ประธานาธิบดอเล็กซานเดอร์ สตุแบ็บบ์ ของฟินแลนด์ กล่าวเมื่อวันจันทร์ (3 พ.ย.) ว่า “ยุคใหม่ของอาวุธนิวเคลียร์ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว” หลังจากที่สหรัฐฯ ประกาศเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า ‘มีแผนจะทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ครั้งใหม่’
“‘ตรรกะแห่งการป้องปราม’ และ ‘เสถียรภาพเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างมหาอำนาจ’ กำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน เรากำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของอาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งน่าเสียดายที่ความสำคัญของอาวุธนิวเคลียร์กำลังเพิ่มมากขึ้น”
— สตุแบ็บบ์ กล่าวสุนทรพจน์ที่กรุงเฮลซิงกิ
เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศว่า “สหรัฐฯ จะเริ่มการทดสอบอาวุธนิวเคลียร์” ซึ่งทำให้เกิดคำถามตามมาว่า เขาหมายถึง ‘การทดสอบระเบิดนิวเคลียร์’ หรือเพียงแค่ ‘ระบบอาวุธที่สามารถส่งอาวุธนิวเคลียร์ได้’
การประกาศของทรัมป์เกิดขึ้นหลังจากที่รัสเซียเผยว่าประสบความสำเร็จในการทดสอบ ‘Burevestnik’ ขีปนาวุธร่อนพลังงานนิวเคลียร์รุ่นใหม่ และโดรนใต้น้ำพลังงานนิวเคลียร์ที่สามารถติดอาวุธนิวเคลียร์ได้
ที่ผ่านมา ไม่มีประเทศอื่นใดนอกจากเกาหลีเหนือที่ดำเนินการระเบิดนิวเคลียร์มานานหลายทศวรรษ ขณะที่รัสเซียก็ไม่ได้ทำการทดสอบดังกล่าวมาตั้งแต่ปี 1990 ส่วนจีนก็ไม่ได้ทดสอบมาตั้งแต่ปี 1996
เมื่อวันอาทิตย์ (2 พ.ย.) ที่ผ่านมา ทรัมป์ กล่าวหาว่า “ประเทศต่างๆ รวมถึงรัสเซียและจีน ได้ทำการทดสอบนิวเคลียร์ใต้ดินโดยที่สาธารณชนยังไม่ทราบ และสหรัฐฯ ก็จะทำตาม”
“เราจะร่วมกันสร้างการป้องปราม และควบคุมการยกระดับสถานการณ์ได้อย่างไร?”
— สตุแบ็บบ์ ตั้งคำถาม
อย่างไรก็ดี คำถามเหล่านี้เป็นสิ่งที่ประเทศเล็กๆ อย่าง ฟินแลนด์ ซึ่งมีพรมแดนติดกับรัสเซียยาว 1,340 กิโลเมตร (830 ไมล์) ต้องพิจารณาร่วมกับพันธมิตรของตัวเองในขณะนี้ โดยฟินแลนด์ได้ยุติความขัดแย้งทางทหารที่ยืดเยื้อมานานหลายทศวรรษ และเข้าร่วมเป็นพันธมิตรทางทหารของ NATO เมื่อปี 2023 หลังจากสงครามรัสเซีย-ยูเครนปะทุขึ้น
(Photo by TIMOTHY A. CLARY / AFP)





