กลายเป็นประเด็นที่ถูกหยิบยกมาถกกันบนโซเชียลมีเดียอย่างกว้างขวางถึงพฤติกรรมแฟนคลับชาวจีนกว่า 20 คนที่ก่อความวุ่นวายติดตามศิลปินที่สนามบินสุวรรณภูมิ แล้วฝ่าฝืนมาตรการรักษาความปลอดภัยด้วยการกรูเข้าไปในห้องรับรองผู้โดยสาร จนถูกสายการบินปฏิเสธการเดินทาง
แม้จะมีกระแสดราม่าว่าเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของไทยทำพฤติกรรมไม่เหมาะสมต่อกลุ่มแฟนคลับชาวจีนที่ทำท่าทางคล้ายมองด้วยหางตา ซึ่งชาวจีนบอกว่าเป็นการ ‘เหยียดเชื้อชาติ’ จนเกิดการเรียกร้องให้ทางการเข้ามาตรวจสอบ แต่ถึงกระนั้น หลังจากทางสนามบินสุวรรณภูมิเปิดหลักฐานกล้องวงจรปิดที่เผยให้เห็นกลุ่มแฟนคลับวิ่งกรูห้อมล้อมศิลปินชายชาวจีน จึงเกิดกระแสตีกลับตำหนิถึงพฤติกรรมของกลุ่มแฟนคลับซาแซงอย่างรุนแรง
หากเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่จีน...ทางการจะรับมือกับความวุ่นวายดังกล่าวอย่างไร?
ตามกฎหมายว่าด้วยการลงโทษการบริหารจัดการความมั่นคงสาธารณะ (Public Security Administration Punishments Law) ของประเทศจีน มาตรา 23 ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า “การก่อกวนความสงบเรียบร้อย หรือคุกคามความปลอดภัยบนยานพาหนะขนส่งสาธารณะ หากเป็นกรณีที่ค่อนข้างร้ายแรง จะต้องระวางโทษกักขังทางปกครองเป็นเวลา 5-10 วัน และอาจถูกปรับสูงสุดไม่เกิน 500 หยวน (ราว 2,400 บาท)”
ข้อบังคับดังกล่าวครอบคลุมพฤติกรรมและการขนส่งสาธารณะประเภทต่าง ๆ :
- ประเภทยานพาหนะ : ครอบคลุมทั้งรถบัส ประจำทาง, รถราง, รถไฟ, เรือโดยสาร, และเครื่องบิน
- ลักษณะความผิด : การก่อความวุ่นวายบนรถ, การกีดขวางเส้นทางเดินรถ, การบังคับขึ้นยานพาหนะโดยไม่ได้รับอนุญาต, หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ทำให้ยานพาหนะขนส่งสาธารณะ (เช่น รถเมล์ รถไฟ รถไฟใต้ดิน หรือเครื่องบิน) ไม่สามารถออกเดินทาง เคลื่อนตัว หรือวิ่งไปตามตารางเวลาปกติได้
- กรณีเป็นกลุ่มบุคคล : หากมีการรวมตัวกันเป็นกลุ่มเพื่อก่อความวุ่นวาย แกนนำหรือผู้สั่งการอาจต้องโทษหนักขึ้น โดยมีโทษกักขัง 10-15 วัน และอาจถูกปรับสูงสุดถึง 2,000 หยวน (ราว 2,400 บาท)
กฎหมายฉบับนี้ถือเป็นมาตรการทางปกครอง (Administrative Penalties) ที่ตำรวจจีนมักนำมาใช้จัดการกับพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์อย่างรวดเร็ว เช่น การทะเลาะวิวาทบนรถเมล์ หรือการเปิดเครื่องเสียงรบกวนผู้โดยสารคนอื่นอย่างรุนแรง โดยไม่ต้องรอให้ถึงขั้นฟ้องร้องเป็นคดีอาญาในศาล
พฤติกรรมที่ทางการจีน ‘ขึ้นบัญชีดำ’
- การปิดล้อม บุกรุก หรือยึดเคาน์เตอร์เช็คอิน ช่องตรวจความปลอดภัย และเกตด้านใน : การรวมกลุ่มประท้วงแบบใช้ความรุนแรง หรือขัดขวางไม่ให้ผู้โดยสารท่านอื่นใช้บริการ
- การฝ่าฝืนกฎระเบียบเข้าไปในลานจอดเครื่องบิน รันเวย์ และทางขับเครื่องบิน
- การพยายามบังคับขึ้น หรือสกัดกั้นเครื่องบิน : การใช้กำลังเพื่อวิ่งไปขวางไม่ให้เครื่องบินออก หรือพยายามปีนขึ้นเครื่องบินโดยไม่มีตั๋ว/ฝ่าฝืนคำสั่ง
- การขัดขวาง หรือทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่ : ไม่ว่าจะเป็นการด่าทอ ใช้ความรุนแรง หรือทุบตีพนักงาน
- การกุข่าวลือ หรือข่มขู่ด้วยข้อมูลเท็จ : เช่น การขู่ว่า ‘มีระเบิดบนเครื่องบิน’ หรือโพสต์ข้อความยั่วยุสร้างความตื่นตระหนกต่อความปลอดภัยสาธารณะ
- การพยายามเปิดประตูฉุกเฉิน หรือแตะต้องอุปกรณ์ความปลอดภัยโดยพลการ
- การพกพา แอบซุกซ่อน หรือลำเลียงวัตถุอันตราย/สิ่งของต้องห้าม เช่น อาวุธ วัตถุระเบิด วัตถุไวไฟ
- การทะเลาะวิวาท ตบตี หรือก่อความวุ่นวายสร้างความเดือดร้อนภายในสนามบินและบนเครื่องบิน
- การทำลายทรัพย์สินบนเครื่องบิน ทำลายอุปกรณ์ความปลอดภัย หรือจงใจขโมยทรัพย์สินสาธารณะบนอากาศยาน
- การฝ่าฝืนกฎระเบียบและพฤติกรรมดื้อแพ่งบนเครื่องบิน : เช่น แอบสูบบุหรี่ (รวมถึงบุหรี่ไฟฟ้า) ในห้องน้ำ, การเปิดใช้งานอุปกรณ์สื่อสารในเวลาที่ห้าม เป็นต้น
แล้วเคสก่อความวุ่นวายของกลุ่มแฟนคลับชาวจีนเข้าข่ายบัญชีดำไหม...
คำตอบก็คือ ‘ถือว่าเข้าข่าย’
สำนักงานบริหารการบินพลเรือนแห่งประเทศจีน (CAAC) เคยออกแถลงการณ์และมาตรการควบคุม ‘พฤติกรรมการวิ่งไล่ตามดาราในสนามบิน’ ไว้อย่างเข้มงวด โดยระบุชัดเจนว่า “พฤติกรรมสุดโต่งของแฟนคลับจะถูกจัดอยู่ในหมวด ‘การก่อกวนการบินพลเรือน’ และจะถูกลงโทษขั้นรุนแรงพ่วงกับการขึ้นบัญชีดำ (Blacklist) ทันที”
วีรกรรมที่แฟนคลับชาวจีนเคยก่อ...
8 พฤษภาคม 2025 :กลุ่มแฟนคลับผู้หญิงวิ่งไล่ตามสมาชิกวงบอยแบนด์จีนขึ้นไปบนเครื่องบินของสายการบินไห่หนานแอร์ไลน์ ในเที่ยวบินจากเมืองหางโจว มณฑลเจ้อเจียง มุ่งหน้าไปยังกรุงปักกิ่ง โดยทันทีที่ขึ้นเครื่อง กลุ่มแฟนคลับที่นั่งอยู่โซนชั้นประหยัดก็พากันลุกจากที่นั่งและกรูกันไปอออยู่ที่โซนชั้นธุรกิจเพื่อถ่ายรูปสมาชิกวงบอยแบนด์ทั้งตอนเครื่องบินเทคออฟ และลงจอด อีกทั้งยังเพิกเฉยต่อเสียงเตือนของแอร์โฮสเตสและสจ๊วตที่สั่งให้กลับไปนั่งที่
20 เมษายน 2019 : กลุ่มแฟนคลับนับร้อยคนวิ่งไล่ตามศิลปินภายในอาคารผู้โดยสาร โดยไม่สนใจสิ่งกีดขวาง ดันกันไปมาจนประตูกระจกนิรภัยของท่าอากาศยานนานาชาติซ่างไห่หงเฉียวทนแรงกระแทกไม่ไหวและแตกละเอียด แต่โชคดีที่ไม่มีผู้เสียชีวิต
15 ธันวาคม 2018 :กลุ่มแฟนคลับใช้วิธีซื้อตั๋วเครื่องบินชั้นเฟิร์สคลาส หรือบิสซิเนสคลาสราคาแพง เพื่อให้ได้สิทธิ์ผ่านระบบรักษาความปลอดภัยเข้าไปในเกตด้านใน พอได้เดินตาม ถ่ายรูป และประชิดตัวดาราจนหนำใจแล้ว กลุ่มแฟนคลับก็วิ่งไปที่เคาน์เตอร์ก่อนเครื่องออกไม่กี่นาทีเพื่อขอ ‘ยกเลิกตั๋ว’ และขอคืนเงินเต็มจำนวน ทำให้เที่ยวบินดีเลย์เนื่องจากสายการบินต้องเสียเวลาเช็กยอดผู้โดยสารและขนกระเป๋าเข้าออกใหม่ จนสายการบินต่าง ๆ ต้องเปลี่ยนกฎการคืนเงินให้เข้มงวดขึ้นเพื่อดัดหลังแฟนคลับกลุ่มนี้
กวาดล้างวัฒนธรรมแฟนคลับ!

ทางการจีนได้ออกมาตรการจัดระเบียบและปราบปรามวัฒนธรรมแฟนคลับอย่างจริงจังที่สุดในช่วงกลางปี 2021 ซึ่งถือเป็นสิ่งสะท้อนมุมมองที่พลิกผันจากหน้ามือเป็นหลังมือของรัฐบาลจีนต่ออุตสาหกรรมบันเทิงเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเพียงหนึ่งปีก่อนหน้านั้น เพราะในอดีต สื่อรัฐบาลจีนเคยยกย่องเชิดชูวัฒนธรรมแฟนคลับว่ามีส่วนช่วยส่งเสริม ‘พลังบวก’ ให้แก่สังคม โดยยกตัวอย่างกลุ่มแฟนคลับที่สนับสนุนนโยบายจีนในช่วงการประท้วงที่ฮ่องกงในปี 2019 ก่อนที่รัฐบาลจะพลิกจุดยืนและกวาดล้างวัฒนธรรมดังกล่าวในเวลาต่อมา
พฤติกรรมสุดโต่งบนเว็บบอร์ดแฟนคลับ เช่น การสาดโคลนและการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล (Doxxing) รวมถึงการแสวงหาผลประโยชน์เชิงพาณิชย์ผ่านการบังคับซื้อสินค้า ได้สร้างความเสียหายต่อระบบนิเวศออนไลน์และส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตของเยาวชน จนทำให้ทางการจีนต้องประกาศจัดระเบียบอย่างเข้มงวด
ในปัจจุบัน มาตรการดังกล่าวถูกยกระดับให้กลายเป็นกฎระเบียบถาวร โดยแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียยังคงบังคับใช้ระบบตรวจจับและจำกัดวงเงินการระดมทุนอย่างต่อเนื่อง เพื่อลบล้างพฤติกรรมอันเป็นพิษเหล่านี้ออกจากสังคมยุคใหม่
นับตั้งแต่เริ่มดำเนินปฏิบัติการพิเศษ ‘ชิงหล่าง’ จัดระเบียบความวุ่นวายของวงการแฟนคลับ ทุกภาคส่วนได้ร่วมมือกันกวาดล้างปัญหาในจุดวิกฤต เช่น การปั่นชาร์ตดารา การปั่นเทรนด์ฮิต และการสร้างความวุ่นวายในกลุ่มแฟนคลับ จนเริ่มเห็นผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม
เพื่อยกระดับความเข้มงวดและกดดันให้แพลตฟอร์มออนไลน์ต่าง ๆ แบกรับความรับผิดชอบอย่างเต็มที่ ทางการจีนจึงเดินหน้าใช้มาตรการขั้นเด็ดขาดเพื่อสะสางปัญหาที่เรื้อรัง และขยายผลลัพธ์ของปฏิบัติการนี้ให้ยั่งยืน โดยมีข้อบังคับสำคัญดังต่อไปนี้ :
- ยกเลิกชาร์ตจัดอันดับดาราและศิลปินทั้งหมด (บอยแบนด์/เกิร์ลกรุ๊ป)
- ปรับปรุงและแก้ไขกฎการจัดอันดับผลงานเพลง หรือภาพยนตร์และซีรีส์ โดยให้ลดสัดส่วนคะแนนที่มาจากการเช็กอิน การกดไลก์ และการคอมเมนต์ แต่ให้ไปเพิ่มสัดส่วนคะแนนในด้านคุณภาพของผลงานและการประเมินจากผู้เชี่ยวชาญแทน
- ควบคุมบริษัทต้นสังกัดและสตูดิโอของดาราอย่างเข้มงวด โดยกำหนดแนวปฏิบัติในการดำเนินงานออนไลน์ให้ชัดเจน ทั้งเรื่องการโพสต์เนื้อหา การโปรโมตเชิงพาณิชย์ และการบริหารจัดการแฟนคลับ
- บัญชีกลุ่มแฟนคลับและบ้านเบสทั้งหมดจำเป็นต้องได้รับการมอบอำนาจหรือการรับรอง (Verify) จากบริษัทต้นสังกัด (หรือสตูดิโอส่วนตัว) ของดาราคนนั้น ๆ และทางต้นสังกัดจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบในการดูแลรักษาและตรวจสอบพฤติกรรมในแต่ละวัน
- แพลตฟอร์มต่าง ๆ ต้องทำหน้าที่ผู้ดูแลระบบอย่างจริงจัง โดยต้องรีบลบข้อมูลที่เป็นอันตรายใน ‘วงการแฟนด้อม’ เช่น การทะเลาะด่าทอ, การบลัฟหรือเปรียบเทียบเพื่อสร้างสงครามน้ำลาย, การสร้างข่าวลือ และการรุมโจมตีบุคคลอื่น
- กวาดล้างกลุ่มและคอมมูนิตี้ที่มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อการปั่นคะแนนโหวต, การทำโปรเจกต์ซัพพอร์ต, การระดมทุน, การควบคุมทิศทางคอมเมนต์, การนินทา และการแฉข่าวลือ
- ห้ามจูงใจ หรือกระตุ้นให้แฟนคลับใช้จ่ายเงิน
- เพิ่มการควบคุมดูแลพฤติกรรมออนไลน์ของรายการวาไรตี้ทางอินเทอร์เน็ต โดยห้ามการชี้นำหรือสนับสนุนให้ชาวเน็ตใช้จ่ายในเชิงวัตถุนิยม เช่น บังคับให้ซื้อสินค้าสปอนเซอร์ หรือบังคับให้เติมเงินสมัครสมาชิก (VIP) เพื่อเอาสิทธิ์ไปโหวตคะแนนให้กับผู้เข้าแข่งขันในรายการ
- ห้ามเยาวชนใช้จ่ายเงินในกิจกรรมสนับสนุนแฟนคลับ และกลุ่มแฟนคลับดาราจะต้องไม่กระทบต่อการเรียนและการพักผ่อนตามปกติของเยาวชน รวมถึงห้ามจัดตั้งการชุมนุมออนไลน์ใดๆ ที่มีเยาวชนเข้าร่วม
- ควบคุมกิจกรรมระดมทุนจากแฟนคลับ และลบข้อมูลการระดมทุนจากแฟนคลับที่ผิดกฎหมายทุกประเภทโดยทันที





