ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ กล่าวว่า “รัสเซียควรเจรจาสันติภาพกับยูเครนได้แล้ว” หลังจากเสร็จสิ้นการประชุม ‘ที่ดีมาก’ กับประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (16 มิ.ย.) ซึ่งถ้อยแถลงดังกล่าวได้จุดประกายให้เกิดความหวังในกลุ่มผู้นำ G7 ว่า “อาจมีข้อตกลงสันติภาพเกิดขึ้นได้”
บรรยากาศที่เปี่ยมไปด้วยความหวังต่อสงครามยูเครน ซึ่งขณะนี้ดำเนินเข้าสู่ปีที่ 5 แล้วนั้น แตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับการพบกันระหว่างเซเลนสกีและทรัมป์ที่ห้องทำงานรูปไข่เมื่อปีที่แล้ว ซึ่งในตอนนั้นเซเลนสกีได้รับแจ้งว่า “เขาไม่มีอำนาจต่อรองใด ๆ ในการเจรจาสันติภาพกับรัสเซียที่อาจเกิดขึ้น”
เซเลนสกีและพันธมิตรยุโรปเดินทางมาร่วมการประชุมสุดยอด G7 ในสัปดาห์นี้ ณ เมืองเอวิยอง-เลส์-แบ็งส์ ของฝรั่งเศส โดยหวังว่าจะทำให้ทรัมป์ประทับใจและเห็นว่าสถานการณ์ในสนามรบของยูเครนนั้นปรับตัวดีขึ้นแล้ว จากผลของการส่งโดรนโจมตีรุกคืบเข้าไปในส่วนลึกของดินแดนรัสเซีย
ทรัมป์ ซึ่งเดินทางมาถึงการประชุมสุดยอดพร้อมกับข้อตกลงเบื้องต้นที่จะยุติความขัดแย้งกับอิหร่าน กล่าวว่าเขาจะทำทุกวิถีทางเพื่อยุติความขัดแย้งในยูเครน แต่กลับมีรายละเอียดเพียงเล็กน้อยเกี่ยวกับขั้นตอนที่เป็นรูปธรรมในการเพิ่มแรงกดดันต่อรัสเซีย
“รัสเซียควรทำข้อตกลงได้แล้ว มีชายหนุ่มจำนวนมากเกินไปที่ต้องเสียชีวิตในสนามรบของทั้งสองฝ่าย ผมจะทำทุกอย่างที่ผมสามารถทำได้”
— ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าว
ขณะที่นายกรัฐมนตรีฟรีดริช เมอร์ซ ของเยอรมนี กล่าวว่า “ถ้อยแถลงของทรัมป์ที่ระบุว่า ‘รัสเซียควรยุติสงครามนั้น’ ถือเป็นเรื่องที่น่ายินดี...ผมเห็นว่าเขา (ทรัมป์) ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี และผมยังเห็นเขาตั้งใจฟังอย่างมากด้วย ในแง่นั้น มันทำให้ผมเกิดความหวังในระดับหนึ่งอีกครั้งว่า พวกเราในฐานะชาวยุโรปและชาวอเมริกัน กำลังทำทุกวิถีทางร่วมกันในตอนนี้เพื่อยุติสงคราม”
หลังเสร็จสิ้นการประชุมกลุ่มร่วมกับทรัมป์ เซเลนสกีก็เปิดเผยกับสำนักข่าว Reuters ว่า “ผู้นำกลุ่ม G7 ต่างเห็นพ้องต้องกันว่ารัสเซียไม่ได้เป็นฝ่ายชนะในสงครามครั้งนี้ และพวกเรายังได้หารือกันเกี่ยวกับมาตรการคว่ำบาตรเพิ่มเติม โดยมุ่งเป้าไปที่การส่งออกน้ำมัน ภาคการธนาคาร และการผลิตภาคทางทหารของรัสเซีย เพื่อกดดันให้รัสเซียยอมเข้าสู่โต๊ะเจรจา”
นักการทูตยุโรปกล่าวว่า “บรรยากาศของการประชุมเป็นไปในทิศทางที่สร้างสรรค์” ขณะเดียวกัน นักการทูต 2 รายก็ระบุว่า “ทรัมป์ยังไม่ได้ให้ข้อผูกมัดใด ๆ เกี่ยวกับการที่สหรัฐฯ จะบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรเพิ่มเติมต่อรัสเซีย ตามที่บรรดาผู้นำยุโรปต้องการ”
ทรัมป์บอกกับผู้สื่อข่าวว่า “ในขณะนี้รัฐบาลสหรัฐฯ อยู่ในจุดที่สามารถยกเลิกการผ่อนผันให้มาตรการคว่ำบาตรน้ำมันรัสเซียหมดอายุลงได้ เนื่องจากข้อตกลงชั่วคราวในการยุติสงครามอิหร่านช่วยลดความผันผวนของตลาดโลกแล้ว” แต่กระนั้น ทรัมป์ยังคงหลีกเลี่ยงที่จะกล่าวถึงมาตรการลงโทษอื่น ๆ ที่รุนแรงกว่านี้
บรรดาผู้นำยุโรปต่างต้องการโน้มน้าวให้ทรัมป์เห็นว่า จุดยืนก่อนหน้านี้ของสหรัฐฯ เกี่ยวกับเงื่อนไขของข้อตกลงสันติภาพที่อาจเกิดขึ้นนั้น เป็นประโยชน์ต่อฝั่งรัสเซียมากเกินไป ซึ่งไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันที่ยูเครนเริ่มกลับมาได้เปรียบ จากการส่งโดรนรุกคืบโจมตีลึกเข้าไปในรัสเซีย
“ตอนนี้สถานการณ์สงครามเริ่มพลิกกลับมาเข้าข้างยูเครนแล้ว และเห็นได้ชัดว่ารัสเซียกำลังเริ่มหมดแรง นี่จึงเป็นจังหวะที่เราต้องทุ่มเทความช่วยเหลือให้ยูเครนเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว”
— อูร์ซูลา ฟอน แดร์ ไลเอิน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป โพสต์ข้อความบน X
(Photo by HANDOUT / UKRAINIAN PRESIDENTIAL PRESS SERVICE / AFP)




