หน่วยงานด้านสาธารณสุขทั่วทวีปยุโรปต่างเตรียมพร้อมรับมือในระดับเฝ้าระวังสูงสุดเมื่อวันศุกร์ (26 มิ.ย.) ที่ผ่านมา เนื่องจากคลื่นความร้อนรุนแรงยังคงแผ่ขยายในวงกว้างไปทั่วทั้งทวีป
อุณหภูมิพุ่งสูงขึ้นแตะระดับสูงสุดในฝรั่งเศสและสหราชอาณาจักรซึ่งทำให้อัตราความร้อนทุบสถิติเดิมของเดือนมิถุนายนลงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ในขณะเดียวกัน สภาพอากาศร้อนจัดในอิตาลีก็มีแนวโน้มที่จะทวีความรุนแรงยิ่งขึ้นในช่วงสุดสัปดาห์นี้ ซึ่งจะส่งผลให้อุณหภูมิทะยานแตะ 40 องศาเซลเซียสเป็นครั้งแรกของฤดูร้อนนี้
กรุงปารีสทำสถิติอุณหภูมิสูงสุดในเดือนมิถุนายนที่ 40.9 องศาเซลเซียสเมื่อวันพุธ (24 มิ.ย.) ที่ผ่านมา และแม้จะมีการคาดการณ์ว่า “สภาพอากาศจะเริ่มบรรเทาความร้อนลงหลังจากนี้” แต่ทางหน่วยงานภาครัฐยังคงเตรียมความพร้อมรับมือกับจำนวนผู้เสียชีวิตที่อาจเพิ่มสูงขึ้น
“วิกฤตการณ์ครั้งนี้จะส่งผลกระทบอย่างแน่นอน โดยเฉพาะในแง่ของจำนวนผู้เสียชีวิตที่จะเพิ่มมากขึ้น”
— สเตฟานี ริสต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขของฝรั่งเศส กล่าวกับผู้สื่อข่าว
แพทย์ในสหราชอาณาจักรเปิดเผยว่า “สภาพอากาศที่ร้อนจัดส่งผลกระทบต่ออุปกรณ์การแพทย์ที่สำคัญ เช่น เครื่องตรวจคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) ในโรงพยาบาลต่างๆ” นอกจากนี้ สำนักงานอุตุนิยมวิทยาของสหราชอาณาจักร (Met Office) ยังได้ขยายเวลาการประกาศเตือนภัยความร้อนระดับ ‘สีแดง’ ครอบคลุมพื้นที่ขนาดใหญ่ทางตอนใต้และตะวันออกของอังกฤษ ลากยาวเป็นวันที่สามติดต่อกันเป็นครั้งแรก
ฟากฝั่งเยอรมนีเผชิญกับสภาพอากาศที่ร้อนจัด ส่งผลให้พื้นผิวถนนของทางหลวงสาย A2 เกิดการโก่งตัวและแตกหักเสียหายเป็นแนวยาวหลายช่องจราจรเมื่อเย็นวันพฤหัสบดี (25 มิ.ย.) ที่ผ่านมา ขณะที่บริษัทรถไฟแห่งชาติของออสเตรียได้ออกโรงเตือนว่า “รางรถไฟอาจเกิดการบิดเบี้ยวได้ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า”
เนเธอร์แลนด์ประกาศเตือนภัยระดับ ‘สีแดง’ ครอบคลุมพื้นที่เกือบทั้งประเทศ และโรงเรียนหลายแห่งต้องปิดทำการ เนื่องจากคาดการณ์ว่าอุณหภูมิจะพุ่งสูงถึง 40 องศาเซลเซียส ซึ่งสร้างความยากลำบากอย่างมากให้แก่บรรดานักท่องเที่ยว
แม้แต่สวีเดนก็ไม่รอดพ้นจากมวลความร้อนรุนแรงที่แผ่คลุมไปทั่วทั้งทวีปนี้ ซึ่งก็มีรายงานว่า “รถไฟขนส่งสินค้าขบวนหนึ่งตกรางเมื่อช่วงดึกวันพฤหัสบดี (25 มิ.ย.) เนื่องจากอุณหภูมิที่พุ่งสูงทำให้รางรถไฟบิดตัว ส่งผลให้การจราจรทางรถไฟระหว่างกรุงสตอกโฮล์มและเมืองกอเทนเบิร์กซึ่งเป็นเมืองใหญ่อันดับสองของประเทศต้องหยุดชะงักลง”
บรรดานักวิทยาศาสตร์เผยว่า “คลื่นความร้อนระลอกนี้ซึ่งเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่วันที่ 20 มิถุนายน ถือเป็นระลอกที่ ‘รุนแรงที่สุด’ เท่าที่เคยมีการบันทึกไว้ในยุโรป ซึ่งเป็นภูมิภาคที่สภาพภูมิอากาศกำลังเปลี่ยนแปลงเร็วกว่าค่าเฉลี่ยของโลก”
“วิกฤตคลื่นความร้อนที่ทำลายสถิติครั้งนี้ ‘แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะเกิดขึ้น’ หากไม่มีปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดจากฝีมือมนุษย์ ซึ่งตัวการนี้ส่งผลให้อุณหภูมิที่ร้อนอบอ้าวในช่วงกลางคืนของสัปดาห์นี้ มีโอกาสเกิดขึ้นสูงกว่าเมื่อสองทศวรรษก่อนถึง 100 เท่า”
— นักวิทยาศาสตร์ เผย
กลุ่มนักวิทยาศาสตร์ด้านภูมิอากาศจากเครือข่าย ‘World Weather Attribution’ ระบุไว้ในบทวิเคราะห์ล่าสุดว่า “เมื่อพิจารณาจากพื้นที่ที่ทำการศึกษา คลื่นความร้อนระลอกนี้ถือเป็นระลอกที่ ‘รุนแรงที่สุดเท่าที่เคยมีการบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์’”
(Photo by NICOLAS TUCAT / AFP)




