แม้ว่าภารกิจค้นหาเรือดำน้ำไททันที่สูญหายไประหว่างดำดิ่งลงไปชมซากเรือไททานิคที่จมอยู่ก้นทะเลลึก 3,800 เมตรจะตรวจพบเสียงเคาะวัตถุบางอย่างอยู่ไม่ไกลจากจุดที่เรือดำน้ำไททันสูญหายไป ซึ่งช่วยจุดประกายความหวังว่าลูกเรือยังมีชีวิตอยู่และเป็นคนส่งสัญญาณออกมาก็ตาม แต่อีกด้านหนึ่งผู้เชี่ยวชาญบอกว่า “เรากำลังเสียโอกาสที่จะพบพวกเขาแบบมีชีวิต”
คริส แพร์รี อดีตนายพลเกษียณของอังกฤษเผยกับ LBC ว่า ความหวังที่จะพบเรือดำน้ำที่หายไปโดยปราศจากสัญญาณเป็นไปไม่ได้ในเร็วๆ นี้
นายพลแพร์รีเผยว่า “ผมเกรงว่าโอกาสเหลือน้อยมาก แน่นอนว่าเรายังมีความหวังและยังมองโลกในแง่ดี แต่มันมีปัญหาอยู่ 2 เรื่อง หนึ่งคือการค้นหาเรือดำน้ำ และอีกหนึ่งคือคุณจะนำมันขึ้นมาจากก้นทะเลอย่างไร มันไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และผมไม่คิดว่าใครจะมีไอเดียว่าจะทำได้อย่างไรในตอนนี้”
นายพลแพร์รียังติติง OceanGate บริษัทเจ้าของเรือดำน้ำไททันโดยบอกว่า การเดินทางของเรือดำน้ำไททัน “อันตราย” และ “ไม่มีแผนสำรอง” และว่า “ทำไมคุณถึงอยากลงไปอยู่ในวัตถุที่อันตรายนี้ และยังต้องลงนามสละสิทธิ์ใดๆ ที่จะฟ้องร้องบริษัทสำหรับความเสียหายต่อจิตใจ อุบัติเหตุ หรือการเสียชีวิต...มันคือการทดลองและผมเกรงว่ามันเป็นเรื่องใหญ่มากถ้าคุณต้องการดำลงไปและทำมัน”
นายพลแพร์รียังเปรียบเทียบก้นมหาสมุทรแอตแลนติกที่ซากเรือไททานิคจมลงไปว่าไม่ต่างจากอวกาศ “ข้างล่างนั่นมันมืดสนิท และคุณยังอาจเจอกับโคลน และวัตถุอื่นๆ ที่ถูกพัดพามา คุณสามารถมองเห็นวัตถุข้างหน้าได้ราว 6 เมตรโดยใช้ไฟฉาย แถมยังมีกระแสน้ำเชี่ยวกรากพัดคุณอีก”
ทั้งนี้ หากเรือดำน้ำไททันเครื่องดับ และใบพัด ไฟ หรือฮีทเตอร์ไม่ทำงาน ผู้โดยสารทั้ง 5 คนจะตกอยู่ในความมืดลุณหภูมิราว 3 องศาเซลเซียสในขณะที่เรือดำน้ำลำนี้เคลื่อนที่อยู่ก้นทะล
ด้าน ไมเคิล กิลเลน นักวิทยาศาสตร์ที่เกือบเสียชีวิตระหว่างดำลงไปชมซากเรือไททานิคเมื่อปี 2000 เผยว่า ลูกเรือที่ติดอยู่ข้างในอาจใช้ถ้วยเคาะกับด้านข้างของเรือดำน้ำเพื่อส่งสัญญาณออกมา
กิลเลนเผยกับ Good Morning Britain ว่า “หากไฮโดรโฟน (อุปกรณ์รับสัญญาณ) เสียในช่วงต้นของการเดินทาง หลังจากลงไปใต้น้ำไม่ถึง 2 ชั่วโมงซึ่งหมายความว่าพวกเขายังลงไปไม่ถึงใต้ทะเล อย่างน้อยพวกเขาอาจใช้ถ้วยเคาะด้านข้างเรือ นั่นเป็นสิ่งที่ผมจะทำถ้าผมติดอยู่ข้างล่างนั่น และผมมั่นใจว่านั่นคือสิ่งที่ผู้ขับเรือจะบอกทุกคน”
คริส แพร์รี อดีตนายพลเกษียณของอังกฤษเผยกับ LBC ว่า ความหวังที่จะพบเรือดำน้ำที่หายไปโดยปราศจากสัญญาณเป็นไปไม่ได้ในเร็วๆ นี้
นายพลแพร์รีเผยว่า “ผมเกรงว่าโอกาสเหลือน้อยมาก แน่นอนว่าเรายังมีความหวังและยังมองโลกในแง่ดี แต่มันมีปัญหาอยู่ 2 เรื่อง หนึ่งคือการค้นหาเรือดำน้ำ และอีกหนึ่งคือคุณจะนำมันขึ้นมาจากก้นทะเลอย่างไร มันไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และผมไม่คิดว่าใครจะมีไอเดียว่าจะทำได้อย่างไรในตอนนี้”
นายพลแพร์รียังติติง OceanGate บริษัทเจ้าของเรือดำน้ำไททันโดยบอกว่า การเดินทางของเรือดำน้ำไททัน “อันตราย” และ “ไม่มีแผนสำรอง” และว่า “ทำไมคุณถึงอยากลงไปอยู่ในวัตถุที่อันตรายนี้ และยังต้องลงนามสละสิทธิ์ใดๆ ที่จะฟ้องร้องบริษัทสำหรับความเสียหายต่อจิตใจ อุบัติเหตุ หรือการเสียชีวิต...มันคือการทดลองและผมเกรงว่ามันเป็นเรื่องใหญ่มากถ้าคุณต้องการดำลงไปและทำมัน”
นายพลแพร์รียังเปรียบเทียบก้นมหาสมุทรแอตแลนติกที่ซากเรือไททานิคจมลงไปว่าไม่ต่างจากอวกาศ “ข้างล่างนั่นมันมืดสนิท และคุณยังอาจเจอกับโคลน และวัตถุอื่นๆ ที่ถูกพัดพามา คุณสามารถมองเห็นวัตถุข้างหน้าได้ราว 6 เมตรโดยใช้ไฟฉาย แถมยังมีกระแสน้ำเชี่ยวกรากพัดคุณอีก”
ทั้งนี้ หากเรือดำน้ำไททันเครื่องดับ และใบพัด ไฟ หรือฮีทเตอร์ไม่ทำงาน ผู้โดยสารทั้ง 5 คนจะตกอยู่ในความมืดลุณหภูมิราว 3 องศาเซลเซียสในขณะที่เรือดำน้ำลำนี้เคลื่อนที่อยู่ก้นทะล
อ่านบทความย้อนรอย ‘เรือดำน้ำไททัน’ ทั้งหมด:
- ลุ้นระทึก! เร่งค้นหา ‘เรือดำน้ำไททัน’ พาชมซากเรือไททานิคสูญหาย
- เจาะภารกิจค้นหา ‘เรือดำน้ำไททัน’ แข่งกับเวลาที่เหลือไม่ถึง 30 ชั่วโมง!
- ‘เรือดำน้ำไททัน’ มีปัญหาจนต้องสร้างใหม่ก่อนลงชมซากไททานิค
- ก่อนหน้านี้ ‘เรือดำน้ำไททัน’ ก็เคยหายไปครั้งหนึ่งแล้ว
ด้าน ไมเคิล กิลเลน นักวิทยาศาสตร์ที่เกือบเสียชีวิตระหว่างดำลงไปชมซากเรือไททานิคเมื่อปี 2000 เผยว่า ลูกเรือที่ติดอยู่ข้างในอาจใช้ถ้วยเคาะกับด้านข้างของเรือดำน้ำเพื่อส่งสัญญาณออกมา
กิลเลนเผยกับ Good Morning Britain ว่า “หากไฮโดรโฟน (อุปกรณ์รับสัญญาณ) เสียในช่วงต้นของการเดินทาง หลังจากลงไปใต้น้ำไม่ถึง 2 ชั่วโมงซึ่งหมายความว่าพวกเขายังลงไปไม่ถึงใต้ทะเล อย่างน้อยพวกเขาอาจใช้ถ้วยเคาะด้านข้างเรือ นั่นเป็นสิ่งที่ผมจะทำถ้าผมติดอยู่ข้างล่างนั่น และผมมั่นใจว่านั่นคือสิ่งที่ผู้ขับเรือจะบอกทุกคน”




