ศาลฮ่องกงมีคำสั่งให้เลิกกิจการของบริษัท China Evergrande Group ยักษ์ใหญ่ด้านอสังหาริมทรัพย์ของจีน โดยเป็นความเคลื่อนไหวที่อาจส่งแรงกระเพื่อมผ่านตลาดการเงินที่กำลังล่มสลายของจีน เนื่องจากวิกฤตที่ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น
Evergrande ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มีหนี้มากที่สุดในโลกซึ่งมีหนี้สินรวมมากกว่า 300,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 10 ล้านล้านบาท) ผิดนัดชำระหนี้ในปี 2021 นั่นทำให้วิกฤตหนี้ในภาคอุตสาหกรรมนี้หนักยิ่งขึ้น และจุดประกายให้บริษัทอื่นๆ จำนวนมากผิดนัดชำระหนี้จากผลกระทบทางเศรษฐกิจที่สร้างความเสียหาย ซึ่งจนถึงทุกวันนี้ยังคงเป็นอุปสรรคต่อการเติบโต
“การขาดความคืบหน้าอย่างเห็นได้ชัดในส่วนของบริษัทในการยื่นข้อเสนอการปรับโครงสร้างใหม่ที่เป็นไปได้... ข้าพเจ้าเห็นว่าสมควรที่ศาลจะมีคำสั่งเพิกถอนบริษัท” ผู้พิพากษาลินดา ชาน กล่าวคำตัดสิน
ตกต่ำอย่างต่อเนื่อง
ครั้งหนึ่งภาคการก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ของจีนเคยมีสัดส่วนประมาณ 1 ใน 4 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ
แต่ประธานาธิบดี สี จิ้นผิงของจีน มองว่าหนี้ที่ Evergrande และบริษัทอสังหาฯ อื่นๆ สะสมเป็นความเสี่ยงที่ยอมรับไม่ได้ต่อระบบการเงินของจีนและสภาพเศรษฐกิจโดยรวม
ทางการจีนค่อยๆ เพิ่มความเข้มงวดในการเข้าถึงสินเชื่อของบรรดาบริษัทพัฒนาสังหาริมทรัพย์ในปี 2020 และหลังจากนั้นก็เกิดการผิดนัดชำระหนี้ขงบรรดาบริษัมอสังหาฯ ตามมา ภายในสิ้นเดือนมิถุนายน Evergrande ประมาณการว่ามีหนี้สินอยู่ที่ 328,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
เชน โอลิเวอร์ หัวหน้านักยุทธศาสตร์ของบริษัท AMP บริษัทให้บริการทางการเงินกล่าวว่า การตัดสินใจครั้งสำคัญนี้ถือเป็นอีกก้าวหนึ่งในวิกฤตอสังหาฯ ที่กำลังดำเนินอยู่ในจีน
“มันไม่ได้สร้างหายนะครั้งใหญ่อย่างที่หลายคนกลัว แต่เหตุการณ์เดียวกันนี้ มันก็ไม่ได้รับการแก้ไขเช่นกัน ขณะที่เจ้าหน้าที่อาจจะจัดการการชำระหนี้ในลักษณะที่ไม่ก่อให้เกิดผลกระทบร้ายแรงต่อส่วนอื่นๆ ของเศรษฐกิจ” เขากล่าวกับ AFP
แต่โอลิเวอร์กล่าวว่า สิ่งนี้บอกเราว่าวิกฤตด้านอสังหาฯ ยังห่างไกลจากการแก้ไขและยังคงเป็นอุปสรรคต่อเศรษฐกิจจีน
เรย์มอนด์ เฉิง จาก CGS-CIMB Securities กล่าวเสริมว่า คำสั่งชำระหนี้จะส่งผลเสียสำหรับ Evergrande อย่างแน่นอน ผู้ชำระหนี้ที่ได้รับมอบหมายจะถ่ายโอนทรัพย์สินของบริษัทโดยเร็วที่สุด ดังนั้นราคาอาจจะไม่ได้ดีมาก
อย่างไรก็ตาม แม้มันอาจจะส่งผลต่อความรู้สึกในระยะสั้นแต่การปรับโครงสร้างของ Evergrande ก็มีปัญหาเฉพาะของตัวเอง เขากล่าวว่า เป็นไปได้ที่นักพัฒนารายอื่นจะประนีประนอมในการเจรจา เนื่องจากพวกเขากลัวว่าเจ้าหนี้จะยื่นขอชำระหนี้
หลังศาลมีคำสั่ง หุ้น Evergrande ร่วงลง 20.87% สู่ระดับ 0.16 ดอลลาร์ฮ่องกง ก่อนที่ตลาดหลักทรัพย์จะหยุดการซื้อขายเมื่อเวลา 10.19 น.(ตามเวลาท้องถิ่น) ขณะที่การซื้อขายหุ้นของบริษัทเครือด้านรถยนต์ไฟฟ้าของ Evergrande เองก็หยุดชะงักเช่นกัน




