สนามบินมิวนิกในเยอรมนีซึ่งเป็นศูนย์กลางการบินแห่งล่าสุดของยุโรปถูกบังคับให้ปิดทำการชั่วคราวเมื่อคืน (2 ต.ค.) ที่ผ่านมา หลังจากพบเห็นโดรนจำนวนมากโดยที่ไม่ทราบสาเหตุ
สนามบินระบุในแถลงการณ์ว่า มีเที่ยวบินทั้งหมด 17 เที่ยวบินถูกระงับให้บริการหลังเวลา 22.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นของวันพฤหัสบดี (2 ต.ค.) ซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้โดยสารเกือบ 3,000 คน นอกจากนี้ เที่ยวบินขาเข้า 15 เที่ยวบินยังถูกเปลี่ยนเส้นทางไปยังเมืองต่างๆ ในเยอรมนี ได้แก่ สตุตการ์ต, นูเรมเบิร์ก, และแฟรงก์เฟิร์ต รวมถึงกรุงเวียนนาในประเทศออสเตรีย
แถลงการณ์ดังกล่าวระบุว่า “เว็บไซต์ติดตามเที่ยวบิน ‘Flightradar’ แสดงให้เห็นว่ามีเครื่องบินหลายลำวนรอบสนามบินเวลาประมาณ 23.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ก่อนที่จะมุ่งหน้าไปยังจุดหมายปลายทางอื่นๆ”
เจ้าหน้าที่บอกกับ CNN ว่า “บางเที่ยวบินยังคงรอขึ้นบินอยู่ และบางเที่ยวบินถูกยกเลิก ทุกอย่างอยู่ภายใต้การควบคุม และสนามบินมีกำหนดเปิดให้บริการอีกครั้งเวลา 05.00 น.ตามเวลาท้องถิ่น”
ทั้งนี้ ยังไม่มีการยืนยันในทันทีว่าโดรนเหล่านั้นมาจากที่ใด ท่าอากาศยานมิวนิกแจ้งเตือนเจ้าหน้าที่หลังตรวจพบโดรนดังกล่าว เนื่องจากท้องฟ้ามืด จึงไม่มีการยืนยันข้อมูลประเภท ขนาด หรือแหล่งที่มาของโดรนดังกล่าว
สเตฟาน บาเยอร์ โฆษกสำนักงานตำรวจสหพันธรัฐ บอกกับหนังสือพิมพ์ Bild ว่า “โดรนเหล่านี้ถูกพบเห็นครั้งแรกเวลา 21:30 น. ตามเวลาท้องถิ่น และถูกพบเห็นอีกครั้งในอีกหนึ่งชั่วโมงต่อมา”
ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา สนามบินหลายแห่งทั่วยุโรปต้องปิดให้บริการเนื่องจากพบโดรนที่ไม่ทราบชนิด ทำให้ผู้โดยสารหลายหมื่นคนได้รับผลกระทบ
ขณะที่ทางสนามบินในบาวาเรีย ทางตอนใต้ของเยอรมนี ซึ่งเป็นศูนย์กลางของสายการบินลุฟท์ฮันซา สายการบินประจำชาติเยอรมนี ระบุว่า เที่ยวบิน 19 เที่ยวบินถูกยกเลิกหรือเปลี่ยนเส้นทางเนื่องจากการปิดให้บริการ รวมถึงเที่ยวบินระยะไกล 3 เที่ยวบินไปยังเอเชีย ซึ่งจะมีการกำหนดตารางบินใหม่ ทั้งนี้ ทางลุฟท์ฮันซาได้จัดเตรียมอาหาร เครื่องดื่ม และผ้าห่มให้กับผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบแล้ว
ยุโรปอยู่ในภาวะเฝ้าระวังระดับสูงในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา เนื่องจากการพบเห็นโดรนหลายครั้ง รวมถึงข้อกล่าวหาว่าโดรนของรัสเซียรุกล้ำน่านฟ้าของ NATO เหนือโปแลนด์และโรมาเนีย และข้อกล่าวหาว่าเครื่องบินขับไล่รัสเซียละเมิดน่านฟ้าเอสโตเนีย
(Photo by Michaela STACHE / AFP)




