อีกหนึ่งกำลังสำคัญที่ช่วยค้นหาผู้รอดชีวิตจากซากตึก สตง.ถล่ม อย่างเต็มกำลัง ต้องยกความดีความชอบให้ฮีโร่ 4 ขาอย่างสุนัขตำรวจ ‘K9’ และสุนัขค้นหา-กู้ภัย (SAR) ตั้งแต่วันแรกของการปฏิบัติภารกิจจนเข้าสู่วันที่ 6 แล้ว แต่น้องๆ สี่ขาก็ยังทำงานกันไม่หยุด ทั้งยังคอยฮีลใจบรรดาญาติผู้ประสบเหตุตึกถล่มอีกด้วย
แต่รู้ไหมว่ากว่าน้องๆ จะมาเป็น ‘สุนัขตำรวจ และสุนัขกู้ภัย’ ได้ พวกเขาต้องผ่านการฝึกมาหนักแค่ไหน SPACEBAR จะพาไปดูกัน...
กว่าจะเป็นสุนัขตำรวจ...
สุนัข ‘K9’ (Canine) เป็นสุนัขที่ได้รับการฝึกอบรมพิเศษเพื่อช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ละสายพันธุ์ก็จะมีลักษณะพิเศษที่แตกต่างกันไป แต่ส่วนใหญ่ที่ถูกนำมาฝึกมักเป็นสายพันธุ์เหล่านี้ :
- เยอรมันเชพเพิร์ด
- เบลเยี่ยมมาลินอยส์
- บลัดฮาวด์
- ร็อตไวเลอร์
- ลาบราดอร์รีทรีฟเวอร์
- บีเกิ้ล เป็นต้น
สุนัขเหล่านี้จะถูกฝึกครั้งแรกเมื่อมีอายุได้ 7 สัปดาห์จนถึง 1 ปี โดยจะต้องผ่านการทดสอบพื้นฐานเพื่อระบุความสามารถตามธรรมชาติของสุนัขในการทำตามคำสั่ง เช่น อยู่นิ่งๆ หมอบ นั่ง การรอ การใช้ปากคาบของ เป็นต้น เพื่อตัดสินว่าน้องๆ มีคุณสมบัติในการเข้าร่วมกองกำลังหรือไม่
ในระหว่างการฝึก สุนัขเหล่านี้จะได้รับการดูแลที่ดีทั้งเรื่องอาหารการกิน การออกกำลังกาย การปกป้อง และการฝึก น้องๆ จะต้องเรียนรู้การเชื่อฟังอย่างไม่ลังเล การปฏิบัติตามคำสั่ง การค้นหา การโจมตี การติดตาม การตรวจจับสารเสพติด และการจดจ่อกับสถานการณ์หากถูกเบี่ยงเบนความสนใจเพื่อให้พวกเขาเตรียมพร้อมสำหรับเหตุการณ์ไม่คาดฝันใดๆ ขณะปฏิบัติหน้าที่
หน้าที่หลักๆ ของสุนัขตำรวจก็คือ :
- ติดตามคนร้ายที่กำลังหลบหนี
- ค้นหาสารเสพติด หรือวัตถุระเบิด
- ค้นหาบุคคลสูญหาย
- ค้นหาผู้รอดชีวิตจากเหตุภัยพิบัติต่างๆ เช่น ไฟไหม้ แผ่นดินไหว เป็นต้น
- ปกป้องเจ้าหน้าที่และบุคคลอื่นๆ
สำหรับสุนัขตำรวจที่ทำหน้าที่ได้หลายอย่าง (K9 Dual Purpose) ต้องผ่านการฝึกอบรมเฉพาะ ซึ่งช่วยให้พวกเขาสามารถปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายได้เป็นอย่างดี โดยจะฝึกด้วยการบูรณาการหน้าที่หลายอย่าง เช่น การตรวจจับยาเสพติด การค้นหา และกู้ภัย ในงานเดียวกัน
แต่สุนัขตำรวจบางตัวก็จะทำหน้าที่เฉพาะเท่านั้น เช่น สุนัขติดตาม สุนัขกู้ภัย สุนัขค้นหาผู้สูญหาย หรือสุนัขค้นหาศพ
เมื่อถึงคราวเกษียณราชการสุนัขตำรวจ
สุนัขตำรวจบางตัวจะถูกปลดระวางหากได้รับบาดเจ็บจนไม่สามารถฟื้นตัวได้อย่างสมบูรณ์ รวมไปถึงการตั้งท้อง แก่เกินไป หรือป่วยจนไม่สามารถทำงานต่อไปได้ เนื่องจากสุนัขหลายตัวเติบโตในสภาพแวดล้อมการทำงานในช่วงปีแรกของชีวิตและปลดระวางก่อนที่จะไม่สามารถทำงานได้ สุนัขจึงมีอายุการทำงานระหว่าง 6–9 ปี
ในบางประเทศอย่างอังกฤษ ได้มีการนำแผนเกษียณอายุสำหรับสุนัขตำรวจมาใช้ในมณฑลนอตทิงแฮมเชียร์เมื่อปี 2013 ด้วยการเสนอเงิน 805 ปอนด์ (ราว 3.6 หมื่นบาท) เป็นระยะเวลา 3 ปีเพื่อครอบคลุมค่าใช้จ่ายทางการแพทย์เพิ่มเติม นอกจากนี้ สุนัขเหล่านี้ยังได้รับอนุญาตให้รับเลี้ยงโดยผู้ดูแลเดิมอีกด้วย
เส้นทางการเป็นสุนัขกู้ภัยก็ไม่ง่าย...
สุนัขค้นหาและกู้ภัย (Search and Rescue dog / SAR) เป็นสุนัขที่ได้รับการฝึกฝนให้ตอบสนองต่อสถานที่เกิดเหตุอาชญากรรม อุบัติเหตุ ภัยพิบัติจากธรรมชาติหรือฝีมือมนุษย์ สุนัขเหล่านี้จะตรวจจับกลิ่นของมนุษย์ ซึ่งเป็นกลิ่นเฉพาะตัวของผิวหนัง ตลอดจนกลิ่นสารซีบัมของมนุษย์แต่ละคนที่หลั่งออกมา นอกจากนี้ น้องๆ ทีม SAR ยังเป็นที่รู้จักในการค้นหาผู้คนใต้น้ำ หิมะ และซากอาคารที่พังทลาย รวมถึงซากศพที่ฝังอยู่ใต้ดิน
สายพันธุ์สุนัขทั่วไปที่ใช้สำหรับการค้นหาและกู้ภัย ได้แก่ :
- เยอรมันเชพเพิร์ด
- ลาบราดอร์รีทรีฟเวอร์
- บอร์เดอร์คอลลี่
- โกลเด้นรีทรีฟเวอร์
สุนัขแต่ละตัวจะได้รับการคัดเลือกจากพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับการทำงานภาคสนาม เช่น :
- อัธยาศัยดี
- ฉลาด
- มีความอดทน
- คล่องตัวสูง
- ความสามารถในการปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่
- กล้าหาญ
- มีนิสัยอยากรู้อยากเห็น
การฝึกต่างๆ ที่ใช้ในการฝึกสุนัขกู้ภัยนั้นอิงตามวิธีการที่พัฒนาขึ้นเพื่อฝึกสุนัขทหารในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1และ 2 โดยปกติแล้วจะฝึกตั้งแต่สุนัขยังเด็กๆ
- อายุ 10-12 สัปดาห์ : ฝึกการดมกลิ่น
- เมื่อเริ่มโตขึ้น : ฝึกด้วยเกมซ่อนหา เพื่อจำลองสถานการณ์คนสูญหายในภัยพิบัติ
สุนัขกู้ภัยส่วนใหญ่ไม่ว่าจะทำหน้าที่อะไรก็ตามจะใช้เวลาฝึกประมาณ 12-18 เดือน เป็นเวลา 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์หรือมากกว่านั้น รัฐบางแห่งกำหนดให้ต้องมีการรับรองก่อนประจำการ
การแจ้งเตือนของสุนัขกู้ภัยให้ผู้ฝึกทราบว่าพวกเขาเจอแหล่งที่มาของกลิ่นแล้ว จะสังเกตพฤติกรรมน้องๆ ได้จากพฤติกรรมเชิงรับ เช่น การเขี่ย การนั่ง เป็นต้น หรือพฤติกรรมเชิงรุก เช่น การเห่า ข่วน หรือขุด
“สุนัขกู้ภัยต้องมีสมรรถภาพร่างกายที่แข็งแรง เช่นเดียวกับนักกีฬา และมีอายุยืนยาว...สุนัขเหล่านี้ต้องมีความกล้าหาญ รวมถึงสามารถจัดการกับความกลัวและความไม่มั่นคงของตัวน้องๆ เอง เอาชนะในสถานการณ์ที่ยากลำบากได้” แอนน์ วิชแมน หนึ่งในเจ้าหน้าที่ฝึกสุนัขกู้ภัยสหรัฐฯ กล่าว