อีลอน มัสก์ ซีอีโอ Tesla, X และ SpaceX แสดงการสนับสนุนแนวคิดที่จะให้ โดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐฯ เข้าแทรกแซงธนาคารกลางสหรัฐฯ ซึ่งอาจคุกคามความเป็นอิสระของธนาคารได้
มัสก์ โพสต์ข้อความบน X เมื่อวันที่ 8 พ.ย.โดยใส่อีโมจิ “100” สนับสนุนทวีตของ ไมค์ ลี วุฒิสมาชิก จากรัฐยูทาห์ ซึ่งโพสต์ข้อความว่า “ฝ่ายบริหารควรอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของประธานาธิบดี นั่นคือรูปแบบที่รัฐธรรมนูญได้รับการออกแบบมา ธนาคารกลางสหรัฐฯ เป็นตัวอย่างหนึ่งจากหลาย ๆ กรณีที่แสดงให้เห็นว่าเราเบี่ยงเบนไปจากรัฐธรรมนูญอย่างไร นี่เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่เราควร #EndTheFed (ยกเลิกระบบธนาคารกลางสหรัฐฯ / Federal Reserve / Fed)”
ขณะที่ เจอโรม พาวเวลล์ ประธาน Fed กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดี (7 พ.ย.) ที่ผ่านมาว่า เขาจะไม่ลาออกจากตำแหน่งหากทรัมป์ขอให้ลาออก ซึ่งถือเป็นสัญญาณฟื้นคืนความสัมพันธ์ที่อาจกลายเป็นความขัดแย้งระหว่างประธาน Fed และประธานาธิบดีคนใหม่
นั่นอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการเผชิญหน้าครั้งใหญ่ครั้งแรกของทรัมป์เกี่ยวกับแผนงานใหญ่ของเขาที่มีต่อเศรษฐกิจ ในช่วงการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยแรก ทรัมป์แต่งตั้งพาวเวลล์เป็นประธาน Fed ในปี 2018 แต่ต่อมามีเรื่องขัดแย้งเนื่องจากพาวเวลล์คัดค้านข้อเรียกร้องเรื่องนโยบายการเงินที่ผ่อนปรนมากขึ้น
นักเศรษฐศาสตร์กล่าวว่าความเป็นอิสระของ Fed เป็นกุญแจสำคัญในการกำหนดนโยบายการเงินโดยไม่กดดันทางการเมืองซึ่งอาจทำให้ความน่าเชื่อถือในการต่อสู้กับเงินเฟ้อลดน้อยลง แม้มีการคาดการณ์ว่า Fed จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งในเดือนธันวาคม แต่นักวิเคราะห์บางคนกล่าวว่าสัญญาณใดๆ เพิ่มเติมที่บ่งชี้ว่าอัตราเงินเฟ้อไม่ยืดหยุ่นหรือเศรษฐกิจยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง อาจส่งผลให้ผู้กำหนดนโยบายชะลอการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติม
ในช่วงการรณรงค์หาเสียงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีปี 2024 ทรัมป์ยังมักหยอกล้อกับแนวคิดที่จะให้ตัวเองมีสิทธิ์มีเสียงในนโยบายของ Fed หากเขาชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีอีกครั้ง
“ผมรู้สึกว่าประธานาธิบดีควรมีสิทธิ์พูดบ้าง ผมคิดว่าในกรณีของผม ผมทำเงินได้มาก ผมประสบความสำเร็จอย่างมาก และผมคิดว่าผมมีสัญชาตญาณที่ดีกว่าคน หรือประธานที่อยู่ในธนาคารกลางสหรัฐฯ ในหลายกรณี” ทรัมป์ กล่าวเมื่อเดือนสิงหาคม
Photo by Anna Moneymaker / GETTY IMAGES NORTH AMERICA / Getty Images via AFP




