สำนักข่าว CNA รายงานว่า อินโดนีเซียและจีนตกลงเดินหน้าสร้างรถไฟความเร็วสูงจาการ์ตา-บันดุง ซึ่งจะเป็นรถไฟความเร็วสูงสายแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เมื่อสร้างเสร็จภายในเวลาไม่กี่เดือน แม้งบประมาณจะบานปลายไปแตะที่ 1.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 4.1 หมื่นล้านบาท)
เดิมทีคาดว่างบประมาณจะอยู่ที่ 66.76 ล้านล้านรูเปียห์ (ราว 4.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) เมื่อเริ่มโครงการในปี 2015 แต่ PT KCIC ซึ่งเป็นกลุ่มบริษัทร่วมทุนของรัฐในอินโดนีเซียและจีนที่สร้างทางรถไฟ กล่าวว่า ต้นทุนได้เพิ่มขึ้นเป็น 113 ล้านล้านรูเปียห์ (ราว 7.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) แล้ว
การ์ตีกา วีร์โจตโมดโจ รัฐมนตรีช่วยว่าการรัฐวิสาหกิจกล่าวในรัฐสภาเมื่อวันจันทร์ (13 ก.พ.) ว่า “งบประมาณที่บานปลายไปถึง 1.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐได้รับการตกลงระหว่างการประชุมที่กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อไม่นานมานี้” แต่เขาไม่ได้บอกว่าการประชุมเกิดขึ้นเมื่อใด
“เราตกลงเกี่ยวกับงบประมาณที่ขยับเพิ่มขึ้นเป็น 1.2 พันล้านเหรียญสหรัฐ และมีหลายรายการที่เรายังคงตรวจสอบเกี่ยวกับภาษี ค่าธรรมเนียมการชำระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์ และอื่นๆ”
“ขณะนี้เราอยู่ระหว่างการเจรจาเงื่อนไขเงินกู้จากธนาคาร China Development Bank (CDB) ซึ่งคาดว่าจะได้ข้อยุติภายในหนึ่งหรือสองสัปดาห์ เพื่อให้โครงการรถไฟฟ้าเสร็จทันตามกำหนดคือ เดือนมิถุนายนหรือกรกฎาคม 2023” วีร์โจตโมดโจ กล่าว
ในตอนแรกโครงการมีเป้าหมายที่จะแล้วเสร็จในปี 2019 แต่ปัญหาเกี่ยวกับการจัดหาที่ดินและการระบาดของโควิด-19 ทำให้โครงการล่าช้าออกไป
เส้นทางรถไฟยาว 142 กิโลเมตรจะเชื่อมต่อจาการ์ตากับบันดุง เมืองหลวงของจังหวัดชวาตะวันตกที่อยู่ใกล้เคียงในเวลาเพียง 40 นาที ซึ่งปัจจุบันใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมงในการเดินทางด้วยรถไฟธรรมดา
โจโก วิโดโด ประธานาธิบดีของอินโดนีเซีย และ สีจิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน ต่างร่วมเป็นสักขีพยานในการทดลองเดินรถไฟโดยรับชมการถ่ายทอดสดของขบวนรถไฟดังกล่าวในช่วงสิ้นสุดการประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่ม G20 ที่เกาะบาหลีเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว (2022)
ทั้งนี้ การเชื่อมโยงรถไฟความเร็วสูงนั้นเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ ‘หนึ่งเข็มขัด หนึ่งเส้นทาง (Belt and Road Initiative / BRI)’ ของจีนในอินโดนีเซียอีกด้วย
เดิมทีคาดว่างบประมาณจะอยู่ที่ 66.76 ล้านล้านรูเปียห์ (ราว 4.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) เมื่อเริ่มโครงการในปี 2015 แต่ PT KCIC ซึ่งเป็นกลุ่มบริษัทร่วมทุนของรัฐในอินโดนีเซียและจีนที่สร้างทางรถไฟ กล่าวว่า ต้นทุนได้เพิ่มขึ้นเป็น 113 ล้านล้านรูเปียห์ (ราว 7.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) แล้ว
การ์ตีกา วีร์โจตโมดโจ รัฐมนตรีช่วยว่าการรัฐวิสาหกิจกล่าวในรัฐสภาเมื่อวันจันทร์ (13 ก.พ.) ว่า “งบประมาณที่บานปลายไปถึง 1.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐได้รับการตกลงระหว่างการประชุมที่กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อไม่นานมานี้” แต่เขาไม่ได้บอกว่าการประชุมเกิดขึ้นเมื่อใด
“เราตกลงเกี่ยวกับงบประมาณที่ขยับเพิ่มขึ้นเป็น 1.2 พันล้านเหรียญสหรัฐ และมีหลายรายการที่เรายังคงตรวจสอบเกี่ยวกับภาษี ค่าธรรมเนียมการชำระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์ และอื่นๆ”
“ขณะนี้เราอยู่ระหว่างการเจรจาเงื่อนไขเงินกู้จากธนาคาร China Development Bank (CDB) ซึ่งคาดว่าจะได้ข้อยุติภายในหนึ่งหรือสองสัปดาห์ เพื่อให้โครงการรถไฟฟ้าเสร็จทันตามกำหนดคือ เดือนมิถุนายนหรือกรกฎาคม 2023” วีร์โจตโมดโจ กล่าว
ในตอนแรกโครงการมีเป้าหมายที่จะแล้วเสร็จในปี 2019 แต่ปัญหาเกี่ยวกับการจัดหาที่ดินและการระบาดของโควิด-19 ทำให้โครงการล่าช้าออกไป
เส้นทางรถไฟยาว 142 กิโลเมตรจะเชื่อมต่อจาการ์ตากับบันดุง เมืองหลวงของจังหวัดชวาตะวันตกที่อยู่ใกล้เคียงในเวลาเพียง 40 นาที ซึ่งปัจจุบันใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมงในการเดินทางด้วยรถไฟธรรมดา
โจโก วิโดโด ประธานาธิบดีของอินโดนีเซีย และ สีจิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน ต่างร่วมเป็นสักขีพยานในการทดลองเดินรถไฟโดยรับชมการถ่ายทอดสดของขบวนรถไฟดังกล่าวในช่วงสิ้นสุดการประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่ม G20 ที่เกาะบาหลีเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว (2022)
ทั้งนี้ การเชื่อมโยงรถไฟความเร็วสูงนั้นเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ ‘หนึ่งเข็มขัด หนึ่งเส้นทาง (Belt and Road Initiative / BRI)’ ของจีนในอินโดนีเซียอีกด้วย



