ฮูตีรุกหนัก! เดินหน้ายึดพื้นที่ยุทธศาสตร์เยเมน หวังตัดขาดชายฝั่งทะเลแดง หลังทรัมป์กลับลำไม่ช่วยซาอุฯ โจมตีฮูตีในนาทีสุดท้าย

22 ก.ย. 2569 - 12:01

  • กลุ่มนักรบฮูตีเดินหน้าบุกยึดพื้นที่สูงของเยเมน เพื่อตัดขาดชายฝั่งทะเลแดงออกจากพื้นที่ส่วนที่เหลือซึ่งควบคุมโดยกองกำลังที่ได้รับการสนับสนุนจากซาอุดีอาระเบีย

  • การบุกคืบอย่างรวดเร็วราวสายฟ้าแลบของกลุ่มกบฏฮูตีที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านในเดือนนี้ ได้ขยายขอบเขตความขัดแย้งในตะวันออกกลางไปสู่สมรภูมิใหม่ และยิ่งซ้ำเติมภัยคุกคามต่อระบบการจัดหาพลังงานทั่วโลก

  • หากว่ากลุ่มฮูตียึดสำเร็จ พวกเขาจะสามารถคุมพื้นที่ใหม่ทั้งหมดได้อย่างเบ็ดเสร็จ แต่ถ้ากองกำลังรัฐบาลเยเมนยื้อไว้ได้ ก็จะรักษาชัยภูมิสำคัญเพื่อใช้เป็นฐานในการเปิดฉากโจมตีสวนกลับ

ฮูตีรุกหนัก! เดินหน้ายึดพื้นที่ยุทธศาสตร์เยเมน หวังตัดขาดชายฝั่งทะเลแดง หลังทรัมป์กลับลำไม่ช่วยซาอุฯ โจมตีฮูตีในนาทีสุดท้าย

กลุ่มนักรบฮูตีเดินหน้าบุกยึดพื้นที่ทางยุทธศาสตร์บนพื้นที่สูงของเยเมนเมื่อวันจันทร์ (21 ก.ย.) ที่ผ่านมา เพื่อตัดขาดชายฝั่งทะเลแดงออกจากพื้นที่ส่วนที่เหลือซึ่งควบคุมโดยกองกำลังที่ได้รับการสนับสนุนจากซาอุดีอาระเบีย หลังจากมีรายงานว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้สั่งระงับการโจมตีของสหรัฐฯ ต่อกลุ่มฮูตีในนาทีสุดท้าย  

การบุกคืบอย่างรวดเร็วราวสายฟ้าแลบของกลุ่มกบฏฮูตีที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านในเดือนนี้ ได้ขยายขอบเขตความขัดแย้งในตะวันออกกลางไปสู่สมรภูมิใหม่ และยิ่งซ้ำเติมภัยคุกคามต่อระบบการจัดหาพลังงานทั่วโลก 

ที่ผ่านมา รัฐบาลสหรัฐฯ ปฏิเสธคำร้องขอครั้งแล้วครั้งเล่าจากเจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารแห่งซาอุดีอาระเบีย ที่ต้องการให้สหรัฐฯ เข้าร่วมในสงครามเยเมน 

ขณะเดียวกัน ทางซาอุดีอาระเบียก็ยังไม่ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นใดๆ ต่อเหตุการณ์ที่ดูเหมือนจะเป็นการโจมตีเมืองหลวงเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่สถานการณ์ความขัดแย้งเริ่มทวีความรุนแรงขึ้น 

สำนักข่าว The New York Times รายงานว่า “เมื่อวันอาทิตย์ (22 ก.ย.) ที่ผ่านมา มกุฎราชกุมารแห่งซาอุดีอาระเบียได้ร้องขอให้สหรัฐฯ ช่วยโจมตีกลุ่มฮูตีอีกครั้ง ซึ่งรัฐบาลของทรัมป์ก็เตรียมพร้อมที่จะเปิดฉากโจมตีทางอากาศแล้ว โดยทหารเริ่มลำเลียงระเบิดขึ้นเครื่องบินเรียบร้อย แต่สุดท้าย ทรัมป์กลับสั่งยกเลิกปฏิบัติการนี้ในนาทีสุดท้าย”  

ด้านสำนักข่าว Reuters ระบุว่า “ทางสำนักข่าวยังไม่สามารถตรวจสอบเพื่อยืนยันรายงานของ The New York Times ได้ในทันที” ขณะที่แหล่งข่าว 4 รายเปิดเผยกับ Reuters ว่า “ประธานาธิบดี ราชัด อัล-อะลีมี ผู้นำรัฐบาลเยเมนซึ่งเป็นที่ยอมรับจากนานาชาติและได้รับการสนับสนุนจากซาอุดีอาระเบีย (ปัจจุบันพำนักอยู่ในกรุงริยาด) ได้โทรศัพท์พูดคุยกับทรัมป์เมื่อวันอาทิตย์ (20 ก.ย.) ที่ผ่านมา เพื่อร้องขอความช่วยเหลือทางทหารจากสหรัฐฯ” 

แหล่งข่าววงใน 2 ราย ซึ่งคนหนึ่งเป็นชาวเยเมนและอีกคนเป็นชาวตะวันตก เปิดเผยว่า “ในระหว่างการต่อสายพูดคุยกันนั้น ทรัมป์ไม่ได้ให้คำมั่นสัญญาโดยตรงว่าจะมอบความช่วยเหลือให้แต่อย่างใด” 

ขณะเดียวกันก็มีรายงานว่า กรุงริยาด เมืองหลวงของซาอุดีอาระเบีย ตกเป็นเป้าโจมตีเป็นครั้งแรกเมื่อวันเสาร์ (19 ก.ย.) ที่ผ่านมา นับตั้งแต่สถานการณ์ความขัดแย้งเริ่มทวีความรุนแรงขึ้น โดยมีคนได้ยินเสียงระเบิดและมองเห็นกลุ่มควันพวยพุ่งขึ้นใกล้กับบริเวณสนามบิน ซึ่งกลุ่มฮูตีอ้างว่าเป็นฝ่ายยิงขีปนาวุธถล่ม แต่ทางซาอุดีอาระเบียยังคงเงียบและไม่ได้แสดงความคิดเห็นใดๆ  

แหล่งข่าวทางทหารของเยเมน 5 รายเปิดเผยกับ Reuers ว่า “ขณะนี้กลุ่มฮูตีกำลังพยายามบุกยึดพื้นที่สูงยุทธศาสตร์ที่เรียกว่า ‘เทือกเขากะฮ์บูบ’ (Kahboub Mountains) ซึ่งตั้งอยู่คร่อมสองจังหวัดคือ ตาอิซ (Taiz) และลาฮิจญ์ (Lahij) โดยพื้นที่นี้เป็นจุดแบ่งกั้นระหว่างชายฝั่งทะเลแดงกับพื้นที่ทางตอนใต้ที่รัฐบาลเยเมนควบคุมอยู่ 

ปัจจุบันการสู้รบแบ่งออกเป็น 2 จุดหลักๆ คือ : 

  • บริเวณชานเมืองภูเขาอันห่างไกลอย่าง อัล-วาซิอิยาห์ ในจังหวัดตาอิซ 
  • บริเวณ ราส อัล-อารา ตามแนวชายฝั่ง ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญกึ่งกลางพอดี ระหว่างปากทางเข้าทะเลแดงที่ฮูตีเพิ่งยึดได้เมื่อสัปดาห์ก่อน กับเมืองเอเดนที่เป็นฐานที่มั่นหลักของรัฐบาลเยเมน 

โมฮัมเหม็ด อัล-กอฎี นักวิเคราะห์การเมืองและผู้สื่อข่าวอาวุโสชาวเยเมน ประเมินสถานการณ์ว่าตอนนี้กองกำลังรัฐบาลเยเมนทำได้แค่ตั้งรับเป็นหลัก หลังจากเสียพื้นที่ช่องแคบบับเอลมันเดบไป ในขณะที่กลุ่มฮูตีกำลังพยายามรักษาจังหวะเพื่อบุกคืบหน้าต่ออย่างไม่หยุดยั้ง แม้ว่าพวกเขาจะโดนโจมตีทางอากาศอย่างหนักหน่วงก็ตาม”  

“สมรภูมิเทือกเขาแห่งนี้คือตัวแปรสำคัญที่จะชี้ชะตาศึกครั้งนี้ หากว่ากลุ่มฮูตียึดสำเร็จ พวกเขาจะสามารถคุมพื้นที่ใหม่ทั้งหมดได้อย่างเบ็ดเสร็จ แต่ถ้ากองกำลังรัฐบาลเยเมนยื้อไว้ได้ ก็จะรักษาชัยภูมิสำคัญเพื่อใช้เป็นฐานในการเปิดฉากโจมตีสวนกลับ”

โมฮัมเหม็ด อัล-กอฎี กล่าว 

(Photo by Mohammed HUWAIS / AFP)

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์