กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) จัดให้ประเทศไทยอยู่ในกลุ่ม 4 ประเทศผู้ส่งออกฮาร์ดแวร์ AI รายใหญ่ที่สุดของโลก ร่วมกับไต้หวัน มาเลเซีย และเกาหลีใต้
IMF ได้ปรับเพิ่มตัวเลขคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ของประเทศไทยขึ้นสู่ระดับ 1.9% จากเดิม 1.5% โดยได้รับปัจจัยหนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล
รายงานแนวโน้มเศรษฐกิจโลก (World Economic Outlook Update) ของ IMF ซึ่งเปิดเผยเมื่อวันพุธ (8 ก.ค.) ที่ผ่านมา ระบุว่า “การปรับเพิ่มตัวเลขในครั้งนี้สะท้อนถึงมาตรการกระตุ้นทางการคลังฉุกเฉิน ร่วมกับการส่งออกและการลงทุนที่แข็งแกร่งในภาคเทคโนโลยี”
นอกจากนี้ IMF ยังได้ปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจไทยในปี 2027 ขึ้นอีก 0.1% สู่ระดับ 2.2% จากระดับ 2.1% ที่คาดการณ์ไว้เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา
“เศรษฐกิจโลกยังคงขับเคลื่อนด้วยวงจรการลงทุน (CapEx) ในเทคโนโลยี AI ซึ่งส่งผลดีต่อการส่งออกและการเติบโตทางเศรษฐกิจของหลายประเทศในภูมิภาค โดยเฉพาะไต้หวัน เวียดนาม และมาเลเซีย”
— ดร.พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร (KKP) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวเมื่อวันพฤหัสบดี (9 ก.ค.) ที่ผ่านมา
แม้ IMF จะระบุว่า “กระแสความต้องการปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด ยังไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลางได้อย่างเต็มที่” แต่ในภาพรวม เศรษฐกิจโลกยังคงชะลอตัวลงเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เนื่องจากได้แรงขับเคลื่อนของเทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยพยุงและลดทอนผลกระทบดังกล่าวไปได้บางส่วน ขณะเดียวกัน IMF ก็คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจโลกจะกลับมาขยายตัวเพิ่มขึ้นเป็น 3.4% ในปีหน้าจากระดับ 3.0% ที่คาดการณ์ไว้สำหรับปี 2026
อย่างไรก็ตาม แม้จะมีความเสี่ยงจากผลกระทบของสงครามอิหร่าน แต่กลุ่มประเทศเศรษฐกิจหลักในห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยีโลกกลับสร้าง ‘เซอร์ไพรส์ในเชิงบวก’ ด้วยการเติบโตที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะ 4 ประเทศผู้ส่งออกสุทธิรายใหญ่ด้านฮาร์ดแวร์ AI ของโลกอย่างไต้หวัน เกาหลีใต้ ไทย และมาเลเซีย
(Photo by Shutterstock / FOTOGRIN)





