เมื่อชายหาด ‘ไม่มีที่ว่าง’ สำหรับเราแล้ว!
ในช่วงไม่กี่ปีมานี้กรีซกลายเป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีนักท่องเที่ยวมาเยือนมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก นอกจากอะโครโพลิสแห่งเอเธนส์ วิหารพาร์เธนอน และอารามลอยฟ้าเมธิโอร่าแล้ว ก็ยังมี ‘ชายหาดกรีซ’ นี่แหละที่เป็นที่นิยมทว่าพอชายหาดเหล่านี้เป็นที่นิยมมากขึ้น ทุกอย่างก็เริ่มเป็นทุนนิยมมากขึ้นด้วยเหมือนกัน ซึ่งในตอนนี้ชายหาดกรีซโดยเฉพาะ ‘หาดโมนาสตีรี’ (Monastiri beach) ทางตอนเหนือสุดของเกาะพารอสได้มีกลุ่มร้านค้าเก้าอี้ร่มเช่าสีแดงปกคลุมอยู่แทบจะเต็มผืนทรายในราคา 70 ยูโร (ราว 2,700 บาท) สำหรับที่นั่งแถวหน้า 1 คู่ใกล้กับผืนน้ำใสราวคริสตัล
แต่กลับมีคนจองน้อยกว่าครึ่งในวันที่ผ่านๆ มา เนื่องจากชาวกรีซและนักท่องเที่ยวไม่ต้องการใช้บริการก็จะหลบแดดไปใต้ต้นไม้ใกล้เคียงแทน เมื่อพื้นที่ชายหาดเต็มไปด้วยร้านเช่าร่มแดงเช่นนี้ จึงแทบจะไม่ค่อยเหลือพื้นที่ให้นักท่องเที่ยวได้นอนอาบแดดฟรีๆ เท่าใดนัก
“ในบางกรณีพวกมันปกคลุมชายหาด 100% เรารู้สึกว่าเรากำลังถูกผลักออกจากเกาะ…ผู้คนมักรู้สึกไม่เป็นที่ต้อนรับ เว้นแต่พวกเขาจะใช้บริการของบาร์ริมชายหาดที่มีเก้าอี้เป็นของตัวเอง” นิโคลัส สเตฟานูว์ วัย 70 ปี ชาวบ้านในท้องถิ่นกล่าว
ประท้วงทวงคืนผืนทราย…
ธุรกิจริมทะเลแทบไม่เหลือเศษทรายให้พวกเขาปูผ้าเช็ดตัวเลยในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้ผู้คนหลายร้อยคนทุกเพศทุกวัยออกมาเดินขบวนบนหาดทราย 3 แห่งพร้อมป้ายที่มีข้อความว่า ‘ขอชายหาดของเราคืนมา’ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเคลื่อนไหวที่เรียกว่า ‘Save Paros Beaches’
นับตั้งแต่ต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา เกิดการประท้วงที่เรียกว่า ‘ขบวนการผ้าขนหนูชายหาด’ ขึ้นทั่วประเทศ ซึ่งริเริ่มบนโลกโซเชียลมีเดีย ไล่ตั้งแต่เมืองคอร์ฟูทางตอนเหนือไปจนถึงเกาะครีตทางตอนใต้
แม้ว่าชายหาดจะเป็นที่สาธารณะในกรีซ แต่หน่วยงานท้องถิ่นก็เช่าพื้นที่ชายหาดบางส่วนให้กับบาร์ ร้านอาหาร และโรงแรม แม้ว่าไม่ควรเกิน 50% ของชายหาด แต่ธุรกิจจำนวนมากกำลังขยายตัวอย่างผิดกฎหมาย ครอบครองพื้นที่มากกว่าที่เช่าเสียอีก นอกจากนี้ ธุรกิจเก้าอี้อาบแดดยังเรียกเก็บเงินสูงถึง 120 ยูโร (ราว 4,600บาท) สำหรับ ‘V.I.P’
นักท่องเที่ยวไม่พอใจกับจำนวนเก้าอี้ที่มากเกินไป

ขณะเดียวกัน บนชายหาดโคลิมบีเทอเรส (Kolymbithres) ของเกาะก็มีธุรกิจเก้าอี้อาบแดดราว 10 แถวที่ครอบคลุมผืนทรายด้วยเช่นเดียวกัน
วาซิลิออส ปารัสเกวาส พนักงานโรงงานผลิตรถยนต์วัย 47 ปีจากเยอรมนีกล่าวว่า เขาและภรรยาหาที่ว่างสำหรับกางร่มอาบแดดของตัวเองไม่ได้เลย “เราไปทางซ้ายไม่ได้ ไปทางขวาก็ไม่ได้ ไม่มีที่ว่างสำหรับเราเลย”
“ทุกคนควรเข้าถึงชายหาดได้ แต่ไม่ควรจะขึ้นอยู่กับรายได้ของพวกเขา” ฮอดา สลีแมนกล่าว
เมื่อการเคลื่อนไหวดังกล่าวแพร่ออกไป เจ้าหน้าที่ก็ได้ออกมาดำเนินการทันที โดยในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม ที่ผ่านมา ผู้ตรวจการได้ลงไปบนชายหาด 2 แห่งบนเกาะพารอสและถอดเก้าอี้อาบแดดออก ขณะที่อัยการศาลสูงของกรีซก็สั่งให้สอบสวนการละเมิดบนเกาะพารอสและเกาะเซริฟอส
ทั้งนี้ ผู้ตรวจสอบดำเนินการตรวจสอบชายหาดของกรีซมากกว่า 900 ครั้งระหว่างวันที่ 21 กรกฎาคมถึง 8 สิงหาคมที่ผ่านมา และมีการกำหนดบทลงโทษ 1 ใน 3 ของกรณีทั้งหมด
ขณะที่ มาร์คอส โคไวออส นายกเทศมนตรีเมืองพารอสกล่าวว่า “เราควรรับผิดชอบ” ส่วนการเคลื่อนไหวของพลเมืองนั้น เขากล่าวว่า “มากเกินไป” โดยสังเกตว่าพารอสมีชายหาดอย่างน้อย 30 แห่งที่ไม่คิดค่าเก้าอี้ ซึ่งการเคลื่อนไหวดังกล่าวอาจมีแรงจูงใจทางการเมือง เนื่องจากจะมีการเลือกตั้งท้องถิ่นในเดือนตุลาคมนี้
“ในประเทศที่การแสวงหากำไรเกินควร ชาวกรีซกำลังดำเนินการเพื่อเรียกคืนพื้นที่สาธารณะของตน” เซราฟิม เซเฟริเอเดส ศาสตราจารย์ด้านรัฐศาสตร์และประวัติศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยแพนธีออนในกรุงเอเธนส์กล่าว
“ชาวบ้านจะประท้วงจนกว่าความยุติธรรมจะกลับคืนมา” เอเลนี่ อันเดรียโนปูลู โฆษกหญิงของขบวนการประท้วงเกาะนักซอสกล่าว
แท้จริงแล้วไม่ใช่ผู้มาเยือนทุกคนที่สนับสนุนการเคลื่อนไหวครั้งนี้
“ฉันไม่เห็นด้วย…มันมีพื้นที่เพียงพอสำหรับทุกคน ฉันมาที่นี่เมื่อปีที่แล้ว นั่งอยู่บนเก้าอี้หน้าหาด มันดีมาก” ธีโอฟิลอส อาฟูเซนิดิส นักบัญชีอายุ 45 ปีซึ่งเที่ยวบนหาดมาร์เซลโล่ชายฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะพารอสกล่าว
กริกอริส ไพรพิริส ชาวเมืองพารอสวัย 29 ปีซึ่งอาศัยอยู่ในกรุงเอเธนส์กล่าวว่า เขาดีใจที่เจ้าหน้าที่ได้บังคับให้ธุรกิจต่างๆ เพิ่มพื้นที่ว่างบนชายหาดมาร์เซลโล่
แล้วคุณล่ะคิดยังไง? คุณชอบไหมถ้าต้องมีเก้าอี้ชายหาดอยู่เต็มผืนทราย? หรือจริงๆ แล้วมันควรจะมีแค่หาดทรายขาวๆ เคียงคู่น้ำทะเลเท่านั้น
วาซิลิออส ปารัสเกวาส พนักงานโรงงานผลิตรถยนต์วัย 47 ปีจากเยอรมนีกล่าวว่า เขาและภรรยาหาที่ว่างสำหรับกางร่มอาบแดดของตัวเองไม่ได้เลย “เราไปทางซ้ายไม่ได้ ไปทางขวาก็ไม่ได้ ไม่มีที่ว่างสำหรับเราเลย”
“ทุกคนควรเข้าถึงชายหาดได้ แต่ไม่ควรจะขึ้นอยู่กับรายได้ของพวกเขา” ฮอดา สลีแมนกล่าว
เมื่อการเคลื่อนไหวดังกล่าวแพร่ออกไป เจ้าหน้าที่ก็ได้ออกมาดำเนินการทันที โดยในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม ที่ผ่านมา ผู้ตรวจการได้ลงไปบนชายหาด 2 แห่งบนเกาะพารอสและถอดเก้าอี้อาบแดดออก ขณะที่อัยการศาลสูงของกรีซก็สั่งให้สอบสวนการละเมิดบนเกาะพารอสและเกาะเซริฟอส
ทั้งนี้ ผู้ตรวจสอบดำเนินการตรวจสอบชายหาดของกรีซมากกว่า 900 ครั้งระหว่างวันที่ 21 กรกฎาคมถึง 8 สิงหาคมที่ผ่านมา และมีการกำหนดบทลงโทษ 1 ใน 3 ของกรณีทั้งหมด
ขณะที่ มาร์คอส โคไวออส นายกเทศมนตรีเมืองพารอสกล่าวว่า “เราควรรับผิดชอบ” ส่วนการเคลื่อนไหวของพลเมืองนั้น เขากล่าวว่า “มากเกินไป” โดยสังเกตว่าพารอสมีชายหาดอย่างน้อย 30 แห่งที่ไม่คิดค่าเก้าอี้ ซึ่งการเคลื่อนไหวดังกล่าวอาจมีแรงจูงใจทางการเมือง เนื่องจากจะมีการเลือกตั้งท้องถิ่นในเดือนตุลาคมนี้
“ในประเทศที่การแสวงหากำไรเกินควร ชาวกรีซกำลังดำเนินการเพื่อเรียกคืนพื้นที่สาธารณะของตน” เซราฟิม เซเฟริเอเดส ศาสตราจารย์ด้านรัฐศาสตร์และประวัติศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยแพนธีออนในกรุงเอเธนส์กล่าว
“ชาวบ้านจะประท้วงจนกว่าความยุติธรรมจะกลับคืนมา” เอเลนี่ อันเดรียโนปูลู โฆษกหญิงของขบวนการประท้วงเกาะนักซอสกล่าว
แท้จริงแล้วไม่ใช่ผู้มาเยือนทุกคนที่สนับสนุนการเคลื่อนไหวครั้งนี้
“ฉันไม่เห็นด้วย…มันมีพื้นที่เพียงพอสำหรับทุกคน ฉันมาที่นี่เมื่อปีที่แล้ว นั่งอยู่บนเก้าอี้หน้าหาด มันดีมาก” ธีโอฟิลอส อาฟูเซนิดิส นักบัญชีอายุ 45 ปีซึ่งเที่ยวบนหาดมาร์เซลโล่ชายฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะพารอสกล่าว
กริกอริส ไพรพิริส ชาวเมืองพารอสวัย 29 ปีซึ่งอาศัยอยู่ในกรุงเอเธนส์กล่าวว่า เขาดีใจที่เจ้าหน้าที่ได้บังคับให้ธุรกิจต่างๆ เพิ่มพื้นที่ว่างบนชายหาดมาร์เซลโล่
แล้วคุณล่ะคิดยังไง? คุณชอบไหมถ้าต้องมีเก้าอี้ชายหาดอยู่เต็มผืนทราย? หรือจริงๆ แล้วมันควรจะมีแค่หาดทรายขาวๆ เคียงคู่น้ำทะเลเท่านั้น



