กระทรวงกลาโหมอินโดนีเซียแถลงเมื่อวันอังคาร (29 ก.ค.) ว่าอินโดนีเซียได้ลงนามสัญญาซื้อเครื่องบินรบ ‘KAAN’ จำนวน 48 ลำจากตุรกี ซึ่งนับเป็นการซื้อครั้งล่าสุดของอินโดนีเซียที่มุ่งปรับปรุงฮาร์ดแวร์ทางทหารที่ล้าสมัยให้ทันสมัยยิ่งขึ้น
เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับกองทัพอากาศ อินโดนีเซียยังได้สั่งซื้อเครื่องบินขับไล่ราฟาล (Rafale) ของฝรั่งเศสจำนวน 42 ลำ มูลค่า 8.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2.6 แสนล้านบาท) เมื่อปี 2022 นอกจากนี้ อินโดนีเซียยังกำลังพิจารณาสั่งซื้อเครื่องบินขับไล่ J-10 ของจีน และกำลังเจรจาซื้อเครื่องบินขับไล่ F-15EX ที่ผลิตในสหรัฐฯ อย่างต่อเนื่อง
เฟรกา เวนัส อินคริวัง โฆษกกระทรวงกลาโหมอินโดนีเซีย กล่าวในแถลงการณ์ว่า “อินโดนีเซียและตุรกีได้ ‘ลงนามในสัญญาดำเนินการ’ เมื่อวันเสาร์ (26 ก.ค.) ที่ผ่านมา ในงานแสดงยุทโธปกรณ์ป้องกันประเทศนานาชาติ (İDEF) ที่เมืองอิสตันบูล” แต่เขาไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับมูลค่าสัญญา หรือวันส่งมอบ
KAAN เป็นเครื่องบินรบแห่งชาติลำแรกของตุรกี ซึ่งทำการบินทดสอบครั้งแรกเมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2024 แต่คาดว่าการผลิตจำนวนมากจะเริ่มขึ้นในปี 2028
กระทรวงกลาโหมตุรกีระบุว่าเครื่องบินรบลำนี้เป็นเครื่องบินรุ่นที่ 5 และระบุว่าจะใช้เครื่องยนต์ General Electric F110 จำนวน 2 เครื่องยนต์ ซึ่งใช้ในเครื่องบิน F-16 รุ่นที่ 4 ของบริษัท Lockheed Martin
“จาฟรี จามโซอีดิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ร่วมเป็นสักขีพยานในการลงนามข้อตกลง” เฟรกา กล่าวพร้อมเสริมว่า “การลงนามสัญญาครั้งนี้เป็นการยืนยันถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลทั้งสองประเทศในการเสริมสร้างการพัฒนาเทคโนโลยีร่วมกันและขยายขีดความสามารถของอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของอินโดนีเซีย”
นอกจากนี้ อินโดนีเซียยังได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับอู่ต่อเรือ ‘TAIS Shipyard’ ของตุรกี เพื่อจัดซื้อเรือฟริเกตคลาส ‘Milgem Istif’ จำนวน 2 ลำ ในงานแสดงยุทโธปกรณ์ที่อิสตันบูลอีกด้วย
(Photo by Wikipedia / Dimir)




