ภูเขาไฟในประเทศไอซ์แลนด์สามารถพบเห็นได้ชัดเจนจากกล้องถ่ายทอดสดที่กระจายอยู่ทั่วทุกมุม ขณะที่ทางการประกาศว่า ‘มีความเป็นไปได้สูงที่ภูเขาไฟจะระเบิดในอีกไม่กี่วันข้างหน้า’
ไอซ์แลนด์เป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีความผันผวนของภูเขาไฟมากที่สุดในโลก โดยมีพื้นที่ที่ภูเขาไฟยังคุกรุ่นอยู่ประมาณ 30 แห่ง หนึ่งในนั้นคือ ภูเขาไฟฟากราดาลส์ฟยาลล์ (Fagradalsfjall) ที่สงบนิ่งมานานกว่า 800 ปี จนกระทั่งระเบิดในปี 2021 และมีการปะทุเกิดขึ้นอีกเรื่อยๆ ในปี 2022 และล่าสุดในเดือนกรกฎาคม 2023 ซึ่งก่อนหน้านี้ ในปี 2010 ภูเขาไฟเอย์ยาฟิยัตลาเยอคึตซ์ (Eyjafjallajökull) ก็ทำให้สายการบินหยุดชะงักเป็นเวลาหลายสัปดาห์หลังจากที่มีการปะทุ
บริเวณภูเขาไฟที่มีความเป็นไปได้ว่าจะปะทุนั้นอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกับภูเขาไฟฟากราดาลส์ฟยาลล์ ซึ่งตั้งอยู่บนคาบสมุทรเรคยาเนส (Reykjanes) ในประเทศไอซ์แลนด์ ห่างจากกรุงเรคยาวิก (Reykjavík) ประมาณ 48 กิโลเมตร โดยตรวจพบระดับแผ่นดินไหวสูงสุดระหว่างเมืองซุนด์ฮนูคูร์ (Sundhnúkur) และกรินดาวิก (Grindavík)
กล้องถ่ายทอดสดที่กระจายอยู่รอบๆ คาบสมุทร รวมถึงใกล้กับภูเขาไฟฟากราดาลส์ฟยาลล์ ซึ่งแสดงให้เห็นความสงบของภูเขาไฟก่อนเกิดการปะทุ ดังที่สำนักงานอุตุนิยมวิทยาไอซ์แลนด์คาดการณ์ว่าใกล้จะเกิดการปะทุ และเตือนให้อพยพออกจากพื้นที่ใกล้เคียง
“ตั้งแต่เที่ยงคืนของวันที่ 12 พฤศจิกายน มีการตรวจพบแผ่นดินไหวประมาณ 1,000 ครั้งภายในพื้นที่ และทั้งหมดมีขนาดต่ำกว่า 3.0 แมกนิจูด ซึ่งพื้นที่ที่ีมีการสั่นสะเทือน (เนื่องจากการเคลื่อนตัวของเปลือกโลก) มากที่สุดคือภูมิภาคทางตอนเหนือของกรินดาวิก” สำนักงานอุตุนิยมวิทยาไอซ์แลนด์ ระบุในแถลงการณ์เมื่อวันอาทิตย์ อย่างไรก็ตามมีการตรวจพบแผ่นดินไหวอีก 900 ครั้งนับตั้งแต่เที่ยงคืนของวันที่ 13 พฤศจิกายน
แผ่นดินไหวครั้งนี้มีสาเหตุมาจากการไหลของธารแม็กมา (ลาวา) ความยาว 14 กม. ที่อยู่ใต้ดินของคาบสมุทรแห่งนี้ เชื่อกันว่าแม็กมานี้อยู่ใต้พื้นดินประมาณเกือบ 800 เมตร และกำลังเคลื่อนตัวสู่พื้นผิว ส่งสัญญาณว่าจะปะทุขึ้นสู่พื้นผิวในรูปแบบของภูเขาไฟระเบิด
“อุณหภูมิแม็กมาแปรผันระหว่าง 500 - 1,200 องศาเซลเซียส ทำให้เกิดการระเหยของน้ำอย่างรวดเร็วเป็นไอน้ำ ซึ่งอาจนำไปสู่การระเบิดของไอน้ำ น้ำ เถ้า หิน และระเบิดภูเขาไฟ” อัลแบร์โต อาร์ดิด นักภูเขาไฟวิทยา และนักธรณีฟิสิกส์จากมหาวิทยาลัยแคนเทอร์เบอรีในนิวซีแลนด์กล่าวกับ Newsweek
พื้นที่บางส่วนของคาบสมุทรได้แสดงให้เห็นรอยแตก และการเสียรูปร่างขนาดใหญ่ที่ก่อตัวขึ้นในพื้นดินในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เนื่องมาจากแผ่นดินไหวในธารแม็กมา
“รูปภาพแสดงการเคลื่อนตัวของพื้นดินแยกในแนวดิ่งยาวถึง 1 เมตรทางตะวันตกของกรินดาวิก ซึ่งมีสาเหตุจากการไหลของแม็กมา จากผลการสร้างแบบจำลองทางภูมิศาสตร์ เราอนุมานได้ว่าพื้นที่ที่ใหญ่ที่สุดที่แม็กมาขยายตัวขึ้นมานั้นมีต้นกำเนิดมาจากพื้นที่ใกล้กรินดาวิกไปทางตะวันออกเฉียงเหนือราว 3.5 กม.” สำนักงานอุตุนิยมวิทยาไอซ์แลนด์กล่าว
ไอซ์แลนด์ได้ประกาศภาวะฉุกเฉิน และสั่งอพยพผู้คนหลายพันคนในกรินดาวิก เพื่อเตรียมพร้อมรับมือเหตุปะทุที่อาจเกิดขึ้น บลูลากูนอันโด่งดังทางตอนเหนือของกรินดาวิกปิดให้บริการในวันพฤหัสบดี
สำนักงานคุ้มครองพลเรือนของไอซ์แลนด์ ระบุว่า ไม่ต้องตื่นตระหนก เพราะเรามีเวลาพอสมควรในการอพยพ โดยเน้นว่าไม่ใช่เหตุฉุกเฉิน แต่เป็นการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันอันตรายใดๆ ในกรณีที่เกิดการปะทุ เราตั้งความปลอดภัยของผู้อาศัยในกรินดาวิกทุกคนเป็นเป้าหมายหลัก
ถนนในเมืองถูกปิดโดยตำรวจท้องที่ แต่คนในพื้นที่ของกรินดาวิกจะได้รับอนุญาตให้กลับบ้านเป็นเวลาสั้นๆ เพื่อนำของมีค่าและสิ่งของจำเป็นในบ่ายวันจันทร์
Photo by Jeremie RICHARD / AFP




