รัฐสภายุโรปอนุมัติกฎที่ครอบคลุมควบคุมโลกของคริปโทเคอร์เรนซีเป็นครั้งแรกของโลก เมื่อวันพฤหัสบดี (20 เม.ย.) ที่ผ่านมา โดยหวังว่าจะปกป้องนักลงทุนจากการละเมิดและการแทรกแซง
ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปได้สนับสนุนกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์ดิจิทัล (cryptoassets) แล้ว รวมถึงคริปโทฯ เช่น บิตคอยน์ และ อีเธอเรียม และโทเค็นที่ซื้อขายได้อื่นๆ อย่าง NFTs (Non- Fungible Tokens)
กฎดังกล่าวได้รับการอนุมัติจากฝ่ายนิติบัญญัติของยุโรปแล้ว ซึ่งหวังว่าจะช่วยผลักดันอุตสาหกรรมที่ถูกรุมเร้าด้วยเรื่องอื้อฉาวและความล้มเหลวให้กลับมาเป็นที่ยอมรับได้ โดยหนึ่งในความล้มเหลวของการแลกเปลี่ยนคริปโทฯ ล่าสุดเกิดขึ้นในเดือนพฤศจิกายน 2022 เมื่อแพลตฟอร์ม FTX และบริษัทการค้าในเครืออย่าง Alameda Research ล้มละลาย
ไมรีด แมคกินเนส กรรมาธิการด้านบริการทางการเงินของสหภาพยุโรปกล่าวระหว่างการอภิปรายในรัฐสภาเมื่อวันพุธ (19 เม.ย.) ที่ผ่านมาว่า “กฎดังกล่าวจะควบคุมกิจกรรมของ FTX และอาจป้องกันการล่มสลายซึ่งสร้างความเสียหายจำนวนมหาศาลให้กับนักลงทุน”
ภายใต้กฎระเบียบที่เรียกว่า ‘Markets in Crypto Assets (MiCA)’ ผู้ให้บริการ cryptoasset (CASPs) จะต้องปกป้องกระเป๋าเงินดิจิทัลของลูกค้าและจะต้องรับผิดชอบหากทำทรัพย์สิน crypto ของนักลงทุนหาย
“เราเชื่อว่าหาก FTX ถูกจับกุมภายใต้เขตอำนาจศาลของสหภาพยุโรป การปฏิบัติหลายอย่างจะไม่ได้รับอนุญาตภายใต้ MiCA” แมคกินเนสกล่าว
ทั้งนี้ ผู้ให้บริการรายใหญ่จะต้องเปิดเผยการใช้พลังงานของตนซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามของสหภาพยุโรปในการลดคาร์บอนฟรุตพริ้นท์ (carbon footprint) สูงของสกุลเงินดิจิทัล
สำหรับกฎระเบียบข้อที่ 2 เกี่ยวกับการโอนเงินจะนำไปสู่การกำกับดูแลการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลที่มากขึ้น ซึ่งจะทำให้สอดคล้องกับแนวปฏิบัติทางการเงินแบบดั้งเดิมอย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้น โดยสหภาพยุโรปกล่าวว่าสิ่งนี้จะทำให้อาชญากรใช้คริปโทฯ เพื่อกิจกรรมที่ผิดกฎหมายอย่างการฟอกเงินได้ยากขึ้น
เออร์เนสต์ เออร์ตาซุน หนึ่งในสมาชิกสภานิติบัญญัติของสหภาพยุโรปซึ่งเป็นหัวหอกในการออกกฎหมายผ่านรัฐสภา กล่าวว่า “ข้อบังคับถือเป็นจุดสิ้นสุดของยุคไร้กฎหมายควบคุมของ cryptoassets”
“เป็นเวลากว่าทศวรรษที่การขาดกฎระเบียบส่งผลให้เกิดความสูญเสียอย่างใหญ่หลวงต่อนักลงทุนที่ลงทุนครั้งแรกจำนวนมาก และเป็นที่หลบภัยสำหรับผู้หลอกลวงและเครือข่ายอาชญากรระหว่างประเทศ” เออร์ตาซุนกล่าว
ขณะเดียวกันที่สหรัฐฯ ก็เดินหน้าปราบปรามอุตสาหกรรมคริปโทฯ ท่ามกลางการเรียกร้องให้มีการกำกับดูแลด้านกฎระเบียบมากขึ้นทั่วมหาสมุทรแอตแลนติก โดยก่อนหน้านี้ หน่วยงานกำกับดูแลตลาดของสหรัฐฯ ได้ตั้งข้อหาไบแนนซ์ (Binance) บริษัทแลกเปลี่ยนคริปโทฯ ที่ใหญ่ที่สุดในโลกและผู้ก่อตั้งอย่าง จางเผิงเจ้า เมื่อเดือนที่แล้วสำหรับการละเมิดหลายครั้ง
ทั้งนี้ กฎของสหภาพยุโรปจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2024 หลังจากที่ประเทศสมาชิกของกลุ่มเห็นด้วยให้บังคับใช้เป็นกฎหมาย ขณะที่ EU ยังเตรียมข้อเสนอสำหรับเงินยูโรดิจิทัลในปลายปีนี้ด้วย
ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปได้สนับสนุนกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์ดิจิทัล (cryptoassets) แล้ว รวมถึงคริปโทฯ เช่น บิตคอยน์ และ อีเธอเรียม และโทเค็นที่ซื้อขายได้อื่นๆ อย่าง NFTs (Non- Fungible Tokens)
กฎดังกล่าวได้รับการอนุมัติจากฝ่ายนิติบัญญัติของยุโรปแล้ว ซึ่งหวังว่าจะช่วยผลักดันอุตสาหกรรมที่ถูกรุมเร้าด้วยเรื่องอื้อฉาวและความล้มเหลวให้กลับมาเป็นที่ยอมรับได้ โดยหนึ่งในความล้มเหลวของการแลกเปลี่ยนคริปโทฯ ล่าสุดเกิดขึ้นในเดือนพฤศจิกายน 2022 เมื่อแพลตฟอร์ม FTX และบริษัทการค้าในเครืออย่าง Alameda Research ล้มละลาย
ไมรีด แมคกินเนส กรรมาธิการด้านบริการทางการเงินของสหภาพยุโรปกล่าวระหว่างการอภิปรายในรัฐสภาเมื่อวันพุธ (19 เม.ย.) ที่ผ่านมาว่า “กฎดังกล่าวจะควบคุมกิจกรรมของ FTX และอาจป้องกันการล่มสลายซึ่งสร้างความเสียหายจำนวนมหาศาลให้กับนักลงทุน”
ภายใต้กฎระเบียบที่เรียกว่า ‘Markets in Crypto Assets (MiCA)’ ผู้ให้บริการ cryptoasset (CASPs) จะต้องปกป้องกระเป๋าเงินดิจิทัลของลูกค้าและจะต้องรับผิดชอบหากทำทรัพย์สิน crypto ของนักลงทุนหาย
“เราเชื่อว่าหาก FTX ถูกจับกุมภายใต้เขตอำนาจศาลของสหภาพยุโรป การปฏิบัติหลายอย่างจะไม่ได้รับอนุญาตภายใต้ MiCA” แมคกินเนสกล่าว
ทั้งนี้ ผู้ให้บริการรายใหญ่จะต้องเปิดเผยการใช้พลังงานของตนซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามของสหภาพยุโรปในการลดคาร์บอนฟรุตพริ้นท์ (carbon footprint) สูงของสกุลเงินดิจิทัล
สำหรับกฎระเบียบข้อที่ 2 เกี่ยวกับการโอนเงินจะนำไปสู่การกำกับดูแลการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลที่มากขึ้น ซึ่งจะทำให้สอดคล้องกับแนวปฏิบัติทางการเงินแบบดั้งเดิมอย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้น โดยสหภาพยุโรปกล่าวว่าสิ่งนี้จะทำให้อาชญากรใช้คริปโทฯ เพื่อกิจกรรมที่ผิดกฎหมายอย่างการฟอกเงินได้ยากขึ้น
เออร์เนสต์ เออร์ตาซุน หนึ่งในสมาชิกสภานิติบัญญัติของสหภาพยุโรปซึ่งเป็นหัวหอกในการออกกฎหมายผ่านรัฐสภา กล่าวว่า “ข้อบังคับถือเป็นจุดสิ้นสุดของยุคไร้กฎหมายควบคุมของ cryptoassets”
“เป็นเวลากว่าทศวรรษที่การขาดกฎระเบียบส่งผลให้เกิดความสูญเสียอย่างใหญ่หลวงต่อนักลงทุนที่ลงทุนครั้งแรกจำนวนมาก และเป็นที่หลบภัยสำหรับผู้หลอกลวงและเครือข่ายอาชญากรระหว่างประเทศ” เออร์ตาซุนกล่าว
ขณะเดียวกันที่สหรัฐฯ ก็เดินหน้าปราบปรามอุตสาหกรรมคริปโทฯ ท่ามกลางการเรียกร้องให้มีการกำกับดูแลด้านกฎระเบียบมากขึ้นทั่วมหาสมุทรแอตแลนติก โดยก่อนหน้านี้ หน่วยงานกำกับดูแลตลาดของสหรัฐฯ ได้ตั้งข้อหาไบแนนซ์ (Binance) บริษัทแลกเปลี่ยนคริปโทฯ ที่ใหญ่ที่สุดในโลกและผู้ก่อตั้งอย่าง จางเผิงเจ้า เมื่อเดือนที่แล้วสำหรับการละเมิดหลายครั้ง
ทั้งนี้ กฎของสหภาพยุโรปจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2024 หลังจากที่ประเทศสมาชิกของกลุ่มเห็นด้วยให้บังคับใช้เป็นกฎหมาย ขณะที่ EU ยังเตรียมข้อเสนอสำหรับเงินยูโรดิจิทัลในปลายปีนี้ด้วย




