รุนแรงสุดในรอบ 13 ปี! รถไฟความเร็วสูงสเปนชนซ้ำครั้งที่ 2 ของปี ดับพุ่ง 68 ราย

29 ต.ค. 2569 - 12:04

  • เกิดเหตุรถไฟความเร็วสูงชนกันในภาคกลางของประเทศสเปน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 68 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกหลายสิบคน

  • เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 ต.ค.ที่ผ่านมา เมื่อรถไฟขบวนหนึ่งที่กำลังเดินทางจากกรุงมาดริดไปยังเมืองเซบียา ได้พุ่งชนเข้ากับรถไฟอีกขบวนหนึ่งที่จอดนิ่งอยู่บนราง แรงกระแทกส่งผลให้ตู้โดยสารหลายตู้พลิกคว่ำตกจากคันดินริมทางรถไฟ

  • เหตุรถไฟชนกันครั้งนี้เกิดจากระบบคอมพิวเตอร์ขัดข้องร่วมกับความผิดพลาดของเจ้าหน้าที่ โดยนับเป็นอุบัติเหตุทางรถไฟที่รุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ยุคใหม่ของยุโรป และเป็นภัยพิบัติทางรถไฟที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดของสเปนในรอบ 13 ปี

รุนแรงสุดในรอบ 13 ปี! รถไฟความเร็วสูงสเปนชนซ้ำครั้งที่ 2 ของปี ดับพุ่ง 68 ราย

เกิดเหตุรถไฟความเร็วสูงชนกันในภาคกลางของประเทศสเปน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 68 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกหลายสิบคน 

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้าวันพุธ (28 ต.ค.) ที่ผ่านมา เมื่อรถไฟขบวนหนึ่งที่กำลังเดินทางจากกรุงมาดริดไปยังเมืองเซบียา ได้พุ่งชนเข้ากับรถไฟอีกขบวนหนึ่งที่จอดนิ่งอยู่บนราง แรงกระแทกส่งผลให้ตู้โดยสารหลายตู้พลิกคว่ำตกจากคันดินริมทางรถไฟ 

“เหตุรถไฟชนกันครั้งนี้เกิดจากระบบคอมพิวเตอร์ขัดข้องร่วมกับความผิดพลาดของเจ้าหน้าที่ โดยนับเป็นอุบัติเหตุทางรถไฟที่รุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ยุคใหม่ของยุโรป และเป็นภัยพิบัติทางรถไฟที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดของสเปนในรอบ 13 ปี”

— ออสการ์ ปวนเต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ระบุ 

อุบัติเหตุครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 09:00 น. ระหว่างเทศบาลโมราและออกัซ ห่างจากกรุงมาดริดไปทางใต้ราว 140 กิโลเมตร ผู้รอดชีวิตต่างบอกเล่าถึงภาพเหตุการณ์อันน่าสะพรึงกลัว ผู้โดยสารหลายคนถูกแรงกระแทกเหวี่ยงลอยไปในอากาศ บางส่วนติดอยู่ใต้ซากปรักหักพัง และต้องช่วยกันทุบหน้าต่างเพื่อหาทางหนีออกมา 

“รถไฟขบวนที่จอดนิ่งอยู่บนรางเป็นของบริษัทเอกชนชื่อ ‘อิริโอ’ (Iryo) ซึ่งบรรทุกผู้โดยสารมา 147 คน แต่ต้องจอดฉุกเฉินเนื่องจากระบบคอมพิวเตอร์ขัดข้อง...ตามปกติ เมื่อระบบเกิดการขัดข้อง ศูนย์ควบคุมการเดินรถตลอด 24 ชั่วโมงในกรุงมาดริดจะต้องเข้ามารับช่วงดูแล แต่ครั้งนี้กลับมีการตัดสินใจอย่าง ‘น่าเหลือเชื่อ’ ด้วยการสั่งให้รถไฟเดินหน้าต่อโดยไม่มีการจำกัดความเร็ว”

— ปวนเต กล่าว 

ด้านบริษัทอิริโอเปิดเผยว่า รถไฟของตนซึ่งจอดนิ่งอยู่ถูกรถไฟของ เรนเฟ (Renfe) บริษัทรถไฟแห่งชาติของสเปนที่มีผู้โดยสาร 397 คน พุ่งชนเข้าจากทางด้านหลัง 

“แรงกระแทกจากการชนนั้นรุนแรงและโหดร้ายมาก ผู้โดยสารต้องพากันทุบกระจกเพื่อหนีเอาชีวิตรอด ขณะที่บางส่วนติดอยู่ระหว่างเบาะนั่งจนไม่สามารถขยับตัวได้” ซัลบาดอร์ อาร์ริซา ผู้โดยสารวัย 62 ปี บนขบวนรถไฟของบริษัทเรนเฟ บอกกับสำนักข่าว Reuters 

นอกจากนี้ เหตุการณ์ยังทวีความรุนแรงเมื่อเกิดเพลิงไหม้ขึ้นในตู้โดยสารตู้หนึ่ง ท่ามกลางเสียงร้องไห้ด้วยความตื่นตระหนก และความโกลาหลของผู้บาดเจ็บที่ถูกซากปรักหักพังทับอยู่ 

ต็องกี บีนีเยร์ ผู้โดยสารวัย 22 ปี บนรถไฟขบวนอิริโอเผยกับ BBC ว่า “ทันทีที่รถไฟหยุดนิ่งลง กระเป๋าเดินทางต่างปลิวว่อนและมีเสียงกรีดร้องด้วยความตกใจ ท่ามกลางกลุ่มควันและความโกลาหลเกิดขึ้นเต็มไปหมด พอผมออกมาด้านนอกได้ก็พบว่ารถไฟอยู่ในสภาพพลิกคว่ำทั้งหมด มันเป็นภาพที่สะเทือนใจมากจริงๆ” 

ขณะที่ เซบาสเตียน เอร์เรโร ผู้โดยสารวัย 46 ปี บอกกับหนังสือพิมพ์ El Mundo ว่า “เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นการปะทะที่รุนแรงและน่ากลัวมาก ตัวผมเองถูกแรงกระแทกเหวี่ยงจนลอยอยู่บนอากาศนานถึง 4-5 วินาที แต่มันเหมือนเป็นช่วงเวลาที่รู้สึกยาวนานราวกับชั่วชีวิต...ผู้คนจำนวนมากอยู่ในสภาพดั้งหักและแขนหัก” 

เปโดร ซานเชซ นายกรัฐมนตรีสเปนชี้ว่า “การเกิดอุบัติเหตุรถไฟร้ายแรงถึง 2 ครั้งในรอบปี ‘เป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้’” พร้อมทั้งให้คำมั่นว่า “จะสืบสวนหาความจริงให้ถึงที่สุด และตรวจสอบว่ามีความประมาทเลินเล่อเกิดขึ้นหรือไม่” 

ก่อนหน้านี้ สเปนยังคงอยู่ในภาวะสะเทือนขวัญจากโศกนาฏกรรมรถไฟความเร็วสูงตกรางใกล้กับเมืองกอร์โดบาเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนไปถึง 46 ราย โดยอุบัติเหตุครั้งนั้นเกิดขึ้นบนเส้นทางรถไฟสายเดียวกันนี้ แต่เป็นพิกัดที่อยู่ลึกลงไปทางตอนใต้มากกว่า 

สำหรับอุบัติเหตุในวันพุธ (28 ต.ค.) ที่ผ่านมานี้นับเป็น “โศกนาฏกรรมครั้งร้ายแรงที่สุดของสเปนตั้งแต่ปี 2013” ซึ่งในครั้งนั้นมีผู้เสียชีวิตถึง 80 ราย บริเวณชานเมืองซานติอาโก เด กอมโปสเตลา ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ 

(Photo by JAVIER SORIANO / AFP) 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์