ไฟไหม้ตึกสูงฮ่องกงครั้งเลวร้ายในประวัติศาสตร์ ดับพุ่ง 44 สูญหายหลายร้อยชีวิต

27 พ.ย. 2568 - 11:23

  • ตำรวจฮ่องกงเผย ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุเพลิงไหม้ครั้งเลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ฮ่องกงที่ลุกลามไปทั่วตึกที่พักอาศัยสูงระฟ้าในเขตไทโป ทางตอนเหนือของฮ่องกง เพิ่มขึ้นเป็น 44 รายแล้ว และยังมีผู้สูญหายอีกอย่างน้อย 279 ราย

  • “อุณหภูมิในที่เกิดเหตุสูงมาก และบางชั้น เราไม่สามารถติดต่อผู้ร้องขอความช่วยเหลือได้ แต่เราจะพยายามต่อไป ไฟน่าจะลุกลามจากอาคารหนึ่งไปยังอีกอาคารหนึ่งเนื่องจากลมและเศษซากที่ปลิวว่อน...เจ้าหน้าที่กำลังสอบสวนสาเหตุของเพลิงไหม้อยู่” เจ้าหน้าที่ ระบุ

ไฟไหม้ตึกสูงฮ่องกงครั้งเลวร้ายในประวัติศาสตร์ ดับพุ่ง 44 สูญหายหลายร้อยชีวิต

ตำรวจฮ่องกงเผยเมื่อวันพฤหัสบดี (27 พ.ย.) ว่า ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุเพลิงไหม้ครั้งเลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ฮ่องกงที่ลุกลามไปทั่วตึกที่พักอาศัยสูงระฟ้าในเขตไทโป ทางตอนเหนือของฮ่องกง เพิ่มขึ้นเป็น 44 รายแล้ว และยังมีผู้สูญหายอีกอย่างน้อย 279 ราย  

เพลิงไหม้ตึกสูงในฮ่องกงครั้งนี้ถูกจัดอยู่ในระดับ 5 ซึ่งเป็นระดับที่ ‘ร้ายแรงที่สุด’ ในฮ่องกงนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 สร้างความตกตะลึงให้กับศูนย์กลางทางการเงินของจีน ซึ่งเป็นที่ตั้งของอาคารที่พักอาศัย ‘หวั่งฟกคอร์ต’ ที่มีประชากรหนาแน่นที่สุดแห่งหนึ่งของโลก 

หลายชั่วโมงหลังเกิดเพลิงไหม้ในเขตไทโปทางตอนเหนือ เปลวไฟและควันหนาทึบยังคงปกคลุมอาคารสูง 32 ชั้น ซึ่งเชื่อว่ามีผู้คนจำนวนมากติดอยู่ภายใน  

เจ้าหน้าที่เผยเมื่อเช้าตรู่วันพฤหัสบดี (27 พ.ย.) ว่า “สามารถควบคุมเพลิงไหม้อาคารได้ 4 หลังแล้ว และยังคงปฏิบัติการดับเพลิงอาคารต่อไปอีก 3 หลัง หลังจากดำเนินการมานานกว่า 15 ชั่วโมง”    

ทั้งนี้ ยังไม่ทราบสาเหตุของเพลิงไหม้ในทันที แต่ไฟลุกลามอย่างรวดเร็ว เนื่องจากแรงลมพัดเชื้อเพลิงจนลุกลามมากขึ้น ซึ่งบริเวณนั้นมีสถานที่ก่อสร้างที่มีตาข่ายผ้าเขียว และนั่งร้านไม้ไผ่ ซึ่งเป็นโครงสร้างหลักที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในการก่อสร้างแบบสถาปัตยกรรมจีนดั้งเดิม แต่ถูกยกเลิกการใช้งานในฮ่องกงตั้งแต่เดือนมีนาคมด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย 

“มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 40 ราย และอีก 4 รายเสียชีวิตในโรงพยาบาล หน่วยดับเพลิงกำลังพยายามอย่างหนักที่จะเข้าถึงชั้นบนสุดของอาคาร 2 หลัง ในช่วงเวลาที่มืดมิด มันจะเพิ่มอันตรายและความยากลำบากให้กับการปฏิบัติงานของเรา และจนถึงขณะนี้ อุณหภูมิภายในที่เกิดเหตุยังคงสูงมาก ดังนั้นเราจึงมีปัญหาในการไปยังชั้นบนสุดของอาคาร 2 หลัง”

 เดเร็ก อาร์มสตรอง ชาน รองผู้อำนวยการกรมดับเพลิง กล่าว 

ชานบอกอีกว่า อุณหภูมิในที่เกิดเหตุสูงมาก และบางชั้น เราไม่สามารถติดต่อผู้ร้องขอความช่วยเหลือได้ แต่เราจะพยายามต่อไป ไฟน่าจะลุกลามจากอาคารหนึ่งไปยังอีกอาคารหนึ่งเนื่องจากลมและเศษซากที่ปลิวว่อน...เจ้าหน้าที่กำลังสอบสวนสาเหตุของเพลิงไหม้อยู่” 

ขณะที่ตำรวจกล่าวว่า พวกเขากำลังตรวจสอบบริษัทแห่งหนึ่งที่กำลังดำเนินการซ่อมบำรุงอาคารดังกล่าว “มีเหตุผลที่ทำให้เราเชื่อว่า ผู้รับผิดชอบบริษัทมีความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง ซึ่งนำไปสู่อุบัติเหตุครั้งนี้ และทำให้ไฟลุกลามอย่างควบคุมไม่ได้ ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บล้มตายจำนวนมาก... มีผู้ต้องสงสัย 3 คน อายุระหว่าง 52-68 ปี ถูกจับกุมในข้อหาฆ่าคนโดยไม่เจตนา” ไอลีน ชุง ผู้กำกับการตำรวจอาวุโสประจำกองกำลังตำรวจฮ่องกง กล่าว 

“มีนักดับเพลิงเสียชีวิต 1 คน และอพยพประชาชนราว 900 คนมาอยู่ในศูนย์พักพิง 8 แห่ง...สิ่งสำคัญที่สุดคือ ‘การดับไฟ’ และ ‘ช่วยเหลือผู้อยู่อาศัยที่ติดอยู่ในอาคาร’ อย่างที่สองคือ การช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ อย่างที่สามคือ การช่วยเหลือและฟื้นฟูร่างกาย จากนั้น เราก็จะเริ่มการสอบสวนอย่างละเอียด”  

จอห์น ลี นายกองค์การบริหารฮ่องกง กล่าวกับผู้สื่อข่าว

ด้านผู้ประสบภัย แฮร์รี่ เจิง วัย 66 ปี ซึ่งอาศัยอยู่ที่บล็อกสองในอาคารแห่งหนึ่งมานานกว่า 40 ปีเล่าว่า เขาได้ยินเสียงดังประมาณ 14.45 น.(ตามเวลาท้องถิ่น) และเห็นไฟไหม้ในอาคารใกล้เคียง “ผมก็เลยรีบกลับไปเก็บของทันที ตอนนี้ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่ารู้สึกอย่างไร ผมแค่คิดว่าคืนนี้จะนอนที่ไหน” 

(Photo by : PETER PARKS / AFP) 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์