ครั้งแรกของโลก! รัฐสภา EU ผ่านกฎคุมเข้มคริปโทฯ

21 เม.ย. 2566 - 14:43

  • กฎดังกล่าวได้รับการอนุมัติจากฝ่ายนิติบัญญัติของยุโรปแล้ว ซึ่งหวังว่าจะช่วยผลักดันอุตสาหกรรมที่ถูกรุมเร้าด้วยเรื่องอื้อฉาวและความล้มเหลวให้กลับมาเป็นที่ยอมรับได้

  • “เป็นเวลากว่าทศวรรษที่การขาดกฎระเบียบส่งผลให้เกิดความสูญเสียอย่างใหญ่หลวงต่อนักลงทุนจำนวนมาก และเป็นที่หลบภัยสำหรับผู้หลอกลวงและเครือข่ายอาชญากรระหว่างประเทศ”

EU_parliament_approves_worlds_most_sweeping_cryptocurrency_rules_SPACEBAR_Hero_9509bc3e00.jpeg
รัฐสภายุโรปอนุมัติกฎที่ครอบคลุมควบคุมโลกของคริปโทเคอร์เรนซีเป็นครั้งแรกของโลก เมื่อวันพฤหัสบดี (20 เม.ย.) ที่ผ่านมา โดยหวังว่าจะปกป้องนักลงทุนจากการละเมิดและการแทรกแซง 

ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปได้สนับสนุนกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์ดิจิทัล (cryptoassets) แล้ว รวมถึงคริปโทฯ เช่น บิตคอยน์ และ อีเธอเรียม และโทเค็นที่ซื้อขายได้อื่นๆ อย่าง NFTs (Non- Fungible Tokens) 

กฎดังกล่าวได้รับการอนุมัติจากฝ่ายนิติบัญญัติของยุโรปแล้ว ซึ่งหวังว่าจะช่วยผลักดันอุตสาหกรรมที่ถูกรุมเร้าด้วยเรื่องอื้อฉาวและความล้มเหลวให้กลับมาเป็นที่ยอมรับได้ โดยหนึ่งในความล้มเหลวของการแลกเปลี่ยนคริปโทฯ ล่าสุดเกิดขึ้นในเดือนพฤศจิกายน 2022 เมื่อแพลตฟอร์ม FTX และบริษัทการค้าในเครืออย่าง Alameda Research ล้มละลาย 

ไมรีด แมคกินเนส กรรมาธิการด้านบริการทางการเงินของสหภาพยุโรปกล่าวระหว่างการอภิปรายในรัฐสภาเมื่อวันพุธ (19 เม.ย.) ที่ผ่านมาว่า “กฎดังกล่าวจะควบคุมกิจกรรมของ FTX และอาจป้องกันการล่มสลายซึ่งสร้างความเสียหายจำนวนมหาศาลให้กับนักลงทุน” 

ภายใต้กฎระเบียบที่เรียกว่า ‘Markets in Crypto Assets (MiCA)’ ผู้ให้บริการ cryptoasset (CASPs) จะต้องปกป้องกระเป๋าเงินดิจิทัลของลูกค้าและจะต้องรับผิดชอบหากทำทรัพย์สิน crypto ของนักลงทุนหาย 

“เราเชื่อว่าหาก FTX ถูกจับกุมภายใต้เขตอำนาจศาลของสหภาพยุโรป การปฏิบัติหลายอย่างจะไม่ได้รับอนุญาตภายใต้ MiCA” แมคกินเนสกล่าว 

ทั้งนี้ ผู้ให้บริการรายใหญ่จะต้องเปิดเผยการใช้พลังงานของตนซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามของสหภาพยุโรปในการลดคาร์บอนฟรุตพริ้นท์ (carbon footprint) สูงของสกุลเงินดิจิทัล 

สำหรับกฎระเบียบข้อที่ 2 เกี่ยวกับการโอนเงินจะนำไปสู่การกำกับดูแลการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลที่มากขึ้น ซึ่งจะทำให้สอดคล้องกับแนวปฏิบัติทางการเงินแบบดั้งเดิมอย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้น โดยสหภาพยุโรปกล่าวว่าสิ่งนี้จะทำให้อาชญากรใช้คริปโทฯ เพื่อกิจกรรมที่ผิดกฎหมายอย่างการฟอกเงินได้ยากขึ้น 

เออร์เนสต์ เออร์ตาซุน หนึ่งในสมาชิกสภานิติบัญญัติของสหภาพยุโรปซึ่งเป็นหัวหอกในการออกกฎหมายผ่านรัฐสภา กล่าวว่า “ข้อบังคับถือเป็นจุดสิ้นสุดของยุคไร้กฎหมายควบคุมของ cryptoassets” 

“เป็นเวลากว่าทศวรรษที่การขาดกฎระเบียบส่งผลให้เกิดความสูญเสียอย่างใหญ่หลวงต่อนักลงทุนที่ลงทุนครั้งแรกจำนวนมาก และเป็นที่หลบภัยสำหรับผู้หลอกลวงและเครือข่ายอาชญากรระหว่างประเทศ” เออร์ตาซุนกล่าว 

ขณะเดียวกันที่สหรัฐฯ ก็เดินหน้าปราบปรามอุตสาหกรรมคริปโทฯ ท่ามกลางการเรียกร้องให้มีการกำกับดูแลด้านกฎระเบียบมากขึ้นทั่วมหาสมุทรแอตแลนติก โดยก่อนหน้านี้ หน่วยงานกำกับดูแลตลาดของสหรัฐฯ ได้ตั้งข้อหาไบแนนซ์ (Binance) บริษัทแลกเปลี่ยนคริปโทฯ ที่ใหญ่ที่สุดในโลกและผู้ก่อตั้งอย่าง จางเผิงเจ้า เมื่อเดือนที่แล้วสำหรับการละเมิดหลายครั้ง 

ทั้งนี้ กฎของสหภาพยุโรปจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2024 หลังจากที่ประเทศสมาชิกของกลุ่มเห็นด้วยให้บังคับใช้เป็นกฎหมาย ขณะที่ EU ยังเตรียมข้อเสนอสำหรับเงินยูโรดิจิทัลในปลายปีนี้ด้วย

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์