AI มีความรู้สึกนึกคิดเหมือนมนุษย์ มันใกล้จะเกิดขึ้นจริงหรือยัง?

14 ก.ค. 2566 - 12:54

  • ความสามารถที่ล้ำหน้าของปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ChatGPT ได้จุดประเด็นเรื่อง ‘ความรู้สึกนึกคิด’ (sentient) ของ AI ขึ้นมาอีกครั้ง

has_AI_already_become_sentient_SPACEBAR_Thumbnail_b2370779aa.jpeg
ความสามารถที่ล้ำหน้าของปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ChatGPT ของ OpenAI บวกกับก่อนหน้านี้ที่วิศวกรของกูเกิลออกมาบอกว่า LaMDA ซึ่งเป็น AI ที่เขากำลังทดสอบอยู่นั้นมีความรู้สึกนึกคิด ได้จุดประเด็นเรื่อง ‘ความรู้สึกนึกคิด’ (sentient) ของ AI ขึ้นมาอีกครั้ง รวมทั้งความกลัวว่าวันหนึ่ง AI จะลุกขึ้นมาปฏิวัติการควบคุมของมนุษย์แล้วกำหนดชีวิตของตัวเองอย่างที่ไซบอร์กที่ควบคุมโดย AI ในภาพบนตร์เรื่อง Terminator 2 ทำหรือไม่ 

ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจกับคำว่า sentient คร่าวๆ ก่อนว่า AI ที่จะมีความรู้สึกนึกคิดและจิตสำนึกต้องมีความสามารถในการตระหนักรู้ในตนเอง ตลอดจนมีจิตสำนึกและอารมณ์ พูดง่ายๆ ก็คือ AI ที่มีความรู้สึกนึกคิดจะสามารถคิด รู้สึก และสัมผัสกับโลกใบนี้ได้เช่นเดียวกับมนุษย์ 

แต่ผู้เชี่ยวชาญบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ChatGPT และเทคโนโลยีที่คล้ายกันเป็นเพียงแอปพลิเคชันเติมคำหรือประโยคให้สมบูรณ์ที่มีความซับซ้อนเท่านั้น ไม่มีอะไรมากไปกว่านี้ และยังไม่ถึงขั้นเป็น sentient AI 

ไมเคิล วูลดริดจ์ ศาสตราจารย์ด้านวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ของมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดที่วิจัยเกี่ยวกับ AI มากว่า 30 ปีเผยว่า LaMDA เพียงแค่ตอบสนองต่อการกระตุ้น มันแค่เลียนแบบเท่านั้น “วิธีที่ดีที่สุดในการอธิบายสิ่งที่ LaMDA ทำก็คือการเปรียบเทียบกับสมาร์ตโฟน” 

วูลดริดจ์เปรียบเทียบ LaMDA กับฟีเจอร์ช่วยสะกดคำอัตโนมัติ สมาร์ตโฟนจะแนะนำคำที่ถูกต้องโดยอาศัยคำที่ผู้ใช้ใช้บ่อยๆ ก่อนหน้า ส่วนของ LaMDA นั้น ทุกอย่างที่เขียนเป็นภาษาอังกฤษที่อยู่ในเวิลด์ไวด์เว็บจะกลายเป็นข้อมูลสำหรับการเรียนรู้สำหรับมัน แม้ผลลัพธ์จะสมจริงแต่สถิติพื้นฐานก็เหมือนกัน “ไม่มีความรู้สึกนึกคิด ไม่มีการไตร่ตรองตนเอง ไม่มีความสามารถในการรับรู้เข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นกับตนเอง” 

หากวัดกันที่นิยามข้างต้นก็ถือว่า AI ยังห่างจากคำว่า sentient พอสมควร และจนถึงขณะนี้ผู้เชี่ยวชาญด้าน AI หลายคนเชื่อว่า AI ที่มีความรู้สึกนึกคิดอาจเป็นไปไม่ได้ เพราะเรายังไม่มีโครงสร้างพื้นฐานที่จะสร้างมันขึ้นมา และเรายังขาดความเข้าใจที่ถูกต้องแม่นยำว่าแท้จริงแล้วความตระหนักรู้คืออะไรกันแน่ 

บรรดาบริษัทต่างๆ อาทิ กูเกิล แอฟเปิล เมตา ไมโครซอฟท์ และอีกหลายแห่งในขณะนี้ไม่มีเป้าหมายในการสร้าง AI ที่มีความรู้สึกนึกคิด แต่พวกเขากำลังพุ่งเป้าไปที่ปัญญาประดิษฐ์ที่มีความสามารถเหมือนมนุษย์มากที่สุด (AGI) ที่สามารถแก้ปัญหาที่ซับซ้อนมากๆ เรียนรู้ และวางแผนอนาคตได้ สำหรับตอนนี้ดูเหมือนว่า AI ที่มีความรู้สึกนึกคิดจะยังเป็นเรื่องของอนาคตอยู่ 

แซม บาวแมน นักวิจัยด้าน AI และผู้ก่อตั้ง General Language Understanding Evaluation (GLUE) มองว่ามีโอกาสที่จะเกิด AI ที่มีความรู้สึกนึกคิดภายใน 2 ทศวรรษข้างหน้า  

อย่างไรก็ดี เจเรมี แฮร์ริส ผู้ก่อตั้ง Mercurius บริษัทด้านความปลอดภัย AI เตือนว่า “AI รุดหน้าเร็วมาก มากกว่าที่สาธารณชนเข้าใจ และประเด็นที่สำคัญสำหรับยุคของเรากำลังฟังดูเหมือนเป็นนิยายไซไฟสำหรับคนทั่วไปมากขึ้น” 

แฮร์ริสกังวลเกี่ยวกับการที่บริษัทต่างๆ พากันพัฒนา AI ให้ก้าวล้ำโดยขาดการลงทุนด้านการวิจัยเกี่ยวกับการเลี่ยงความเสี่ยง “มีหลักฐานมากขึ้นที่บ่งชี้ว่านอกเหนือไปจากความฉลาดแล้ว AI อาจเป็นอันตรายโดยธรรมชาติของมันอง” เนื่องจาก AI มาพร้อมกับวิธีสร้างสรรค์ในการบรรลุวัตถุประสงค์ที่ถูกตั้งโปรแกรมไว้ 

“หากคุณขอให้ AI ที่มีความฉลาดมากๆ ทำให้คุณเป็นคนที่ร่ำรวยที่สุดในโลก มันอาจนำงินมาให้คุณ หรืออาจให้คุณแค่ดอลลาร์เดียวแล้วไปขโมยเงินของคนอื่น หรือมันอาจฆ่าทุกคนบนโลกใบนี้ เพื่อทำให้คุณกลายเป็นคนที่รวยที่สุดในโลกด้วยวิธีผิดๆ คนส่วนใหญ่ไม่ได้ตระหนักถึงความสำคัญของความท้าทายนี้ และแฮร์ริสคิดว่าสิ่งนั้นน่าเป็นห่วง 

วูลดริดจ์และแฮร์ริสเห็นพ้องต้องกันว่า การพัฒนา AI ยังขาดความโปร่งใสที่เพียงพอ และสังคมจำเป็นต้องเริ่มคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้มากขึ้น

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์