ลี เซียน ลุง อดีตนายกฯ สิงคโปร์ ชี้ภาษีทรัมป์จะทำให้ “โลกไม่กลับไปสู่สภาพเดิม”

16 ก.ค. 2568 - 16:26

  • “โลกจะไม่กลับไปสู่ ‘สภาพเดิม’ หรือเป็นสภาพเหมือนเดิมเหมือนในช่วงก่อนที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะประกาศใช้มาตรการภาษีศุลกากร...” ลี เซียนลุง รัฐมนตรีอาวุโสของสิงคโปร์ กล่าว

  • เมื่อถูกตั้งคำถามว่า “สิงคโปร์ไม่ได้รับผลกระทบเลวร้ายเท่าใดนัก” ลี ก็ยกสุภาษิตจีนมาเปรียบเทียบว่า “คนที่ถอยหนีจากสมรภูมิ 50 ก้าว หัวเราะเยาะคนที่ถอย 100 ก้าว แล้วพูดว่า ‘เจ้าแย่กว่าข้าเสียอีก’”

  • นั่นหมายความว่า “สิงคโปร์อาจไม่ได้ประสบปัญหาเท่าประเทศอื่นที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าสิงคโปร์จะรอดพ้นจากผลกระทบโดยสิ้นเชิง”

ลี เซียน ลุง อดีตนายกฯ สิงคโปร์ ชี้ภาษีทรัมป์จะทำให้ “โลกไม่กลับไปสู่สภาพเดิม”

“โลกจะไม่กลับไปสู่ ‘สภาพเดิม’ หรือเป็นสภาพเหมือนเดิมเหมือนในช่วงก่อนที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะประกาศใช้มาตรการภาษีศุลกากร...ในนโยบายการค้า และนโยบายเศรษฐกิจ เมื่อคุณตัดสินใจไปแล้ว คุณไม่สามารถย้อนกลับได้ และย่อมมีผลกระทบตามมา”

ลี เซียนลุง รัฐมนตรีอาวุโสของสิงคโปร์ กล่าวเมื่อวันอังคาร (15 ก.ค.) 

ลี กล่าวในงานเลี้ยงอาหารค่ำที่จัดโดยสมาคมเศรษฐกิจสิงคโปร์ (Economic Society of Singapore: ESS) ซึ่งเป็นการสนทนาอย่างกว้างขวางครอบคลุมประเด็นทั้งภูมิรัฐศาสตร์ การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ และประเด็นภายในประเทศ โดยลีได้กล่าวถึงความท้าทายและแนวโน้มการพัฒนาที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจและความมั่นคงของภูมิภาค 

“ผลกระทบจากภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ อาจเป็นเพียงชั่วคราว หรืออาจเกิดขึ้นเฉพาะในช่วงที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนปัจจุบันยังคงดำรงตำแหน่งอยู่ เมื่อคุณเริ่มใช้มาตรการภาษีศุลกากร ทุกคนก็จะบ่น ไม่ว่าจะเป็นผู้ใช้งานเหล็กที่สงสัยว่าทำไมเหล็กกล้าจึงมีราคาแพง หรือผู้ผลิตชิปที่สงสัยว่าทำไมขายให้จีนไม่ได้”

ลี กล่าว 

“แต่เมื่อคุณกำหนดอัตราภาษีศุลกากรแล้ว และเมื่อมีผู้เล่นรายใหม่เข้ามาซึ่งต้องพึ่งพาอัตราภาษีศุลกากรและต้องการการคุ้มครองทางภาษีศุลกากร แล้วคุณบอกว่า ‘ฉันจะยกเลิกภาษีศุลกากร และกลับไปสู่สถานการณ์เดิม’ เรื่องนี้ ‘เป็นไปไม่ได้’ ทางการเมือง ลี กล่าวเพิ่มเติม 

เมื่อถูกตั้งคำถามว่า “สิงคโปร์ไม่ได้รับผลกระทบเลวร้ายเท่าไดนัก” ลี ก็ยกสุภาษิตจีนมาเปรียบเทียบว่า “คนที่ถอยหนีจากสมรภูมิ 50 ก้าว หัวเราะเยาะคนที่ถอย 100 ก้าว แล้วพูดว่า ‘เจ้าแย่กว่าข้าเสียอีก’” ซึ่งอธิบายได้ว่า “สิงคโปร์อาจไม่ได้ประสบปัญหาเท่าประเทศอื่นที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าสิงคโปร์จะรอดพ้นจากผลกระทบโดยสิ้นเชิง” 

แม้ว่าสิงคโปร์จะมีข้อตกลงการค้าเสรีกับสหรัฐฯ แต่สหรัฐฯ ก็ตัดสินใจที่จะเรียกเก็บภาษี 10% จากสินค้าของสิงคโปร์ “เราปลอบใจตัวเองว่านี่คืออัตราที่ดีที่สุดแล้ว และเราหวังว่าเราจะรักษาระดับนี้ไว้ได้” ลี กล่าว ซึ่งแสดงให้เห็นว่าแม้สิงคโปร์ และสหรัฐฯ จะเป็นพันธมิตรการค้า แต่สิงคโปร์ก็ยังได้รับผลกระทบจากนโยบายภาษีของสหรัฐฯ 

“โลกจำเป็นต้องร่วมมือกันเพื่อแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างเป็นระบบ” 

ลียังกล่าวถึงการที่ทรัมป์จะถอนสหรัฐฯ ออกจากข้อตกลงปารีสว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยตั้งข้อสังเกตว่าในมุมมองทางเศรษฐกิจ สภาพภูมิอากาศเป็นทรัพยากรส่วนรวม และภาวะโลกร้อนโดยเนื้อแท้แล้วเป็น ‘ปัญหาที่จะแก้ไข’ ได้ยากมาก 

“แต่เมื่อเราทำงานร่วมกัน ก็มีความเสี่ยงเสมอที่จะมีบางประเทศเลือกที่จะไม่เข้าร่วม และพูดว่า ‘ขอโทษนะ พวกคุณทำต่อไปเถอะ ส่วนฉันจะคอยฉวยโอกาสจากความพยายาม และความเสียสละของพวกคุณ’” ลี กล่าว พร้อมชี้ว่าถึงแม้จะมีประเทศใหญ่เพียงประเทศเดียวที่ถอนตัวออกจากข้อตกลงปารีส ประเทศอื่นๆ ก็ยังควรดำเนินการอย่างมีเหตุผลและทำในสิ่งที่ถูกต้อง เพื่อปกป้องสิ่งแวดล้อมและอนาคตของโลก 

“แม้แต่ประเทศที่มีแนวคิดคล้ายคลึงกันและร่วมมือกันก็ยังมีความเห็น ‘ไม่ตรงกัน’ เกี่ยวกับกฎเกณฑ์ที่จะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก บางประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้แสดงท่าทีว่า ‘หากสหรัฐฯ ยังคงดำเนินนโยบายแบบนี้ต่อไป พวกเขาอาจจำเป็นต้องพิจารณาพันธะสัญญาในการลดการปล่อยก๊าซของตัวเองใหม่’” 

“ส่วนสิงคโปร์ก็จะพยายามเป็นพลเมืองโลกที่ดีและทำหน้าที่ของตัวเองอย่างเต็มที่ เพื่อให้ประเทศอยู่ใน “สถานะที่ดี” ไม่ใช่คอยฉวยโอกาสจากความพยายามของประเทศอื่น” ลี กล่าว 

โลกที่ขาดหนึ่งประเทศชั่วคราว...

เมื่อถูกถามถึงกรอบใหม่สำหรับเศรษฐกิจโลก ลี ก็กล่าวว่า “ผมคิดว่ากรอบที่ดีที่สุดในตอนนี้ก็คือ ‘โลกที่ขาดหนึ่งประเทศชั่วคราว’ (the world temporarily minus one)” หมายความว่า กรอบการค้าและความร่วมมือระหว่างประเทศส่วนใหญ่ยังคงอยู่เหมือนเดิม แม้ว่าสหรัฐฯ จะยังต้องทำธุรกิจกับประเทศอื่นๆ ทั่วโลก แต่สถานการณ์ตอนนี้คือ ‘สหรัฐฯ มีบทบาทที่ลดลง หรือถอนตัวออกไปบางส่วนชั่วคราว’ 

“แต่ในระยะเวลาหนึ่ง คุณอาจต้องการให้กฎเกณฑ์เปลี่ยนแปลง และพยายามอย่างเต็มที่ที่จะเปลี่ยนแปลงมัน ‘ชั่วคราว’ หมายถึงว่าในท้ายที่สุดคุณอาจกลับมามีส่วนร่วมอีกครั้งในรูปแบบที่เปิดกว้างและสร้างสรรค์มากขึ้น” ลี กล่าว

(Photo by William WEST / AFP) 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์