แพท เกลซินเจอร์ (Pat Gelsinger) ซีอีโอบริษัท Intel เผยกับสำนักข่าว CNN ว่า การเมืองโลกจะถูกครอบงำโดยความพร้อมใช้งาน การค้า และการลงทุนในไมโครชิปในอีกหลายสิบปีข้างหน้า
เกลซินเจอร์เผยกับ จูเลีย แชทเทอร์ลีย์ ของ CNN ในงาน World Economic Forum ที่เมืองดาวอสของสวิตเซอร์แลนด์ว่า ที่ตั้งของ “แหล่งน้ำมันสำรอง [ได้] กำหนดภูมิรัฐศาสตร์ในช่วง 50 ปีที่ผ่านมา แต่ที่ที่มีซัพพลายเชน ที่ที่ผลิตเซมิคอนดักเตอร์ จะสำคัญมากกว่าในอีก 50 ปีข้างหน้า”
เกลซินเจอร์เผยว่า การลงทุนของ Intel ในโรงงานแห่งใหม่ในสหรัฐฯ ยุโรป และที่อื่นๆ ไม่เพียงแต่สำคัญกับอนาคตของบริษัทเท่านั้น แต่ยังสำคัญต่อ “โลกาภิวัตน์ของทรัพยากรที่สำคัญที่สุดต่ออนาคตของโลกด้วย”
“เราต้องการห่วงโซ่อุปทานที่มีความสมดุลทางภูมิศาสตร์และยืดหยุ่นนี้” ซีอีโอ Intel เผย
Intel ระบุเมื่อปีที่แล้วว่า จะลงทุน 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐสร้างโรงงานผลิตชิป 2 แห่งในสหรัฐฯ รวมทั้ง 90,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในโรงงานใหม่ที่ยุโรป เพื่อย้ำจุดยืนในฐานะผู้นำอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์
ประกาศดังกล่าวของ Intel มีขึ้นท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับการกระจุกตัวของโรงงานผลิตชิปในเอเชีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในจีนและไต้หวัน ในช่วงที่โควิด-19 ระบาด และท่ามกลางความตึงเครียดทางภูมิศาสตร์การเมืองที่เพิ่มขึ้น
ปัญหาซัพพลายเชนของชิปในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาส่งผลให้ชิปขาดแคลนและการส่งมอบสินค้าล่าช้าตั้งแต่คอมพิวเตอร์เดสก์ท็อปไปจนถึงไอโฟนและรถยนต์
“หากเราได้เรียนรู้สิ่งหนึ่งจากวิกฤตโควิด และการเดินทางหลายปีที่เราเผชิญอยู่ สิ่งนั้นคือ เราต้องการความยืดหยุ่นในห่วงโซ่อุปทานของเรา” เกลซินเจอร์เผย และกล่าวต่อว่า การลงทุนด้านการผลิตของ Intel มีเป้าหมายเพื่อ "ปรับระดับสนามแข่งขันเพื่อให้ตัดสินใจลงทุนได้ดี"
เกลซินเจอร์ซึ่งเข้ามารับตำแหน่งซีอีโอของ Intel เมื่อ 2 ปีที่แล้วในช่วงที่บริษัทเผชิญความยากลำบาก ยอมรับว่าการลงทุนในยุทธศาสตร์ระบะยาวหลายสิบปีของบริษัทเกิดขึ้นในช่วงที่เศรษฐกิจไม่ดี
“มันคือสิ่งแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องกันในระยะสั้น ทั้งโควิดและจีน ยูเครนและพลังงานในยุโรป ภาวะเงินเฟ้อในสหรัฐฯ คุณคุ้นเคยกับมันและถามว่า ‘มีข่าวดีบ้างไหม’” เกลซินเจอร์เผย “แต่ในเวลาเดียวกันเราจำเป็นต้องลงทุนในระยะยาว สิ่งแวดล้อมทางเศรษฐกิจเพียง 3 ไตรมาสไม่สามารถควบคุมวงจรการลงทุนในสินทรัพย์ถาวร 5 และ 6 ปี...เดี๋ยวนี้การเป็นซีอีโอเป็นเรื่องท้าทาย”
เกลซินเจอร์เผยกับ จูเลีย แชทเทอร์ลีย์ ของ CNN ในงาน World Economic Forum ที่เมืองดาวอสของสวิตเซอร์แลนด์ว่า ที่ตั้งของ “แหล่งน้ำมันสำรอง [ได้] กำหนดภูมิรัฐศาสตร์ในช่วง 50 ปีที่ผ่านมา แต่ที่ที่มีซัพพลายเชน ที่ที่ผลิตเซมิคอนดักเตอร์ จะสำคัญมากกว่าในอีก 50 ปีข้างหน้า”
เกลซินเจอร์เผยว่า การลงทุนของ Intel ในโรงงานแห่งใหม่ในสหรัฐฯ ยุโรป และที่อื่นๆ ไม่เพียงแต่สำคัญกับอนาคตของบริษัทเท่านั้น แต่ยังสำคัญต่อ “โลกาภิวัตน์ของทรัพยากรที่สำคัญที่สุดต่ออนาคตของโลกด้วย”
“เราต้องการห่วงโซ่อุปทานที่มีความสมดุลทางภูมิศาสตร์และยืดหยุ่นนี้” ซีอีโอ Intel เผย
Intel ระบุเมื่อปีที่แล้วว่า จะลงทุน 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐสร้างโรงงานผลิตชิป 2 แห่งในสหรัฐฯ รวมทั้ง 90,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในโรงงานใหม่ที่ยุโรป เพื่อย้ำจุดยืนในฐานะผู้นำอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์
ประกาศดังกล่าวของ Intel มีขึ้นท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับการกระจุกตัวของโรงงานผลิตชิปในเอเชีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในจีนและไต้หวัน ในช่วงที่โควิด-19 ระบาด และท่ามกลางความตึงเครียดทางภูมิศาสตร์การเมืองที่เพิ่มขึ้น
ปัญหาซัพพลายเชนของชิปในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาส่งผลให้ชิปขาดแคลนและการส่งมอบสินค้าล่าช้าตั้งแต่คอมพิวเตอร์เดสก์ท็อปไปจนถึงไอโฟนและรถยนต์
“หากเราได้เรียนรู้สิ่งหนึ่งจากวิกฤตโควิด และการเดินทางหลายปีที่เราเผชิญอยู่ สิ่งนั้นคือ เราต้องการความยืดหยุ่นในห่วงโซ่อุปทานของเรา” เกลซินเจอร์เผย และกล่าวต่อว่า การลงทุนด้านการผลิตของ Intel มีเป้าหมายเพื่อ "ปรับระดับสนามแข่งขันเพื่อให้ตัดสินใจลงทุนได้ดี"
เกลซินเจอร์ซึ่งเข้ามารับตำแหน่งซีอีโอของ Intel เมื่อ 2 ปีที่แล้วในช่วงที่บริษัทเผชิญความยากลำบาก ยอมรับว่าการลงทุนในยุทธศาสตร์ระบะยาวหลายสิบปีของบริษัทเกิดขึ้นในช่วงที่เศรษฐกิจไม่ดี
“มันคือสิ่งแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องกันในระยะสั้น ทั้งโควิดและจีน ยูเครนและพลังงานในยุโรป ภาวะเงินเฟ้อในสหรัฐฯ คุณคุ้นเคยกับมันและถามว่า ‘มีข่าวดีบ้างไหม’” เกลซินเจอร์เผย “แต่ในเวลาเดียวกันเราจำเป็นต้องลงทุนในระยะยาว สิ่งแวดล้อมทางเศรษฐกิจเพียง 3 ไตรมาสไม่สามารถควบคุมวงจรการลงทุนในสินทรัพย์ถาวร 5 และ 6 ปี...เดี๋ยวนี้การเป็นซีอีโอเป็นเรื่องท้าทาย”




