อัยการเกาหลีใต้สั่งฟ้อง 4 บริษัทกลั่นน้ำมันรายใหญ่ของประเทศเมื่อวันจันทร์ (6 ก.ค.) ที่ผ่านมา ในข้อหา ‘ละเมิด’ กฎหมายการค้าที่เป็นธรรม ซึ่งรวมถึงข้อกล่าวหาที่ว่า “2 ใน 4 บริษัทสมรู้ร่วมคิดกันขึ้นราคาน้ำมันเชื้อเพลิงหลังจากเกิดสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านเมื่อเดือนมีนาคม”
สำนักงานอัยการเขตกรุงโซลตอนกลางประเมินว่า “การสมรู้ร่วมคิดดังกล่าวโดยบริษัท HD Hyundai Oilbank และบริษัท SK Energy ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการผูกขาดทางการค้าคิดเป็นมูลค่า 14.2 ล้านล้านวอน (ราว 3.14 แสนล้านบาท)”
“หากนับรวมผลกระทบแบบโดมิโนจากบริษัท GS Caltex และ S-Oil ที่ปรับราคาขึ้นตามมาแล้ว ความเสียหายในวงกว้างอาจสูงถึงประมาณ 26 ล้านล้านวอน (ราว 5.75 แสนล้านบาท)”
— อัยการระบุเพิ่มเติม
บริษัทผู้กลั่นน้ำมันรายใหญ่ 4 แห่ง ซึ่งถูกสั่งฟ้องในข้อหาละเมิดพระราชบัญญัติควบคุมการผูกขาดและการค้าที่เป็นธรรม ได้แก่ :
- HD Hyundai Oilbank
- SK Energy
- GS Caltex
- S-Oil
อัยการได้สั่งฟ้องผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ของบริษัททั้ง 4 แห่งรวมทั้งหมด 4 ราย โดยหัวหน้าฝ่ายกำหนดราคาของ HD Hyundai Oilbank ถูกสั่งฟ้องและถูกจับกุมตัว ขณะที่เจ้าหน้าที่บริษัทอีก 2 ราย รวมถึงผู้บริหารฝ่ายขายในประเทศของ GS Caltex ถูกสั่งฟ้องดำเนินคดีโดยไม่มีการควบคุมตัว
อัยการระบุว่า “HD Hyundai Oilbank และ SK Energy ได้แลกเปลี่ยนข้อมูลด้านราคาล่วงหน้าระหว่างกันตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2024 จนถึงเดือนกุมภาพันธ์ของปีนี้...โดยหัวหน้าฝ่ายกำหนดราคาและผู้จัดการอาวุโสของ HD Hyundai Oilbank เป็นผู้ลักลอบแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านราคากับ SK Energy ในช่วงเวลาดังกล่าว”
นอกจากนี้ หัวหน้าฝ่ายกำหนดราคายังถูกกล่าวหาอีกว่า “ได้ตกลงร่วมกับคู่สัญญาในฝั่งของ SK Energy เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เพื่อปรับขึ้นราคาน้ำมันอย่างรุนแรง หลังจากสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล กับอิหร่านปะทุขึ้น”
“บริษัทกลั่นน้ำมันเหล่านี้มีปริมาณน้ำมันดิบสำรองในคลังอยู่เป็นจำนวนมากอยู่แล้วในเวลานั้น ซึ่งหมายความว่าการปรับขึ้นราคาไม่ได้เป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้ว่าจะเกิดสงครามขึ้นก็ตาม”
— อัยการ ระบุ
ภายใต้ข้อตกลงที่ถูกกล่าวหานี้ SK Energy ได้กำหนดราคาให้สูงกว่า HD Hyundai Oilbank ลิตรละ 30-40 วอน เพื่อเปิดทางให้ทั้งสองบริษัทสามารถจูงมือกันปรับขึ้นราคาไปพร้อมๆ กันได้
สำหรับ GS Caltex และ S-Oil นั้นไม่ได้ถูกกล่าวหาว่าเข้าร่วมในข้อตกลงฮั้วราคาโดยตรง แต่อัยการชี้ว่าทั้งสองบริษัทได้ปรับราคาขึ้นตาม HD Hyundai Oilbank และ SK Energy ซึ่งมีส่วนซ้ำเติมให้ราคาน้ำมันในประเทศพุ่งสูงขึ้นในวงกว้าง
ทางอัยการได้อธิบายถึงพฤติกรรมดังกล่าวว่าเป็น ‘การสมรู้ร่วมคิดโดยปริยาย’ (conscious parallelism) ซึ่งเป็นรูปแบบที่คู่แข่งต่างปรับราคาในลักษณะที่คล้ายคลึงกัน โดยไม่มีการติดต่อสื่อสารหรือข้อตกลงร่วมกันโดยตรง
“พฤติกรรมนี้อาจส่งผลกระทบและขัดขวางการแข่งขันทางการค้า แต่ไม่สามารถลงโทษในฐานะการฮั้วราคา ภายใต้พระราชบัญญัติการค้าที่เป็นธรรมได้ หากไม่มีหลักฐานที่พิสูจน์ได้ว่ามีการสมรู้ร่วมคิดกัน”
— อัยการ ระบุ
นอกจากนี้ บริษัทกลั่นน้ำมันทั้ง 4 แห่งยังถูกสั่งฟ้องแยกต่างหากในอีกคดีหนึ่ง เกี่ยวกับการทำสัญญาจัดซื้อผูกขาดแต่เพียงผู้เดียวกับปั๊มน้ำมันต่างๆ ตั้งแต่เดือนมกราคม 2021 ถึงเดือนมิถุนายน 2026...บริษัทเหล่านี้ใช้อำนาจต่อรองที่เหนือกว่า บังคับให้ปั๊มน้ำมันต้องซื้อเฉพาะผลิตภัณฑ์ของตนเองเท่านั้น และแจ้งราคาซัพพลายน้ำมันให้กับปั๊มต่าง ๆ ทราบเพียงฝ่ายเดียว
อัยการ ระบุเพิ่มเติมว่า “ปั๊มน้ำมันที่หันไปซื้อผลิตภัณฑ์จากซัพพลายเออร์ที่เป็นคู่แข่ง จะต้องเผชิญกับข้อเสียเปรียบหลายประการ ซึ่งรวมถึงการถูกเรียกร้องค่าเสียหาย การถูกเรียกคืนต้นทุนคืน หรือการถูกระงับโปรแกรมบัตรสะสมแต้ม”
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ของบริษัท 2 รายยังถูกสั่งฟ้องในข้อหาทำลายหลักฐานอีกด้วย “หัวหน้าฝ่ายกฎหมายของ HD Hyundai Oilbank ได้ลบเอกสารที่มีข้อมูลราคาของคู่แข่ง หลังจากรู้ตัวล่วงหน้าว่าจะมีการเข้าตรวจสอบพื้นที่โดยคณะกรรมาธิการการค้าที่เป็นธรรม (FTC) ขณะที่ผู้บริหารของ GS Caltex ถูกกล่าวหาว่าลบห้องแชตข้อความภายในองค์กรที่ใช้สำหรับการประชุมเรื่องการกำหนดราคา” อัยการ ระบุ
(Photo by JUNG YEON-JE / AFP)





