รู้จัก ‘ไฮนู’ ผู้พิทักษ์ประเพณีเก็บสาหร่าย ‘สาวทะเลไต้หวัน’ ที่กำลังเผชิญวิกฤตขาดคนรุ่นใหม่สืบทอด

1 ก.ค. 2569 - 06:38

  • ประเพณี “ไฮนู” หรือสาวทะเลของไต้หวัน มีรากจากยุคอาณานิคมญี่ปุ่น และกำลังเผชิญวิกฤตขาดคนสืบทอดรุ่นใหม่

  • วู เฟิง-เชียว วัย 72 ปี คือหนึ่งในผู้หญิงไม่เกิน 4 คนในหมู่บ้านมาก่างที่ยังเก็บสาหร่ายดอกหินอยู่ในปัจจุบัน

  • ในปี 2018 ชาวบ้านจัดตั้งสมาคมพัฒนาวัฒนธรรมซานเตียวเจี่ยวเพื่ออนุรักษ์ประเพณีและบ้านหินดั้งเดิมของหมู่บ้าน

รู้จัก ‘ไฮนู’ ผู้พิทักษ์ประเพณีเก็บสาหร่าย ‘สาวทะเลไต้หวัน’ ที่กำลังเผชิญวิกฤตขาดคนรุ่นใหม่สืบทอด

วู เฟิง-เชียว หญิงชาวไต้หวันวัย 72 ปี ยืนหยัดลุยคลื่นซัดบนชายฝั่งหินขรุขระแนวมหาสมุทรแปซิฟิก ทางตะวันออกเฉียงเหนือของไต้หวัน มือกำสาหร่ายสีน้ำตาลอมม่วงที่เรียกว่า “ดอกไม้หิน” เพื่อนำไปแปรรูปเป็นวุ้น เธอคือหนึ่งในผู้หญิงกลุ่มสุดท้ายที่ยังรักษาประเพณี “ไฮนู” หรือที่รู้จักกันในนาม สาวทะเลของไต้หวัน

ปัจจุบันในหมู่บ้านหม่ากังเหลือผู้หญิงเพียงไม่เกิน 4 คนที่ยังคงออกไปเก็บ "ดอกไม้หิน" เป็นประจำ ซึ่งทุกคนล้วนมีอายุ 70 ​​ปีขึ้นไป
ปัจจุบันในหมู่บ้านหม่ากังเหลือผู้หญิงเพียงไม่เกิน 4 คนที่ยังคงออกไปเก็บ "ดอกไม้หิน" เป็นประจำ ซึ่งทุกคนล้วนมีอายุ 70 ​​ปีขึ้นไป

ประเพณีที่สืบทอดกว่าครึ่งศตวรรษ

วูเริ่มฝึกเก็บสาหร่ายตั้งแต่วัยรุ่นโดยเรียนรู้จากบิดา และยึดถือประเพณีนี้มากว่า 50 ปี ปัจจุบันในหมู่บ้านมาก่าง มีผู้หญิงที่ยังเก็บสาหร่ายเป็นประจำไม่เกิน 4 คน ทั้งหมดอายุ 70 ปีขึ้นไป

เมื่อนำสาหร่ายน้ำหนัก 300 กรัม มาทำให้แห้งแล้วจะสามารถนำมาผลิตเครื่องดื่มวุ้นเย็นได้ประมาณ 50 ขวด
เมื่อนำสาหร่ายน้ำหนัก 300 กรัม มาทำให้แห้งแล้วจะสามารถนำมาผลิตเครื่องดื่มวุ้นเย็นได้ประมาณ 50 ขวด

งานเก็บสาหร่ายไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ละวันวูต้องแบกกระสอบหนักระหว่าง 20-25 กิโลกรัม ข้ามหินลื่นและขรุขระกลับบ้าน จากนั้นตากสาหร่ายให้แห้งนาน 4 วัน ล้างซ้ำหลายรอบ และต้มเพื่อให้ได้วุ้น หรืออะการ์ (agar-agar)

“บางครั้งฉันแค่อดใจไม่ได้ เมื่อวานไม่ได้วางแผนจะไป แต่พอเห็นน้ำทะเลสงบ ก็อดไม่ได้”

วู เฟิง-เชียว กล่าว

สาหร่ายต้องใช้เวลาประมาณ 4 วันจึงจะแห้งสนิท ก่อนที่จะนำไปล้างหลายๆ ครั้งและต้มเพื่อสกัดสารที่มีลักษณะคล้ายวุ้นซึ่งเรียกว่า "อะการ์" (agar-agar) ออกมา
สาหร่ายต้องใช้เวลาประมาณ 4 วันจึงจะแห้งสนิท ก่อนที่จะนำไปล้างหลายๆ ครั้งและต้มเพื่อสกัดสารที่มีลักษณะคล้ายวุ้นซึ่งเรียกว่า "อะการ์" (agar-agar) ออกมา

“ไฮนู” มรดกจากยุคอาณานิคม

ประเพณีไฮนู มีต้นกำเนิดในยุคที่ญี่ปุ่นปกครองไต้หวัน
มีความคล้ายคลึงกับประเพณีแฮนยอของเกาหลีใต้ แต่สาวทะเลไต้หวันไม่ได้ดำน้ำลึก สาหร่ายดอกหิน 300 กรัม หลังตากแห้งสามารถผลิตวุ้นบรรจุขวดได้ประมาณ 50 ขวด ขวดละประมาณ 45 บาท

วิกฤตสามด้านรุมเร้า

นอกจากปัญหาขาดคนรุ่นใหม่สืบทอด ปีนี้สาหร่ายยังหายากกว่าปกติโดยไม่ทราบสาเหตุ ขณะที่นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์กำลังรุกล้ำพื้นที่หมู่บ้านชายฝั่งแห่งนี้

ชาวบ้านจึงได้จัดตั้งสมาคมพัฒนาวัฒนธรรมซานเตียวเจี่ยวในปี 2018 เพื่ออนุรักษ์บ้านหินดั้งเดิมและสืบสานประเพณีไฮนูไว้

การเก็บสาหร่ายทะเลตามแนวชายฝั่งหินที่ขอบมหาสมุทรแปซิฟิกนั้นยากลำบากและอันตราย สาหร่ายต้องถูกล้างหลายครั้งและต้มเพื่อปลดปล่อยสารคล้ายวุ้น
การเก็บสาหร่ายทะเลตามแนวชายฝั่งหินที่ขอบมหาสมุทรแปซิฟิกนั้นยากลำบากและอันตราย สาหร่ายต้องถูกล้างหลายครั้งและต้มเพื่อปลดปล่อยสารคล้ายวุ้น

เสียงเรียกร้องถึงคนรุ่นใหม่

วูฝากความหวังไว้กับคนรุ่นใหม่ที่อาจหวนกลับมาสู่ถิ่นกำเนิด “เราแค่ไม่อยากให้ประเพณีนี้หายไป” เธอกล่าว พร้อมยืนยันว่าตราบใดที่ยังทำได้ เธอจะไม่หยุด

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์