คณะทำงานพิเศษจากรัฐบาลเกาหลีใต้เดินทางถึงกัมพูชาแล้วเมื่อวันพุธ (15 ต.ค.) เพื่อจัดการกับปัญหาการหลอกลวงด้านการจ้างงานหลายกรณี ซึ่งเกี่ยวข้องกับคดีลักพาตัวและการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างโหดร้ายต่อชาวเกาหลีใต้ และมีแผนที่จะเข้าพบนายกฯ ฮุน มาเนต เพื่อหารือเกี่ยวกับปัญหานี้
คณะทำงานดังกล่าวนำโดย คิม จีนา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศคนที่ 2 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จากสำนักงานนโยบายแห่งชาติ กระทรวงยุติธรรม และหน่วยข่าวกรองแห่งชาติ ได้เดินทางมาถึงสนามบินนานาชาติเตโช ทางตอนใต้ของเมืองหลวงกัมพูชาเมื่อช่วงค่ำวันพุธ (15 ต.ค.ตามเวลาท้องถิ่น)
คณะทำงานมีแผนที่จะเข้าพบกับนายกฯ ฮุน มาเนต และพบปะกับหน่วยงานระดับสูงของกัมพูชา รวมถึงหัวหน้าคณะกรรมาธิการปราบปรามการหลอกลวงทางออนไลน์ของกัมพูชา ซึ่งเป็นคณะทำงานระดับสูงที่มีนายกฯ ฮุน มาเนต เป็นประธาน เพื่อแก้ไขวิกฤตการหลอกลวงด้านการจ้างงานที่กำลังทวีความรุนแรงขึ้น ซึ่งชาวเกาหลีใต้จำนวนมากตกเป็นเหยื่อ รวมถึงแนวทางในการประสานงานการสืบสวนกรณีนักศึกษาชายชาวเกาหลีใต้วัย 22 ปีที่เสียชีวิตจากการถูกทรมานเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา
ทีมงานกำลังหารือกับกัมพูชาเกี่ยวกับแผนการส่งตัวชาวเกาหลีใต้ 61 คนกลับประเทศด้วยเที่ยวบินพิเศษจาก 63 คน (ผู้ต้องสงสัย 2 คนถูกส่งตัวกลับไปก่อนเมื่อวันอังคาร (14 ต.ค.)) ซึ่งถูกเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองกัมพูชาควบคุมตัว เนื่องจากต้องสงสัยว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมที่ก่อขึ้นอย่างเป็นระบบ “เรากำลังเตรียมการอย่างละเอียด แต่ยังไม่ได้ข้อสรุป” คิม กล่าวกับผู้สื่อข่าว
ทางตำรวจเกาหลีใต้ได้จับกุมผู้ต้องสงสัยในคดีฉ้อโกงการจ้างงานแล้ว และทางการกำลังผลักดันให้มีการส่งตัวกลับประเทศอย่างรวดเร็ว เพื่อให้พวกเขาต้องรับผิดทางกฎหมายตามกระบวนการทางอาญาของเกาหลีใต้
วี ซุง-ลัก ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงระดับสูงของเกาหลีใต้ กล่าวเมื่อวันอังคาร (14 ต.ค.) ว่า “รัฐบาลตั้งเป้าที่จะส่งตัวพวกเขากลับบ้านภายในสิ้นสัปดาห์นี้”
นอกจากนี้ คิมยังให้คำมั่นว่าจะร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในเวียดนามและกัมพูชาอย่างแข็งขัน เพื่อสืบสวนคดีการเสียชีวิตของหญิงชาวเกาหลีใต้วัย 30 ปีอีกคดีหนึ่ง ซึ่งพบศพในเวียดนามเมื่อสัปดาห์ที่แล้วใกล้ชายแดนระหว่างสองประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่า “กำลังตรวจสอบคดีนี้อยู่ และมีความเป็นไปได้ที่จะเชื่อมโยงกับการหลอกลวงทางออนไลน์ในกัมพูชา”
(Photo by : YONHAP / AFP)




