AFP- รายงานการคาดการณ์ฝนระลอกใหม่ในวันพฤหัสบดีสร้างความหวั่นวิตกว่าจะเกิดน้ำท่วมใหญ่ซ้ำใน อินโดนีเซีย และ ศรีลังกา หลังฝนหนักเมื่อสัปดาห์ก่อนคร่าชีวิตผู้คนใน 4 ประเทศรวมมากกว่า 1,500 คน และสร้างความเสียหายวงกว้างต่อถนน ที่อยู่อาศัย และโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ
อินโดนีเซียเตือนฝนกลาง–หนัก เสี่ยงน้ำท่วม-ดินถล่มซ้ำ
สำนักงานอุตุนิยมวิทยาของอินโดนีเซียระบุว่า 3 จังหวัดที่ได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุดบนเกาะสุมาตรา จะเผชิญฝน “ปานกลางถึงหนัก” ระหว่างวันพฤหัสบดีถึงศุกร์ แม้ฝนที่เริ่มตกตั้งแต่คืนก่อนจะยังไม่รุนแรงเท่าเหตุการณ์น้ำป่าและดินถล่มครั้งใหญ่เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
ตัวเลขล่าสุดในอินโดนีเซียรายงานผู้เสียชีวิต 776 ราย และผู้สูญหายกว่า 560 ราย ขณะที่การสื่อสารถูกตัดขาดในหลายพื้นที่ ทำให้การค้นหาและยืนยันตัวผู้สูญหายเป็นไปอย่างยากลำบาก
ผู้ประสบภัยจำนวนมากยังคงหวาดผวากับฝนที่คาดว่าจะกลับมา โดยชาวบ้านในพื้นที่พังงา จังหวัดสุมาตราเหนือ เล่าว่าต้องติดค้างบนหลังคาบ้านนาน 2 วันโดยไม่มีอาหารและน้ำ ก่อนจะได้รับความช่วยเหลือ
ศรีลังกาเตรียมรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ–จุดเสี่ยงประกาศเตือนดินถล่ม
ศรีลังกาต้องเตรียมรับมือมรสุมฤดูตะวันออกเฉียงเหนือที่จะเริ่มในวันพฤหัสบดี ทำให้ทางการประกาศเตือนดินถล่มในพื้นที่ตอนกลางหลายแห่ง และขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการกลับเข้าบ้านบนไหล่เขา เนื่องจากดินอุ้มน้ำเต็มความจุอาจพังถล่มได้ทุกเมื่อ
เส้นทางคมนาคมหลายสายยังใช้งานได้จำกัด โดยทางหลวงโคลัมโบ–แคนดีเปิดให้สัญจรเพียงวันละ 15 ชั่วโมง เพราะต้องเร่งเคลื่อนย้ายดินและหินจำนวนมาก ขณะที่เส้นทางอื่น ๆ ยังคงเสียหายหนักและการจราจรติดขัดยาวเหยียด
ยอดผู้เสียชีวิตในศรีลังกาเพิ่มเป็น 479 ราย และยังมีผู้สูญหายจำนวนมาก โดยรัฐบาลประเมินว่าจะต้องใช้งบประมาณสูงถึง 7,000 ล้านดอลลาร์ ในการฟื้นฟูบ้านเรือน ถนน และภาคธุรกิจ ซึ่งเป็นภาระหนักสำหรับประเทศที่เพิ่งเริ่มฟื้นจากวิกฤตเศรษฐกิจครั้งเลวร้ายที่สุดเมื่อ 3 ปีก่อน
ผลกระทบวงกว้างทั่วภูมิภาค
ฝนจาก 2 ระบบอากาศแยกกันได้เทลงมาบน ศรีลังกา สุมาตรา ภาคใต้ของไทย และภาคเหนือของมาเลเซีย ทำให้ความเสียหายขยายวงกว้าง หลายพื้นที่ประสบปัญหาขาดแคลนอาหาร ราคาสินค้าถูกโก่งราคา และเกิดเหตุปล้นสะดม ขณะที่บางจังหวัดของอินโดนีเซียประสบภาวะน้ำมันเชื้อเพลิงขาดแคลนจนคิวยาวหลายกิโลเมตร
ผู้ประสบภัยจำนวนมากกล่าวว่า พวกเขากังวลว่าสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงจากภาวะโลกร้อนจะทำให้เหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดถี่และรุนแรงขึ้นในอนาคต








