เมื่อวันจันทร์ (24 ต.ค.) ที่ผ่านมา ตัวประกันที่ถูกฮามาสจับตัวและได้รับการปล่อยตัวได้ออกมาเปิดใจถึงความรู้สึกในช่วงเวลา 2 สัปดาห์ท่ามกลางความหวาดกลัวระหว่างการสู้รบของสงคราม
โยเชฟเวด ลิฟชิตซ์ คุณยายนักเคลื่อนไหวเพื่อสันติภาพวัย 85 ปีซึ่งถูกปล่อยตัวพร้อมกับผู้หญิงอีกคนหนึ่งชื่อ ‘นูริต คูเปอร์’ วัย 79 ปี โดยภาพถ่ายแสดงให้เห็นคุณยายจับมือกับกลุ่มฮามาสเพียงไม่กี่วินาทีก่อนจะถูกส่งตัวให้กับสภากาชาดสากลที่จุดผ่านแดนราฟาห์ระหว่างฉนวนกาซาและอียิปต์ที่อยู่ใกล้เคียง ซึ่งดูเหมือนเธอจะพูดกับฮามาสเป็นภาษาฮีบรูว่า “ชาลอม” (Shalom) ที่แปลว่า ‘สันติภาพ’
ลิฟชิตซ์บอกว่า
“ฉันรู้สึกเหมือนตกนรก…ฉันและสามีถูกกลุ่มฮามาสนำตัวขึ้นมอเตอร์ไซค์ และถูกนำตัวเข้าไปในอุโมงค์ใต้ฉนวนกาซาซึ่งดูเหมือนใยแมงมุม…ฉันถูกไม้ฟาดระหว่างการเดินทาง และถูกบังคับให้เดินเป็นระยะทาง 2-3 กิโลเมตรบนพื้นเปียก ขณะที่ตัวประกันส่วนใหญ่ได้รับ ‘การปฏิบัติอย่างดี’”
ลิฟชิตซ์เล่าให้ฟังอีกว่า เธอเป็นหนึ่งในตัวประกัน 25 คนที่ถูกนำตัวเข้าไปในอุโมงค์ และหลังจากนั้นหลายชั่วโมง ตัวประกัน 5 คนจากชุมชนคิบบุตซ์ของเธอ รวมทั้งตัวเธอเองก็ถูกนำตัวไปไว้ในห้องแยกต่างหาก โดยแต่ละคนมีการ์ดเฝ้าและเข้าถึงแพทย์ได้ นอกจากนี้พื้นที่ภายในยังสะอาดและมีที่นอนบนพื้นด้วย
“พวกเขาทำให้แน่ใจว่าเราจะไม่ป่วย และเรามีแพทย์อยู่กับเราทุกๆ 2 หรือ 3 วัน…มีผู้หญิงจำนวนมากที่นั่นที่รู้เรื่องสุขอนามัยของผู้หญิง พวกเขากินอาหารแบบเดียวกันเหมือนกับการ์ดของฮามาส นั่นคือขนมปังพิตต้า ชีสและแตงกวา”
เมื่อนักข่าวถามว่า ‘ทำไมเธอถึงจับมือกับมือปืนฮามาส?’ ลิฟชิตซ์ก็บอกว่า ‘คนจับตัวประกันปฏิบัติต่อเธออย่างดี และตัวประกันที่เหลือก็อยู่ในสภาพที่ดี’
‘ฝันร้ายทั้งหมดยังคงวนเวียนอยู่ในใจของเธอ ขณะที่สภาพและชะตากรรมของตัวประกันคนอื่นๆ รวมถึง โอเดด สามีของเธอวัย 83 ปีก็ยังไม่ชัดเจน
ขณะเดียวกัน นักวิจารณ์สื่ออิสราเอลหลายคนก็กล่าวว่าความคิดเห็นของลิฟชิตซ์ถือเป็นหายนะในการประชาสัมพันธ์ และกล่าวหาทางการอิสราเอลว่าจัดงานแถลงข่าวอย่างงุ่มง่าม
โดยรวมแล้วมีตัวประกัน 4 คนที่ได้รับการปล่อยตัวแล้ว ซึ่งก่อนหน้านั้นเป็นคู่แม่ลูกชาวอเมริกันเชื้อสายอิสราเอล 2 คนที่ได้รับการปล่อยตัวเมื่อวันศุกร์ (20 ต.ค.) ที่ผ่านมา
Photo by Erik Marmor / AFP




