สำนักข่าว CNN รายงานว่า นักวิจัยของบริษัท ExxonMobil หนึ่งในบริษัทน้ำมันและก๊าซที่ใหญ่ที่สุดในโลกได้ทำนายภาวะโลกร้อนในอนาคตไว้อย่างแม่นยำในรายงานย้อนหลังไปถึงช่วงปลายทศวรรษ 1970 และต้นทศวรรษ 1980 แม้ว่าบริษัทจะยังคงตั้งข้อสงสัยต่อสาธารณชนเป็นเวลาหลายปีเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ภูมิอากาศก็ตาม
นักวิจัยจาก Exxon ตรวจสอบการคาดการณ์สภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นระหว่างปี 1977 และ 2003 โดยพบว่านอกจากการทำนายการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิในระยะยาวแล้ว ยังคาดการณ์ได้อย่างแม่นยำว่าเมื่อใดที่การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดจากฝีมือมนุษย์นั้นมันจะกลายเป็นสิ่งที่มองเห็นได้
เอกสารของ Exxon จำนวนมากที่ค้นพบโดยนักวิจัยและนักข่าวในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาได้แสดงให้เห็นว่าบริษัทตระหนักถึงความเชื่อมโยงระหว่างเชื้อเพลิงฟอสซิลกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมาอย่างน้อยตั้งแต่ทศวรรษ 1970 แล้ว
“นี่คือการประเมินอย่างเป็นระบบครั้งแรกของการคาดการณ์สภาพภูมิอากาศของอุตสาหกรรมเชื้อเพลิงฟอสซิล” จอร์ฟฟรี ซูปราน นักวิจัยด้านประวัติศาสตร์วิทยาศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดและผู้ร่วมเขียนรายงานกล่าวกับ CNN
ทั้งนี้ นักวิจัยได้วิเคราะห์รายงานมากกว่า 100 ฉบับ ซึ่งจัดทำขึ้นระหว่างปี 1977-2014 จากนั้นพวกเขาก็แยกย่อยเอกสารเหล่านี้ออกเป็น 12 ฉบับบที่มีการคาดการณ์สภาพภูมิอากาศและเปรียบเทียบกับข้อสังเกตทางประวัติศาสตร์
รายงานระบุว่าระหว่าง 63-83% ของการคาดการณ์มีความแม่นยำในการทำนายภาวะโลกร้อนที่ตามมา และการคาดการณ์ของพวกเขายังสอดคล้องกับแบบจำลองทางวิชาการอิสระด้วย
“แบบจำลองสภาพภูมิอากาศของบริษัทแสดงให้เห็นทักษะและความแม่นยำที่น่าตกใจ” ซูปราน กล่าว นอกจากนี้ รายงานยังระบุอีกด้วยว่า Exxon ได้คาดการณ์ว่าอุณหภูมิจะร้อนขึ้นเฉลี่ยประมาณ 0.2 องศาเซลเซียสต่อทศวรรษ
ซูปราน กล่าวเสริมว่า Exxon ให้ความสำคัญกับเรื่องอื่นๆ มากมาย รวมถึงการคาดการณ์อย่างแม่นยำว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดจากฝีมือมนุษย์จะถูกตรวจจับได้เป็นครั้งแรกราวปี 2000 เช่นเดียวกับการประเมินปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ที่จะนำไปสู่ภาวะโลกร้อนที่เป็นอันตราย
“ตอนนี้เรามีหลักฐานที่แน่นแฟ้นและไม่อาจปฏิเสธได้ว่า ExxonMobil ทำนายภาวะโลกร้อนได้อย่างแม่นยำ” ซูปราน กล่าว
ขณะที่ ทอดด์ สปิทเลอร์ โฆษกของ Exxon กล่าวในแถลงการณ์ว่า “ExxonMobil มุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและความเสี่ยงที่เกิดขึ้น”
นอกจากนี้ เขายังกล่าวถึงการวิจัยสภาพภูมิอากาศของ Exxon ว่าบริษัทได้ผลิตเอกสารเกือบ 150 ฉบับ รวมถึงสิ่งพิมพ์มากกว่า 50 ฉบับที่ผ่านการตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญซึ่งบริษัทได้เผยแพร่ต่อสาธารณชนแล้ว
“ความเข้าใจของ ExxonMobil เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ภูมิอากาศได้พัฒนาไปพร้อมกับชุมชนวิทยาศาสตร์ในวงกว้าง” สปิทเลอร์ กล่าวทิ้งท้าย
นักวิจัยจาก Exxon ตรวจสอบการคาดการณ์สภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นระหว่างปี 1977 และ 2003 โดยพบว่านอกจากการทำนายการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิในระยะยาวแล้ว ยังคาดการณ์ได้อย่างแม่นยำว่าเมื่อใดที่การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดจากฝีมือมนุษย์นั้นมันจะกลายเป็นสิ่งที่มองเห็นได้
เอกสารของ Exxon จำนวนมากที่ค้นพบโดยนักวิจัยและนักข่าวในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาได้แสดงให้เห็นว่าบริษัทตระหนักถึงความเชื่อมโยงระหว่างเชื้อเพลิงฟอสซิลกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมาอย่างน้อยตั้งแต่ทศวรรษ 1970 แล้ว
“นี่คือการประเมินอย่างเป็นระบบครั้งแรกของการคาดการณ์สภาพภูมิอากาศของอุตสาหกรรมเชื้อเพลิงฟอสซิล” จอร์ฟฟรี ซูปราน นักวิจัยด้านประวัติศาสตร์วิทยาศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดและผู้ร่วมเขียนรายงานกล่าวกับ CNN
ทั้งนี้ นักวิจัยได้วิเคราะห์รายงานมากกว่า 100 ฉบับ ซึ่งจัดทำขึ้นระหว่างปี 1977-2014 จากนั้นพวกเขาก็แยกย่อยเอกสารเหล่านี้ออกเป็น 12 ฉบับบที่มีการคาดการณ์สภาพภูมิอากาศและเปรียบเทียบกับข้อสังเกตทางประวัติศาสตร์
รายงานระบุว่าระหว่าง 63-83% ของการคาดการณ์มีความแม่นยำในการทำนายภาวะโลกร้อนที่ตามมา และการคาดการณ์ของพวกเขายังสอดคล้องกับแบบจำลองทางวิชาการอิสระด้วย
“แบบจำลองสภาพภูมิอากาศของบริษัทแสดงให้เห็นทักษะและความแม่นยำที่น่าตกใจ” ซูปราน กล่าว นอกจากนี้ รายงานยังระบุอีกด้วยว่า Exxon ได้คาดการณ์ว่าอุณหภูมิจะร้อนขึ้นเฉลี่ยประมาณ 0.2 องศาเซลเซียสต่อทศวรรษ
ซูปราน กล่าวเสริมว่า Exxon ให้ความสำคัญกับเรื่องอื่นๆ มากมาย รวมถึงการคาดการณ์อย่างแม่นยำว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดจากฝีมือมนุษย์จะถูกตรวจจับได้เป็นครั้งแรกราวปี 2000 เช่นเดียวกับการประเมินปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ที่จะนำไปสู่ภาวะโลกร้อนที่เป็นอันตราย
“ตอนนี้เรามีหลักฐานที่แน่นแฟ้นและไม่อาจปฏิเสธได้ว่า ExxonMobil ทำนายภาวะโลกร้อนได้อย่างแม่นยำ” ซูปราน กล่าว
ขณะที่ ทอดด์ สปิทเลอร์ โฆษกของ Exxon กล่าวในแถลงการณ์ว่า “ExxonMobil มุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและความเสี่ยงที่เกิดขึ้น”
นอกจากนี้ เขายังกล่าวถึงการวิจัยสภาพภูมิอากาศของ Exxon ว่าบริษัทได้ผลิตเอกสารเกือบ 150 ฉบับ รวมถึงสิ่งพิมพ์มากกว่า 50 ฉบับที่ผ่านการตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญซึ่งบริษัทได้เผยแพร่ต่อสาธารณชนแล้ว
“ความเข้าใจของ ExxonMobil เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ภูมิอากาศได้พัฒนาไปพร้อมกับชุมชนวิทยาศาสตร์ในวงกว้าง” สปิทเลอร์ กล่าวทิ้งท้าย



