ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังก้าวเป็นผู้นำโลกด้านโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ ด้วยเหตุผลที่ว่ากลุ่มผู้ให้บริการคลาวด์และผู้ปฏิบัติการศูนย์ข้อมูลคลาวด์ต่างชาติทุ่มเม็ดเงินลงทุนหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อสร้างศูนย์กลางใหม่ๆ ในหลายประเทศในภูมิภาคทั้งในไทย อินโดนีเซีย และมาเลเซีย
เริ่มจาก เอ็นทีที บริษัทโทรคมนาคมจากญี่ปุ่นประกาศทุ่มเม็ดเงินลงทุน 90 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อสร้างศูนย์ข้อมูลแห่งที่ 3 ในกรุงเทพฯ รองรับอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นจากผู้ให้บริการคลาวด์ และช่วงต้นเดือนนี้ ธุรกิจคลาวด์คอมพิวติ้งของอเมซอนประกาศทุ่มเม็ดเงินลงทุนในมาเลเซียจำนวน 6,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วง 14 ปีข้างหน้า
นักวิเคราะห์และนักธุรกิจ คาดการณ์ว่า ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะกลายเป็น “ฮับ” ในการเติบโตด้านศูนย์ข้อมูลของธุรกิจคลาวด์ทั่วโลก ขณะที่ธุรกิจเหล่านี้ กำลังเร่งทำงานให้สอดคล้องกับอุปสงค์ข้อมูลที่พุ่งขึ้นภายใต้เศรษฐกิจอินเทอร์เน็ตที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง
ส่วนผลศึกษาที่นำโดยกูเกิล ระบุว่า เศรษฐกิจออนไลน์มีแนวโน้มที่จะมีมูลค่า 3.3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2025 เพิ่มขึ้นเกือบ 3 เท่าตัวในระยะเวลาแค่ 5 ปี
ไอดีซี บริษัทวิจัยตลาดจากสหรัฐฯ ระบุว่า รายได้จากโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพิ่มขึ้นเป็น 2.18 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2022 เพิ่มขึ้น 25% โดยสิงคโปร์ มีสัดส่วนประมาณครึ่งหนึ่ง ขณะที่ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย เวียดนาม ไทย และอินโดนีเซียรวมกันแล้วมีสัดส่วนกว่า 30% แซงหน้าภูมิภาคเอเชียโดยรวมและตลาดทั่วโลก ซึ่งขยายตัว 25% และ 29% ตามลำดับ
รายงานของนิกเคอิมีขึ้นหลังจากช่วงปลายเดือนก.พ.ที่ผ่านมา มีการเผยแพร่ผลสำรวจที่บ่งชี้ว่าเทนเซ็นต์ คลาวด์ ก้าวขึ้นมาเป็นเบอร์ 1 ตลาดสื่อเอเชียแปซิฟิกที่มีมูลค่าเกือบ 7,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หลังจากบริษัทสื่อและบันเทิงในไทย กับตลาดอื่นๆ อีก 8 แห่งทั่วภูมิภาค 33.4% เลือกใช้บริการของเทนเซ็นต์ คลาวด์ เพื่อผลักดันการพัฒนาสู่ความเป็นดิจิทัล
บริการสื่อในเอเชียแปซิฟิกมีแนวโน้มขยายตัวเกือบ 7,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2026 ด้วยอัตราการเติบโตต่อปี 27% ตลอดระยะ 4 ปีข้างหน้า
เทนเซ็นต์ คลาวด์ เป็นธุรกิจคลาวด์ของเทนเซ็นต์ บริษัทเทคโนโลยีระดับโลกสัญชาติจีนได้รับการจัดอันดับเป็นผู้ให้บริการอันดับ 1 ในตลาดสื่อ จากรายงานตลาดบริการสื่อในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกประจำปี 2022 (2022 Asia-Pacific (APAC) Media Service Market Report) ของฟรอส์ท แอนด์ ซัลลิวัน
รายงานชิ้นนี้เป็นการศึกษาข้อมูลเชิงลึกที่เก็บรวบรวมทั้งในประเทศไทยและประเทศอื่นๆ อีก 8 แห่งทั่วภูมิภาค พบว่า บริษัทด้านสื่อสารมวลชนและความบันเทิง 33.4% เลือกใช้บริการของเทนเซ็นต์ คลาวด์ เพื่อเร่งผลักดันการพัฒนาสู่ความเป็นดิจิทัล ตอบสนองความต้องการบริการด้านสื่อสารมวลชนในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นการสร้างสรรค์คอนเทนต์ การประมวลผล การรับส่ง ตลอดจนถึงการสื่อสารแบบเรียลไทม์ วิดีโอออนดีมานด์ การสตรีมมิงไลฟ์สด และอื่นๆ
จากการศึกษาของฟรอส์ท แอนด์ ซัลลิวัน แสดงให้เห็นภาพการแข่งขันบริการสื่อในระบบคลาวด์ โดยมีการประเมินผู้ให้บริการคลาวด์จากหลักเกณฑ์ 3 ข้อคือ
คาดว่าในปี 2026 ตลาดบริการสื่อในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจะขยายตัวมีมูลค่า 6,987 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ด้วยอัตราการเติบโตต่อปี (CAGR) 27% ตลอดระยะเวลา 4 ปีข้างหน้า
ขณะเดียวกัน คาดว่าความต้องการโซลูชันเสียงและวิดีโอจะเพิ่มขึ้นทั่วทั้งอุตสาหกรรมขั้นปลายต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคธุรกิจอีคอมเมิร์ซ มีอัตรา CAGR เติบโตสูงสุดเมื่อเปรียบเทียบกับภาคธุรกิจอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นเกมออนไลน์ สื่อและความบันเทิง การประกอบกิจการ และบริการด้านสุขภาพ
“โพวชู เหยิง” รองประธานอาวุโส เทนเซ็นต์ คลาวด์ อินเตอร์เนชันแนล ย้ำว่า บริการสื่อมีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว จนกลายเป็นส่วนสำคัญของวิถีชีวิตและวิถีการสื่อสารในปัจจุบัน
“ด้วยประสบการณ์กว่า 2 ทศวรรษของเทนเซ็นต์ในการให้บริการและเชื่อมโยงผู้ใช้กว่า 1,000 ล้านคนทั่วโลก ทางแพลตฟอร์มที่มีการสื่อสารกับผู้บริโภค ทำให้เทนเซ็นต์ คลาวด์อยู่ในสถานะที่มีความแข็งแกร่งในเชิงกลยุทธ์ เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถหลอมรวมโลกดิจิทัลเข้าสู่โลกแห่งความเป็นจริง ซึ่งเป็นแนวคิดในการผสมผสานเทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งเศรษฐกิจดิจิทัลที่มีการบูรณาการเข้ากับโลกแห่งความเป็นจริง เพื่อเชื่อมถึงกันอย่างไร้รอยต่อ” รองประธานอาวุโสเทนเซนต์ กล่าว
ปัจจุบัน เทนเซ็นต์ คลาวด์ ให้บริการเทคโนโลยีและโซลูชันการเชื่อมต่อกว่า 400 รายการ รองรับ ‘Immersive Convergence’ ผ่านเครือข่ายโครงสร้างพื้นฐานทั่วโลก ครอบคลุมพื้นที่กว่า 26 แห่งทั่ว 5 ทวีปและพื้นที่ให้บริการ 70 แห่ง โดยมีโหนดเพิ่มความเร็วกว่า 2,800 โหนด
เริ่มจาก เอ็นทีที บริษัทโทรคมนาคมจากญี่ปุ่นประกาศทุ่มเม็ดเงินลงทุน 90 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อสร้างศูนย์ข้อมูลแห่งที่ 3 ในกรุงเทพฯ รองรับอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นจากผู้ให้บริการคลาวด์ และช่วงต้นเดือนนี้ ธุรกิจคลาวด์คอมพิวติ้งของอเมซอนประกาศทุ่มเม็ดเงินลงทุนในมาเลเซียจำนวน 6,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วง 14 ปีข้างหน้า
นักวิเคราะห์และนักธุรกิจ คาดการณ์ว่า ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะกลายเป็น “ฮับ” ในการเติบโตด้านศูนย์ข้อมูลของธุรกิจคลาวด์ทั่วโลก ขณะที่ธุรกิจเหล่านี้ กำลังเร่งทำงานให้สอดคล้องกับอุปสงค์ข้อมูลที่พุ่งขึ้นภายใต้เศรษฐกิจอินเทอร์เน็ตที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง
ส่วนผลศึกษาที่นำโดยกูเกิล ระบุว่า เศรษฐกิจออนไลน์มีแนวโน้มที่จะมีมูลค่า 3.3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2025 เพิ่มขึ้นเกือบ 3 เท่าตัวในระยะเวลาแค่ 5 ปี
ไอดีซี บริษัทวิจัยตลาดจากสหรัฐฯ ระบุว่า รายได้จากโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพิ่มขึ้นเป็น 2.18 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2022 เพิ่มขึ้น 25% โดยสิงคโปร์ มีสัดส่วนประมาณครึ่งหนึ่ง ขณะที่ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย เวียดนาม ไทย และอินโดนีเซียรวมกันแล้วมีสัดส่วนกว่า 30% แซงหน้าภูมิภาคเอเชียโดยรวมและตลาดทั่วโลก ซึ่งขยายตัว 25% และ 29% ตามลำดับ
รายงานของนิกเคอิมีขึ้นหลังจากช่วงปลายเดือนก.พ.ที่ผ่านมา มีการเผยแพร่ผลสำรวจที่บ่งชี้ว่าเทนเซ็นต์ คลาวด์ ก้าวขึ้นมาเป็นเบอร์ 1 ตลาดสื่อเอเชียแปซิฟิกที่มีมูลค่าเกือบ 7,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หลังจากบริษัทสื่อและบันเทิงในไทย กับตลาดอื่นๆ อีก 8 แห่งทั่วภูมิภาค 33.4% เลือกใช้บริการของเทนเซ็นต์ คลาวด์ เพื่อผลักดันการพัฒนาสู่ความเป็นดิจิทัล
บริการสื่อในเอเชียแปซิฟิกมีแนวโน้มขยายตัวเกือบ 7,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2026 ด้วยอัตราการเติบโตต่อปี 27% ตลอดระยะ 4 ปีข้างหน้า
เทนเซ็นต์ คลาวด์ เป็นธุรกิจคลาวด์ของเทนเซ็นต์ บริษัทเทคโนโลยีระดับโลกสัญชาติจีนได้รับการจัดอันดับเป็นผู้ให้บริการอันดับ 1 ในตลาดสื่อ จากรายงานตลาดบริการสื่อในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกประจำปี 2022 (2022 Asia-Pacific (APAC) Media Service Market Report) ของฟรอส์ท แอนด์ ซัลลิวัน
รายงานชิ้นนี้เป็นการศึกษาข้อมูลเชิงลึกที่เก็บรวบรวมทั้งในประเทศไทยและประเทศอื่นๆ อีก 8 แห่งทั่วภูมิภาค พบว่า บริษัทด้านสื่อสารมวลชนและความบันเทิง 33.4% เลือกใช้บริการของเทนเซ็นต์ คลาวด์ เพื่อเร่งผลักดันการพัฒนาสู่ความเป็นดิจิทัล ตอบสนองความต้องการบริการด้านสื่อสารมวลชนในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นการสร้างสรรค์คอนเทนต์ การประมวลผล การรับส่ง ตลอดจนถึงการสื่อสารแบบเรียลไทม์ วิดีโอออนดีมานด์ การสตรีมมิงไลฟ์สด และอื่นๆ
จากการศึกษาของฟรอส์ท แอนด์ ซัลลิวัน แสดงให้เห็นภาพการแข่งขันบริการสื่อในระบบคลาวด์ โดยมีการประเมินผู้ให้บริการคลาวด์จากหลักเกณฑ์ 3 ข้อคือ
- ความสามารถในการนำมาใช้งานจริง ที่วัดผลจากการใช้งานและประสบการณ์ที่ครอบคลุมทั่วทั้งอุตสาหกรรม
- ความสามารถในการให้บริการ ที่วัดผลจากคุณภาพของโครงสร้างพื้นฐานของผู้ให้บริการนั้นๆ
- ระดับทางนิเวศวิทยา วัดผลจากการจัดหาแหล่งทรัพยากร การบูรณาการ และช่องทางกระจายข้อมูล
คาดว่าในปี 2026 ตลาดบริการสื่อในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจะขยายตัวมีมูลค่า 6,987 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ด้วยอัตราการเติบโตต่อปี (CAGR) 27% ตลอดระยะเวลา 4 ปีข้างหน้า
ขณะเดียวกัน คาดว่าความต้องการโซลูชันเสียงและวิดีโอจะเพิ่มขึ้นทั่วทั้งอุตสาหกรรมขั้นปลายต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคธุรกิจอีคอมเมิร์ซ มีอัตรา CAGR เติบโตสูงสุดเมื่อเปรียบเทียบกับภาคธุรกิจอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นเกมออนไลน์ สื่อและความบันเทิง การประกอบกิจการ และบริการด้านสุขภาพ
“โพวชู เหยิง” รองประธานอาวุโส เทนเซ็นต์ คลาวด์ อินเตอร์เนชันแนล ย้ำว่า บริการสื่อมีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว จนกลายเป็นส่วนสำคัญของวิถีชีวิตและวิถีการสื่อสารในปัจจุบัน
“ด้วยประสบการณ์กว่า 2 ทศวรรษของเทนเซ็นต์ในการให้บริการและเชื่อมโยงผู้ใช้กว่า 1,000 ล้านคนทั่วโลก ทางแพลตฟอร์มที่มีการสื่อสารกับผู้บริโภค ทำให้เทนเซ็นต์ คลาวด์อยู่ในสถานะที่มีความแข็งแกร่งในเชิงกลยุทธ์ เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถหลอมรวมโลกดิจิทัลเข้าสู่โลกแห่งความเป็นจริง ซึ่งเป็นแนวคิดในการผสมผสานเทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งเศรษฐกิจดิจิทัลที่มีการบูรณาการเข้ากับโลกแห่งความเป็นจริง เพื่อเชื่อมถึงกันอย่างไร้รอยต่อ” รองประธานอาวุโสเทนเซนต์ กล่าว
ปัจจุบัน เทนเซ็นต์ คลาวด์ ให้บริการเทคโนโลยีและโซลูชันการเชื่อมต่อกว่า 400 รายการ รองรับ ‘Immersive Convergence’ ผ่านเครือข่ายโครงสร้างพื้นฐานทั่วโลก ครอบคลุมพื้นที่กว่า 26 แห่งทั่ว 5 ทวีปและพื้นที่ให้บริการ 70 แห่ง โดยมีโหนดเพิ่มความเร็วกว่า 2,800 โหนด



