ปีแห่งพายุ! จีนไม่มีเวลาฟื้นตัว คาด ก.ค.เดือนเดียวรับพายุ 6 ลูก มากกว่าค่าเฉลี่ยที่ 3.8 ลูก

10 ก.ค. 2569 - 11:10

  • อุตุจีนคาดการณ์เดือนนี้เดือนเดียวอาจมีพายุหมุนเขตร้อนก่อตัวสูงสุด 6 ลูก มากกว่าค่าเฉลี่ยที่ 3.8 ลูก

  • นักวิทยาศาสตร์เตือนเอลนีโญบวกโลกรวน ทำให้พายุรุนแรง ฝนหนัก และน้ำท่วมใหญ่เกิดบ่อยขึ้น

  • เหตุการณ์ในจีนสะท้อนความเสี่ยงที่หลายประเทศในเอเชียรวมถึงไทย ต้องเร่งปรับตัวต่อ “สภาพอากาศสุดขั้ว”

ปีแห่งพายุ! จีนไม่มีเวลาฟื้นตัว คาด ก.ค.เดือนเดียวรับพายุ 6 ลูก มากกว่าค่าเฉลี่ยที่ 3.8 ลูก

ปีแห่งพายุรุนแรง จีนเผชิญบททดสอบครั้งใหม่

ภาพในหน้าสื่อตีข่าวหลายพื้นที่ทางตอนใต้ของจีนเผชิญน้ำท่วมครั้งใหญ่จากฝนตกหนัก และสถานการณ์มีแนวโน้มเลวร้ายลง เมื่อ “ซูเปอร์ไต้ฝุ่นบาหวี่ (Super Typhoon Bavi)” กำลังเคลื่อนตัวเข้าใกล้ประเทศ แม้จะอ่อนกำลังลงบ้างแล้วแต่ยังมีผลทำให้ฝนหนัก ลมแรง ขณะที่นักวิทยาศาสตร์เตือนว่า ปี 2026 อาจเป็นอีกปีที่เอเชียต้องเผชิญกับพายุหมุนเขตร้อนที่รุนแรงและสร้างความเสียหายมากกว่าปกติ

ศูนย์ภูมิอากาศแห่งชาติจีน (National Climate Center) คาดการณ์ว่าเดือนกรกฎาคมนี้อาจมีพายุหมุนเขตร้อนก่อตัวในมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตกเฉียงเหนือและทะเลจีนใต้สูงสุดถึง 6 ลูก ซึ่งมากกว่าค่าเฉลี่ยในระยะยาวที่ 3.8 ลูก โดยคาดว่า 2-3 ลูกอาจขึ้นฝั่งจีน และสูงกว่าค่าเฉลี่ยปกติที่ 1.8 ลูก รวมถึงมีแนวโน้มทวีกำลังรุนแรงกว่าปกติ

ซูเปอร์ไต้ฝุ่นลูกที่สองในรอบสัปดาห์

super-typhoon-bavi-taiwan-china-travel-weather-flight-warning-SPACEBAR-Thumbnail.jpg

จีนกำลังเตรียมรับมือซูเปอร์ไต้ฝุ่นบาหวี่ ซึ่งคาดว่าจะส่งผลกระทบในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ โดยนับเป็นพายุหมุนเขตร้อนลูกที่สองภายในเวลาเพียงหนึ่งสัปดาห์ พายุลูกนี้มีเส้นผ่านศูนย์กลางมากกว่า 1,000 กิโลเมตร และขึ้นฝั่งที่เกาะโรตาในมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตก ด้วยความเร็วลมมากกว่า 290 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ก่อนเคลื่อนตัวเข้าสู่ทะเล

ขณะเดียวกัน พายุไต้ฝุ่นไมสัก (Maysak) ที่พัดผ่านจีนก่อนหน้านี้ ได้สร้างความเสียหายอย่างหนักในมณฑลกวางสี หลังขึ้นฝั่งที่มณฑลไห่หนาน พร้อมทำให้เกิดพายุทอร์นาโดอย่างน้อย 2 ลูกในพื้นที่ตอนกลางของประเทศ

guangxi-floods-39-dead-dam-breach-typhoon-bavi-china-1.jpeg

นักวิทยาศาสตร์เตือน “ไม่มีเวลาฟื้นตัว”

“สิ่งที่น่ากังวลไม่ใช่เพียงจำนวนของเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้ว แต่คือความถี่และความรุนแรงที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง”

เบนจามิน ฮอร์ตัน คณบดีคณะพลังงานและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยซิตี้แห่งฮ่องกง ระบุ

ฮอร์ตันเตือนว่าหลายพื้นที่กำลังเผชิญสถานการณ์ที่ “แทบไม่มีเวลาฟื้นตัว” จากภัยพิบัติครั้งหนึ่ง ก่อนจะต้องรับมือกับภัยครั้งใหม่

ขณะที่นักวิทยาศาสตร์คาดว่า ในช่วงที่เหลือของปีนี้ พายุหมุนเขตร้อนอาจมีความถี่และความรุนแรงมากขึ้น พร้อมนำฝนในปริมาณมหาศาล ก่อให้เกิดน้ำท่วม ดินถล่ม ความเสียหายต่อภาคเกษตร และการสูญเสียชีวิตในหลายพื้นที่

เอลนีโญและโลกรวน ยิ่งเพิ่มความเสี่ยง

ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า ปี 2026 มีความน่ากังวลเป็นพิเศษ เนื่องจากมีแนวโน้มที่ปรากฏการณ์เอลนีโญ (El Niño) จะพัฒนาเด่นชัดในช่วงหลายเดือนข้างหน้า

ฮุย ซู ศาสตราจารย์ด้านวิศวกรรมโยธาและสิ่งแวดล้อม จากมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีฮ่องกง อธิบายว่า เอลนีโญอาจทำให้เส้นทางของไต้ฝุ่นเคลื่อนตัวไปทางตะวันตกมากขึ้น เพิ่มความเสี่ยงต่อชายฝั่งจีน ขณะที่การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทำให้พายุมีฝนตกหนักขึ้นและสร้างความเสียหายมากกว่าเดิม

ซึ่งสอดคล้องกับองค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) ที่เพิ่งปรับเพิ่มการคาดการณ์ว่า มีโอกาสเกิดเอลนีโญกำลังแรงในช่วงหลายเดือนข้างหน้า ซึ่งอาจส่งผลให้อุณหภูมิโลกสูงขึ้นและเพิ่มความเสี่ยงของสภาพอากาศสุดขั้วในหลายภูมิภาค

guangxi-floods-39-dead-dam-breach-typhoon-bavi-china-2.jpeg

น้ำท่วมครั้งนี้สะท้อนอะไร?

ศูนย์กลางของอุทกภัยอยู่ที่เมืองเหิงโจว มณฑลกวางสี ซึ่งอ่างเก็บน้ำขนาดกลางแห่งหนึ่งเกิดความเสียหาย ส่งผลให้น้ำจำนวนมหาศาลพร้อมโคลนและตะกอนไหลเข้าท่วมพื้นที่เกษตรและหมู่บ้าน บ้านหลายหลังถูกน้ำท่วมสูงถึงชั้นสอง ประชาชนต้องหนีขึ้นไปอยู่บนหลังคา ขณะที่เจ้าหน้าที่จีนรายงานว่ามีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 6 คน และมีประชาชนได้รับผลกระทบกว่า 375,000 คน โดยตัวเลขผู้เสียชีวิตยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น และมีคลิปไวรัลกรณีงูเห่าจำนวนมากหลุดจากฟาร์มเลี้ยงขณะเกิดน้ำท่วม

เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนว่า เมื่อฝนตกหนักต่อเนื่อง โครงสร้างพื้นฐานด้าน “น้ำ” ไม่ว่าจะเป็นอ่างเก็บน้ำ เขื่อน หรือระบบระบายน้ำ ล้วนกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการลดความสูญเสียจากภัยพิบัติ

...แล้วประเทศไทยควรเรียนรู้อะไร

แม้พายุไต้ฝุ่นส่วนใหญ่จะอ่อนกำลังก่อนเคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทย แต่ผลกระทบทางอ้อมมักมาในรูปของลมมรสุมที่ส่งผลให้เกิดฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินถล่ม โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนที่ร่องมรสุมมีกำลังแรง หรือเมื่อมีพายุหมุนเขตร้อนเคลื่อนผ่านทะเลจีนใต้และประเทศเพื่อนบ้าน

นักวิทยาศาสตร์ด้านภูมิอากาศทั่วโลกเห็นตรงกันว่า ภาวะโลกเดือดไม่ได้หมายความว่าจะทำให้จำนวนพายุเพิ่มขึ้นเสมอไป แต่มีหลักฐานเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องว่า พายุที่เกิดขึ้นมีแนวโน้มกักเก็บความชื้นได้มากกว่าเดิม ส่งผลให้เกิดฝนตกหนักและความเสียหายรุนแรงขึ้น

สำหรับประเทศไทย บทเรียนจากจีนครั้งนี้ไม่ได้อยู่ที่การจับตาเส้นทางของพายุ การอพยพ แต่การเตรียมความพร้อมของเมือง ระบบระบายน้ำ การบริหารจัดการอ่างเก็บน้ำ ระบบเตือนภัยล่วงหน้า และการวางผังเมืองให้สามารถรับมือกับ “สภาพอากาศสุดขั้ว” ที่กำลังกลายเป็นความปกติใหม่ของโลกคือสิ่งที่ไทยต้องเร่งมือกว่านี้ เพราะในยุคของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความยืดหยุ่นต่อภัยพิบัติ (Climate Resilience) จะเป็นรากฐานสำคัญของความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ความปลอดภัยของประชาชน และการพัฒนาอย่างยั่งยืนในอนาคต

อ้างอิง

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์