุ้นจำนวนมากในเทสลา เพื่อที่จะประเมินความสนใจของพวกเขาเกี่ยวกับข้อเสนอของทวิตเตอร์
มาร่วมลุ้นไปพร้อมๆ กันว่า ในที่สุดแล้วใครจะเข้ามาเป็นซีอีโอทวิตเตอร์แทนมัสก์ และเขาคนนั้นจะสร้างสีสันให้แก่วงการธุรกิจโลกได้โดดเด่นสะดุดตาเท่ามัสก์หรือมไม่...
“รอส เกอร์เบอร์” ผู้บริหารเกอร์เบอร์ คาวาซากิ เวลท์ แอนด์ อินเวสเมนต์ แมเนจเมนต์และได้เข้าร่วมในการซื้อกิจการของทวิตเตอร์ก่อนหน้านี้ก็ยืนยันว่ามีการติดต่อบุคคลต่างๆ จริง
สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ความพยายามในการระดมทุนเกิดขึ้นหลังจากเกิดความปั่นป่วนขึ้นในทวิตเตอร์ ส่วนมัสก์เอง ซึ่งเป็นทั้งซีอีโอของเทสลาและสเปซเอ็กซ์ ยอมรับในช่วงที่ผ่านมาว่าเขาจ่ายเงินมากเกินไปเพื่อซื้อทวิตเตอร์ แต่ก็แสดงความเชื่อมั่นต่อแนวโน้มของทวิตเตอร์ในระยะยาว
เซมาฟอร์ รายงานด้วยว่า เอกสารที่ประกาศโอกาสการลงทุนใหม่ในทวิตเตอร์ระบุว่าเป็น “การเสนอขายหุ้นสามัญในราคาและเงื่อนไขเดิม โดยกำหนดเป้าหมายปิดการขายสิ้นปีนี้” และเอกสารดังกล่าว ระบุว่า ความเคลื่อนไหวนี้มีขึ้นเนื่องจากมีการเรียกร้องอย่างมากที่จะลงทุนในทวิตเตอร์
เกอร์เบอร์ บอกว่า เขาวางแผนที่จะติดต่อกับลูกค้าซึ่งหลายรายถือหุ้นจำนวนมากในเทสลา เพื่อที่จะประเมินความสนใจของพวกเขาเกี่ยวกับข้อเสนอของทวิตเตอร์
มาร่วมลุ้นไปพร้อมๆ กันว่า ในที่สุดแล้วใครจะเข้ามาเป็นซีอีโอทวิตเตอร์แทนมัสก์ และเขาคนนั้นจะสร้างสีสันให้แก่วงการธุรกิจโลกได้โดดเด่นสะดุดตาเท่ามัสก์หรือมไม่...



