ตำรวจเยอรมนีปะทะกับผู้ประท้วงทั่วประเทศในวันเสาร์ที่ผ่านมา (31 ต.ค.) หลังการชุมนุมที่จัดโดยกลุ่มเยาวชน 'GenZ regelt!' หรือ 'Gen Z ทำได้!' ซึ่งสงบในช่วงกลางวัน บานปลายเป็นความรุนแรงในยามค่ำ โดยเจ้าหน้าที่ใช้รถฉีดน้ำและสเปรย์พริกไทยเพื่อสลายกลุ่มผู้ชุมนุมที่ปฏิเสธคำสั่งสลายตัวและขว้างพลุไฟ หิน และขวดใส่เจ้าหน้าที่กู้ภัยในหลายเมือง

ความรุนแรงปะทุทั่วเมืองใหญ่
เหตุปะทะรุนแรงที่สุดเกิดขึ้นในแฟรงก์เฟิร์ต ฮัมบูร์ก และโคโลญจน์ ขณะที่ในไลพ์ซิกทางตะวันออก ตำรวจใช้สเปรย์พริกไทยสลายฝูงชน และเจ้าหน้าที่หนึ่งนายในเมืองบอนน์ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ส่วนในกรุงเบอร์ลินมีการชุมนุมแยกต่างหากในช่วงเย็นที่ไม่ได้จัดโดยกลุ่ม GenZ regelt! โดยตำรวจรายงานว่า ถูกขว้างด้วยไข่และขวด ทั้งนี้มีการจับกุมผู้ชุมนุมหลายราย

เสียงของคนรุ่นใหม่
การชุมนุมในช่วงกลางวันดำเนินไปอย่างสงบสุขและเป็นเทศกาวันฮาโลวีน ผู้ชุมนุมบางคนแต่งกายเป็นไดโนเสาร์และแบทแมน พร้อมถือป้ายที่เขียนว่า 'ถึงเวลาต่อต้าน' และ 'แมร์ซต้องไป' ซึ่งหมายถึงนายกรัฐมนตรีฝ่ายอนุรักษนิยม ฟรีดริช แมร์ซ
'ฉันรอคอยมานานแล้วที่จะเห็นบางสิ่งเกิดขึ้นจริง และให้ผู้คนรับมือกับมันด้วยพลังที่มากขึ้น วันนี้คือก้าวแรก' มิลลา นักศึกษาวัย 20 ปี กล่าวกับสำนักข่าว AFP ในกรุงเบอร์ลิน
มาริอุส พนักงานดูแลผู้ป่วยวัย 23 ปี ระบุว่า 'นักการเมืองต้องรับรู้เรื่องนี้ สถานการณ์กำลังถึงจุดเดือด'

ข้อเรียกร้องของ Gen Z
กลุ่ม GenZ regelt! แสดงความไม่พอใจในประเด็นหลากหลาย ทั้งค่าครองชีพที่พุ่งสูง โรงเรียนที่ขาดการดูแล การตัดงบประมาณ และการเพิ่มงบทหารที่พวกเขามองว่า อาจนำไปสู่การเกณฑ์ทหาร กลุ่มประกาศชัดว่า ปฏิเสธความรุนแรงทุกรูปแบบ และไม่ยอมรับกลุ่มหัวรุนแรงที่แฝงตัวเข้ามา
คลื่นประท้วงทั่วยุโรป
การเคลื่อนไหวครั้งนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากการประท้วงในฝรั่งเศสและอิตาลี โดยฝรั่งเศสเผชิญการชุมนุมต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่สาม และเกิดเหตุจลาจลรุนแรงที่สุดในรอบหลายปีเมื่อวันที่ 17 ตุลาคมที่ผ่านมา
ทั้งนี้ เบอร์ลินอยู่ระหว่างการประสานงานกับฝรั่งเศสและอิตาลี หลังมีความกังวลว่า กลุ่มหัวรุนแรงจากต่างประเทศอาจเดินทางมาร่วมการชุมนุมในเยอรมนี




