ฮุน มานี ประธานสหภาพสหพันธ์เยาวชนแห่งกัมพูชา เรียกร้องให้พลเมืองกัมพูชา โดยเฉพาะแฟนๆ กัมพูชาในการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 32 ให้หลีกเลี่ยงการกระทำที่ไม่เหมาะสม รวมทั้งการแสดงความคิดเห็นบนสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งอาจกระทบกระเทือนต่อผู้แทนกีฬาจากประเทศต่างๆ
ฮุน มานี ย้ำผ่านเฟซบุ๊กว่า ในฐานะเจ้าภาพควรต้อนรับและเป็นมิตรต่อเพื่อนต่างชาติที่มาแข่งขันที่กัมพูชา ไม่ว่าจะเป็น นักเตะ โค้ช หรือแฟนบอลก็ตาม
ฮุน มานี ย้ำผ่านเฟซบุ๊กว่า ในฐานะเจ้าภาพควรต้อนรับและเป็นมิตรต่อเพื่อนต่างชาติที่มาแข่งขันที่กัมพูชา ไม่ว่าจะเป็น นักเตะ โค้ช หรือแฟนบอลก็ตาม

คำตำหนิของฮุน มานีเกิดขึ้นหลังจากความปั่นป่วนระหว่างแฟนวอลเลย์บอลชาวกัมพูชาและคณะผู้แทนวอลเลย์บอลไทย หลังจากพ่ายแพ้ต่อกัมพูชาในคืนวันที่ 7 พฤษภาคมที่ผ่านมา ที่สนามกีฬาโอลิมปิกแห่งชาติ โดยกองเชียร์ชาวกัมพูชาส่วนหนึ่งตะโกนว่า “Thailand go home”
ฮุนกล่าวว่า เป็นการกระทำที่ไม่ควรเกิดขึ้น
“การชนะหรือแพ้ด้วยสปิริตของกีฬาเป็นเรื่องปกติมาก แต่ในฐานะเจ้าภาพ เราควรต้อนรับและเป็นมิตรต่อเพื่อนต่างชาติที่เดินทางมากัมพูชาเพื่อแข่งขัน ไม่ว่าจะเป็นผู้เล่น โค้ช หรือแฟนบอล” ฮุนกล่าวพร้อมเสริมว่า เรื่องราวที่อาจก่อให้เกิดความไม่พอใจทางอารมณ์ต่อประเทศของเราเช่นนี้ เป็นสิ่งที่เราควรหลีกเลี่ยงอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นต่อหน้าหรือบนโซเชียลมีเดีย เราหวังและเชื่อว่าเหตุการณ์เช่นนี้จะไม่เกิดขึ้นอีกในอนาคต
ฮุนกล่าวด้วยว่า หัวหน้ารัฐบาล คณะกรรมการจัดงาน สหพันธ์กีฬา นักกีฬา และผู้เข้าร่วมทุกคนได้พยายามอย่างมากเพื่อให้งานนี้เป็นที่น่าจดจำสำหรับทุกคน ไม่ใช่แค่ชาวกัมพูชาเท่านั้น แต่รวมถึงตัวแทนจากต่างประเทศด้วย
ขณะที่ชาวเน็ตกัมพูชาได้แสดงความคิดเห็นต่างกันออกไป โดยบางส่วนมองว่าแฟนๆ ชาวกัมพูชาก็ไม่ควรมีพฤติกรรมแบบนั้น ขณะที่บางคนก็ถามว่า แฟนบอลกัมพูชาพูดแบบนั้นจริงๆ หรอ ตอนไหนกัน? ซึ่งในเหล่าความคิดเห็นเหล่านี้ก็มีความคิดเห็นจากคนไทยเช่นกัน โดยบอกว่าอย่าให้ถึงทีประเทศไทยบ้างนะ
เฟซบุ๊กชื่อ TheLady แสดงความคิดเห็นว่า ‘ในฐานะที่เป็นชาวกัมพูชา ฉันรู้สึกโกรธที่ได้เห็นสิ่งนี้ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม มันไม่ควรจะเป็นแบบนี้ ในฐานะที่ฉันก็เป็นคนกัมพูชาคนหนึ่งขอโทษต่อสิ่งนี้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่สามารถรับได้ กับพฤติกรรมของชนกลุ่มน้อยที่ปฏิบัติต่อนักกีฬา
เราขอโทษกับสิ่งที่เกิดขึ้น และหวังว่าคุณจะเข้าใจว่าสิ่งนี้ไม่เคยเกิดขึ้นกับชาวเมรมาก่อน พวกเราทุกคนเป็นมิตร’
ขณะที่เฟซบุ๊กชื่อ Lorn Dalin ระบุว่า ให้ซีเกมส์มันจบก่อน และก็โปรดพิจารณาและสงสารผู้จัดงานที่พยายามเพื่อภาพลักษณ์ของประเทศเรา การประท้วงในขณะนี้ไม่เกิดประโยชน์ใดๆ ต่อกัมพูชา ตรงกันข้ามกระทบต่อเกียรติยศ ศักดิ์ศรี และวัฒนธรรมอันดีงามของเราด้วย
ตอนนี้ ทุกความคิดเห็นที่คุณโพสต์บนโซเชียลมีเดียมีอิทธิพลต่อการประเมินในสายตาโลกอย่างมาก เพราะโลกกำลังเฝ้าดูและสนใจความเป็นผู้นำ องค์กร และการดำเนินการของประเทศเรา ถ้าเราอยากมีส่วนสร้างภาพลักษณ์ของประเทศก็จงรักษาศักดิ์ศรีเป็นแบบอย่างเจ้าภาพ
ฮุนกล่าวว่า เป็นการกระทำที่ไม่ควรเกิดขึ้น
“การชนะหรือแพ้ด้วยสปิริตของกีฬาเป็นเรื่องปกติมาก แต่ในฐานะเจ้าภาพ เราควรต้อนรับและเป็นมิตรต่อเพื่อนต่างชาติที่เดินทางมากัมพูชาเพื่อแข่งขัน ไม่ว่าจะเป็นผู้เล่น โค้ช หรือแฟนบอล” ฮุนกล่าวพร้อมเสริมว่า เรื่องราวที่อาจก่อให้เกิดความไม่พอใจทางอารมณ์ต่อประเทศของเราเช่นนี้ เป็นสิ่งที่เราควรหลีกเลี่ยงอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นต่อหน้าหรือบนโซเชียลมีเดีย เราหวังและเชื่อว่าเหตุการณ์เช่นนี้จะไม่เกิดขึ้นอีกในอนาคต
ฮุนกล่าวด้วยว่า หัวหน้ารัฐบาล คณะกรรมการจัดงาน สหพันธ์กีฬา นักกีฬา และผู้เข้าร่วมทุกคนได้พยายามอย่างมากเพื่อให้งานนี้เป็นที่น่าจดจำสำหรับทุกคน ไม่ใช่แค่ชาวกัมพูชาเท่านั้น แต่รวมถึงตัวแทนจากต่างประเทศด้วย
ขณะที่ชาวเน็ตกัมพูชาได้แสดงความคิดเห็นต่างกันออกไป โดยบางส่วนมองว่าแฟนๆ ชาวกัมพูชาก็ไม่ควรมีพฤติกรรมแบบนั้น ขณะที่บางคนก็ถามว่า แฟนบอลกัมพูชาพูดแบบนั้นจริงๆ หรอ ตอนไหนกัน? ซึ่งในเหล่าความคิดเห็นเหล่านี้ก็มีความคิดเห็นจากคนไทยเช่นกัน โดยบอกว่าอย่าให้ถึงทีประเทศไทยบ้างนะ
เฟซบุ๊กชื่อ TheLady แสดงความคิดเห็นว่า ‘ในฐานะที่เป็นชาวกัมพูชา ฉันรู้สึกโกรธที่ได้เห็นสิ่งนี้ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม มันไม่ควรจะเป็นแบบนี้ ในฐานะที่ฉันก็เป็นคนกัมพูชาคนหนึ่งขอโทษต่อสิ่งนี้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่สามารถรับได้ กับพฤติกรรมของชนกลุ่มน้อยที่ปฏิบัติต่อนักกีฬา
เราขอโทษกับสิ่งที่เกิดขึ้น และหวังว่าคุณจะเข้าใจว่าสิ่งนี้ไม่เคยเกิดขึ้นกับชาวเมรมาก่อน พวกเราทุกคนเป็นมิตร’
ขณะที่เฟซบุ๊กชื่อ Lorn Dalin ระบุว่า ให้ซีเกมส์มันจบก่อน และก็โปรดพิจารณาและสงสารผู้จัดงานที่พยายามเพื่อภาพลักษณ์ของประเทศเรา การประท้วงในขณะนี้ไม่เกิดประโยชน์ใดๆ ต่อกัมพูชา ตรงกันข้ามกระทบต่อเกียรติยศ ศักดิ์ศรี และวัฒนธรรมอันดีงามของเราด้วย
ตอนนี้ ทุกความคิดเห็นที่คุณโพสต์บนโซเชียลมีเดียมีอิทธิพลต่อการประเมินในสายตาโลกอย่างมาก เพราะโลกกำลังเฝ้าดูและสนใจความเป็นผู้นำ องค์กร และการดำเนินการของประเทศเรา ถ้าเราอยากมีส่วนสร้างภาพลักษณ์ของประเทศก็จงรักษาศักดิ์ศรีเป็นแบบอย่างเจ้าภาพ



