ฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา เผยว่า “การปิดพรมแดนของไทยส่งผลให้สินค้ากัมพูชาที่ผลิตในประเทศเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ”
“จริงๆ แล้ว ผมไม่อยากพูดอะไรเกี่ยวกับความขัดแย้งระหว่างกัมพูชาและไทย ซึ่งกำลังถูกควบคุมภายใต้ข้อตกลงหยุดยิงเพื่อรับประกันว่าชีวิตของทหารและประชาชนจะไม่ถูกสังหาร หรือบาดเจ็บ และทรัพย์สินทั้งของรัฐและเอกชน รวมถึงโครงสร้างพื้นฐาน จะไม่ถูกทำลายจากการกลับมาสู้รบอีกครั้ง”
“แต่สิ่งที่ผมอยากจะพูดก็คือ การเปิดจุดผ่านแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งที่ผ่านมาเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงกันอย่างมาก โดยส่วนใหญ่เป็นผู้ใช้โซเชียลมีเดียชาวกัมพูชา ในขณะที่นักการเมือง หรือผู้นำกองทัพและฝ่ายปกครองพลเรือนกลับไม่มีใครออกมาพูดเลย เมื่อมองไปยังประเทศไทย มีหลายกลุ่มที่ออกมาพูดถึงเรื่องนี้ ตั้งแต่ระดับสูงสุดจนถึงระดับล่าง แต่ทุกคนพูดเพียงแค่การปิดด่านต่อไปเท่านั้น”
“นับตั้งแต่กองทัพไทยปิดด่านเพียงฝ่ายเดียว กัมพูชาไม่เคยขอให้ฝ่ายไทยเปิดด่านอีกครั้ง เพียงแต่บอกฝ่ายไทยว่าไทยเป็นฝ่ายปิด ไทยก็ต้องเป็นฝ่ายเปิดด่านเอง ไม่จำเป็นต้องเจรจากับกัมพูชา และกัมพูชาจะเปิดด่านตามหลังจากนั้นภายในเวลา 5 ชั่วโมง ต่อให้ประเทศไทยปิดพรมแดนต่อไปอีก 100 ปี กัมพูชาก็จะไม่ล่มสลาย”
“ผมขอขอบคุณประเทศไทยที่ปิดพรมแดนฝ่ายเดียว ทำให้สินค้าไทยไม่ถูกนำเข้ามา ซึ่งส่งผลให้สินค้ากัมพูชาเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ...ชาวกัมพูชาที่รักประเทศของตัวเองกำลังสนับสนุนการบริโภคสินค้าท้องถิ่น ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาว”
“หลังจากไม่มีการนำเข้าสินค้าไทยมานานกว่า 3 เดือน ตลาดกัมพูชาก็มีเสถียรภาพ มีสินค้าอุปโภคบริโภคเพียงพอ อัตราเงินเฟ้อต่ำ และโดยรวมแล้ว สถานการณ์เศรษฐกิจมหภาคได้รับการบริหารจัดการอย่างดี”
“ในส่วนคำขอจากนักลงทุนญี่ปุ่นในประเทศไทยและกัมพูชาที่ต้องการให้สินค้าผ่านพรมแดนไทย-กัมพูชา โปรดติดต่อฝ่ายไทย เนื่องจากฝ่ายกัมพูชาได้ให้ความยินยอมแล้ว ผมขอให้เพื่อนร่วมชาติอดทนและปล่อยให้รัฐบาลดำเนินการแก้ไขปัญหานี้ต่อไปโดยสันติ” ฮุน เซน ระบุในแถลงการณ์
(Photo by Kenzo TRIBOUILLARD / AFP)




