ฝรั่งเศสควบคุมไฟป่าใหญ่ที่สุดในรอบครึ่งศตวรรษได้สำเร็จ

9 ส.ค. 2568 - 08:43

  • ไฟป่าใหญ่ที่สุดในรอบ 50 ปีเผาผลาญพื้นที่ 17,000 เฮกตาร์ในจังหวัดออด

  • มีผู้เสียชีวิต 1 ราย บาดเจิบ 18 ราย รวมถึงนักดับเพลิง 16 นาย

  • ไร่องุ่นเสียหายกว่า 800-900 เฮกตาร์ ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรในพื้นที่

ฝรั่งเศสควบคุมไฟป่าใหญ่ที่สุดในรอบครึ่งศตวรรษได้สำเร็จ

นักดับเพลิงฝรั่งเศสประสบความสำเร็จในการควบคุมไฟป่าขนาดใหญ่ที่สุดในรอบครึ่งศตวรรษ หลังจากเพลิงไหม้ลุกลามเผาผลาญพื้นที่กว่า 17,000 เฮกตาร์ในจังหวัดออด (Aude) บริเวณชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ก่อให้เกิดความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน ท่ามกลางฤดูท่องเที่ยวขณะที่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าประเทศในยุโรปกำลังเผชิญความเสี่ยงจากภัยพิบัติธรรมชาติที่เพิ่มขึ้นเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

สภาพอากาศเป็นปัจจัยสำคัญ

เรมี เรซิโอ (Rémi Recio) รองผู้ว่าการเมืองนาร์บอนน์ (Narbonne) เผยให้ทราบว่า สภาพอากาศเริ่มเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น โดยลมเริ่มอ่อนลงและความชื้นในอากาศเพิ่มขึ้น รวมถึงฝนตกเล็กน้อยในช่วงเช้าที่ช่วยสนับสนุนการดับเพลิง อย่างไรก็ตาม เมฆหมอกที่ช่วยนักดับเพลิงบนพื้นดินกลับทำให้การปฏิบัติการทางอากาศลำบากขึ้น

พยากรณ์อากาศระบุว่าสภาพอากาศอาจไม่เอื้อในช่วงสุดสัปดาห์ เพราะอยู่ในภาวะเตือนภัยคลื่นความร้อนและลมที่แรงขึ้น เอเลน ซานดราญ (Hélène Sandragne) ประธานสภาจังหวัดออด กล่าวว่า นักดับเพลิงจะทำทุกอย่างเต็มที่ก่อนลมเหนือที่พัดผ่านประจำพื้นที่นี้ จะกลับมาในช่วงสุดสัปดาห์

ความเสียหายและผลกระทบ

ไฟป่าครั้งนี้สร้างความเสียหายอย่างหนัก โดยมีผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นหญิงวัย 65 ปีที่พบศพในบ้านที่ถูกเพลิงไหม้ในเมืองแซงโลรองแดลาคาเบรส (Saint-Laurent-de-la-Cabrerisse) ขณะที่มีผู้บาดเจ็บ 18 ราย ประกอบด้วยผู้อยู่อาศัยที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล 2 ราย หนึ่งในนั้นบาดเจิบสาหัส และนักดับเพลิง 16 นาย

เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นประเมินว่าไร่องุ่นได้รับความเสียหายประมาณ 800-900 เฮกตาร์ ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเกษตรกรในพื้นที่ ฟาเบียง เวิร์นเนส (Fabien Vergnes) วัย 52 ปี เจ้าของไร่องุ่น 20 เฮกตาร์ในตูร์นิสซัง (Tournissan) กล่าวด้วยความหมดหวังว่า ไร่องุ่นที่ใช้เวลาหลายปีในการเพาะปลูกถูกไฟเผาวอดไปในเวลาเพียงหนึ่งชั่วโมง

การสืบสวนและมาตรการป้องกัน

อัยการภูมิภาคได้เปิดการสืบสวนหาสาเหตุของไฟป่าครั้งนี้ ขณะที่ประมาณ 2,000 คนที่อพยพยังไม่สามารถกลับบ้านได้ และมีนักดับเพลิงเกือบ 2,000 นายปฏิบัติหน้าที่ควบคุมเพลิง

ยุโรปกำลังเผชิญกับคลื่นความร้อนในเดือนสิงหาคม ทำให้หลายพื้นที่อยู่ในภาวะเตือนภัยไฟป่า โปรตุเกสได้ขยายมาตรการฉุกเฉินเนื่องจากความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ใกล้เมืองตารีฟา (Tarifa) ประเทศสเปน ทีมดับเพลิงได้ควบคุมเพลิงใหญ่ที่เผาผลาญพื้นที่หลายร้อยเฮกตาร์และบังคับให้ผู้คนกว่า 1,500 คนต้องอพยพ

การที่นักดับเพลิงสามารถควบคุมไฟป่าใหญ่ครั้งนี้ได้แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าในเทคนิคการดับเพลิง แต่ภัยพิบัติที่เกิดขึ้นกลับเป็นสัญญาณเตือนให้โลกตื่นตัวต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่กำลังทวีความรุนแรงมากขึ้นทุกปี

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์