เทตสึยะ ยามากามิ วัย 45 ปี สารภาพความผิดฆาตกรรมอดีตนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ชินโซ อาเบะ ที่ศาลเมืองนาระ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา หลังจากเหตุการณ์ยิงสังหารในเดือนกรกฎาคม 2565
การลอบสังหารครั้งนี้ทำให้ญี่ปุ่นต้องทบทวนมาตรการรักษาความปลอดภัย พร้อมกับเปิดเผยความเชื่อมโยงที่น่าสงสัยระหว่างนักการเมืองอนุรักษ์นิยมกับคริสตจักรสามัคคี องค์กรศาสนาลึกลับ
การสารภาพของผู้ต้องหา
‘ทุกอย่างเป็นความจริง’ ยามากามิ กล่าวต่อศาลด้วยเสียงที่แทบไม่ได้ยิน ขณะยอมรับข้อหาฆาตกรรมผู้นำที่ดำรงตำแหน่งนานที่สุดของประเทศ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 4 คนนำตัวเขาเข้าห้องพิจารณา โดยเขาสวมเสื้อยืดสีดำและมัดผมยาวไว้ข้างหลัง
อย่างไรก็ตาม ทนายความระบุจะโต้แย้งข้อหาบางประการ รวมถึงการละเมิดกฎหมายควบคุมอาวุธสำหรับการใช้อาวุธปืนทำเอง
แรงจูงใจจากอดีตที่เจ็บปวด
ประเด็นสำคัญในคดีคือการพิจารณาบรรเทาโทษอันเนื่องมาจาก ‘การล่วงละเมิดทางศาสนา’ ในวัยเด็กของยามากามิ ซึ่งเกิดจากความศรัทธาสุดโต่งของมารดาต่อคริสตจักรสามัคคี
รายงานระบุว่า ยามากามิ มีความแค้นต่ออาเบะเนื่องจากความสัมพันธ์ที่เขารับรู้กับคริสตจักรที่ก่อตั้งในเกาหลีใต้ปี 2497 สมาชิกมักถูกเรียกว่า ‘มูนนี่’ ตามชื่อผู้ก่อตั้ง ซัน ยอง มูน
คริสตจักรถูกกล่าวหาว่าส่งเสริมการทอดทิ้งเด็กในหมู่สมาชิกและแสวงหาประโยชน์ทางการเงิน ซึ่งองค์กรปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว ยามากามิ มีความแค้นต่อคริสตจักรที่ทำให้ครอบครัวล้มละลาย หลังมารดาบริจาคเงินประมาณ 100 ล้านเยน (1 ล้านดอลลาร์สหรัฐในขณะนั้น) เพื่อแสดงความศรัทธา
ผลกระทบต่อวงการการเมือง
การสืบสวนหลังการเสียชีวิตของอาเบะ นำไปสู่การเปิดเผยอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับความสัมพันธ์ใกล้ชิดระหว่างคริสตจักรกับนักการเมืองอนุรักษ์นิยมจำนวนมากในพรรคเสรีประชาธิปไตยที่ปกครอง ส่งผลให้รัฐมนตรี 4 คนลาออก
ต้นปีที่ผ่านมา ศาลแขวงโตเกียวออกคำสั่งยุบสาขาญี่ปุ่นของคริสตจักร โดยระบุว่าก่อให้เกิดความเสียหายที่ไม่เคยมีมาก่อน ต่อสังคม
การปรับปรุงมาตรการควบคุมอาวุธ
การลอบสังหารครั้งนี้เป็นสัญญาณเตือนสำหรับประเทศที่มีมาตรการควบคุมปืนเข้มงวดที่สุดในโลก ความรุนแรงจากปืนหายากมากในญี่ปุ่น จนเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยในที่เกิดเหตุไม่สามารถระบุเสียงจากการยิงครั้งแรกได้ทันที และเข้าช่วยเหลืออาเบะสายเกินไป
ความล้มเหลวนี้กระตุ้นให้สมาชิกรัฐสภาผ่านร่างกฎหมายในปี 2567 เพื่อเสริมความเข้มงวดในการควบคุมอาวุธ ป้องกันการผลิตปืนทำเอง กฎใหม่กำหนดให้การอัปโหลดวิดีโอสอนการทำปืนและเผยแพร่ข้อมูลการขายปืนในโซเชียลมีเดียอาจได้รับโทษปรับหรือจำคุกไม่เกิน 1 ปี




