ไทยขยันสร้างแอปฯ แต่อินโดฯ ขยันกว่าจนต้องสั่งหน่วยงานรัฐหยุดทำแอปฯ ใหม่

25 ก.ย. 2567 - 15:45

  • โจโค วิโดโด ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย กล่าวว่า “ระบบราชการควรพิจารณาปรับปรุงและอำนวยความสะดวกให้กับการบริการสาธารณะ แต่มันจะง่ายได้อย่างไรในเมื่อกระทรวง หน่วยงานของรัฐ และฝ่ายบริหารระดับภูมิภาค มีแอปฯ อยู่ตั้ง 27,000 แอปฯ”

  • สำหรับตัวโครงการ INA Digital นั้น ไม่ใช่แพลตฟอร์มหรือแอปฯ (ใหม่) แต่เป็นการนำระบบบริการสาธารณะแบบบูรณาการมาใช้ ซึ่งโจโควีเชื่อว่าจะช่วยให้รัฐประหยัดงบประมาณได้

indonesia_jokowi_orders_officials_stop_developing_new_mobile_apps_SPACEBAR_Hero_81ab8828ff.jpg

ประธานาธิบดีโจโค วิโดโด (โจโควี) ของอินโดนีเซียสั่งเจ้าหน้าที่รัฐให้หยุดพัฒนาแอปพลิเคชันมือถือใหม่ๆ การดำเนินการครั้งนี้ถือเป็นการเริ่มต้นโครงการที่มุ่งหวังจะบูรณาการระบบและข้อมูลของแอปฯ ที่มีอยู่ประมาณ 27,000 แอปฯ ที่ดำเนินการโดยกระทรวงต่างๆ และการบริหารในระดับภูมิภาค 

ในงานเปิดตัว ‘INA Digital’ ที่ทำเนียบรัฐบาลในกรุงจาการ์ตาเมื่อปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา โจโควี กล่าวปราศรัยต่อรัฐมนตรีและเจ้าหน้าที่รัฐคนอื่นๆ ว่า “ระบบราชการควรพิจารณาปรับปรุงและอำนวยความสะดวกให้กับการบริการสาธารณะ แต่มันจะง่ายได้อย่างไรในเมื่อกระทรวง หน่วยงานของรัฐ และฝ่ายบริหารระดับภูมิภาค มีแอปฯ อยู่ตั้ง 27,000 แอปฯ” 

“ทุกครั้งที่มีรัฐมนตรีใหม่ อธิบดีคนใหม่ ก็จะมีแอปฯ ใหม่เสมอ เช่นเดียวกับการบริหารระดับภูมิภาค หากมีการเปลี่ยนผู้ว่าการหรือหัวหน้าหน่วยงาน ก็จะมีการเปลี่ยนแอปฯ ใหม่เช่นเดียวกัน” โจโควี กล่าว 

โจโควียังกล่าวอีกว่าการบูรณาการบริการสาธารณะเข้ากับแพลตฟอร์มดิจิทัลของ INA อาจช่วยให้รัฐบาลประหยัดได้ โดยอ้างถึงงบประมาณ 6.2 ล้านล้านรูเปียห์ (ราว 1.34 หมื่นล้านบาท) ที่ได้รับการจัดสรรไว้ก่อนหน้านี้สำหรับการพัฒนาแอปฯ ออนไลน์ใหม่ ซึ่งถูกยกเลิกไปเมื่อต้นปีนี้  

จากจำนวนแอปฯ ทั้งหมด 27,000 แอปฯ นั้นพบว่า กระทรวงสาธารณสุขเพียงกระทรวงเดียวมีแอปฯ 400 แอปฯ ในขณะที่กระทรวงที่ไม่ได้ระบุชื่อดูเหมือนว่าจะมีอีก 4,000 แอปฯ ที่ดำเนินการอยู่ภายใต้เขตอำนาจของกระทรวง  

อับดุลลาห์ อัซวาร์ อานัส รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการใช้เครื่องมือของรัฐและการปฏิรูประบบราชการ กล่าวว่า “INA Digital นั้น ไม่ใช่แพลตฟอร์มหรือแอปฯ (ใหม่) แต่เป็นการนำระบบบริการสาธารณะแบบบูรณาการมาใช้” 

บริการดังกล่าวมุ่งเน้นไปที่การจัดให้มีระบบเดียวเพื่อให้ชาวอินโดนีเซียลงชื่อเข้าใช้แอปฯ ที่ดำเนินการโดยกระทรวงและหน่วยงานภาครัฐต่างๆ โดยไม่ต้องใส่หมายเลขประจำตัวประชาชนซ้ำๆ  

“ภายในเดือนกันยายนนี้ INA Digital จะบูรณาการบริการของกระทรวงและหน่วยงานของรัฐอย่างน้อย 15 แห่ง รวมถึงกระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงศึกษาธิการ วัฒนธรรม การวิจัยและเทคโนโลยี รวมทั้งกระทรวงกิจการสังคม” อัซวาร์ อานัส กล่าว 

ขณะที่ เอริค โทเฮียร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงรัฐวิสาหกิจ เผยว่า “INA Digital เป็นแอปฯ บนมือถือหรือเว็บที่รวมเอาบริการต่างๆ เข้าไว้ในแพลตฟอร์มเดียว ซึ่งกำลังพัฒนาโดยบุคลากรที่เชี่ยวชาญด้านดิจิทัล 400 คนภายใต้โครงการที่เรียกว่า ‘GovTech Indonesia’”  

สำนักข่าว Kompas รายงานว่า ทางการมีเป้าหมายที่จะเปิดให้บริการแก่สาธารณชนภายใน 4 เดือน หลังจากทดลองใช้งานในเดือนพฤษภาคมแล้ว 

โจโควีได้ริเริ่มโครงการ INA Digital เมื่อต้นปีนี้ โดยได้จัดสรรบริการสำคัญ 9 ประการเพื่อรวมเข้าไว้ในแพลตฟอร์ม ได้แก่ การศึกษา สุขภาพ บริการความช่วยเหลือทางสังคม บริการตำรวจ บริการชำระเงินดิจิทัล แพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนข้อมูล บริการกลไกของรัฐ บริการการจัดการประชากร และพอร์ทัลบริการสาธารณะแบบครบวงจร 

ตามรายงานของ Kaspersky บริษัทรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ระดับนานาชาติ เปิดเผยว่าอินโดนีเซียประสบปัญหาภัยคุกคามทางไซเบอร์ในประเทศมากเป็นอันดับ 2 ในปี 2023 รองจากเวียดนาม  

บริการสาธารณะของประเทศต้องเผชิญกับการโจมตีที่เป็นข่าวโด่งดังหลายครั้ง รวมถึงรายงานการละเมิดฐานข้อมูลของคณะกรรมการการเลือกตั้งทั่วไป (KPU) ในเดือนพฤศจิกายน 2023 ก่อนการเลือกตั้งทั่วไปในเดือนกุมภาพันธ์ไม่ถึงสามเดือน ซึ่งทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียงเลือกตั้งถูกนำไปขายในฟอรัมตลาดมืด 

Photo by AFP / ADEK BERRY

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์