แหล่งข่าวเผยดีลสหรัฐฯ-อิหร่านพ่วงแผนตั้งกองทุน 3 แสนล้านดอลลาร์ ดึงเงินเอกชนฟื้นฟูอิหร่าน

17 มิ.ย. 2569 - 15:21

  • กองทุนรวมเพื่อการลงทุนนี้ไม่มีเงินทุนจากรัฐบาล และเงินทั้งหมดในกองทุนนี้จะมาจากภาคเอกชนทั้งหมด 100%

  • กองทุนจะเริ่มดำเนินการได้ก็ต่อเมื่อมีการลงนามข้อตกลงขั้นสุดท้ายระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านแล้วเท่านั้น

แหล่งข่าวเผยดีลสหรัฐฯ-อิหร่านพ่วงแผนตั้งกองทุน 3 แสนล้านดอลลาร์ ดึงเงินเอกชนฟื้นฟูอิหร่าน

แหล่งข่าวระบุว่า “กองทุนเพื่อการลงทุนมูลค่า 3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 10 ล้านล้านบาท) เพื่อกระตุ้นให้เกิดการลงทุนในอิหร่านนั้น ขณะนี้เม็ดเงินมากกว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนดังกล่าวได้รับการจัดสรรและมีผู้รับปากที่จะร่วมทุนเรียบร้อยแล้ว” 

แม้ว่าเรื่องการมีอยู่ของกองทุนนี้จะเคยมีรายงานออกมาก่อนหน้านี้แล้ว แต่สำนักข่าว Reuters รายงานเป็นครั้งแรกว่า “เงินทุนมากกว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนทั้งหมดนั้นได้รับการจัดสรรและรับปากจากผู้ลงทุนเรียบร้อยแล้ว และเงินทั้งหมดในกองทุนนี้จะมาจากภาคเอกชนทั้งหมด 100%” 

แต่แหล่งข่าวบอกอีกว่า “กองทุนใหม่นี้เป็นเครื่องมือในการลงทุนของภาคเอกชน ไม่ใช่โครงการฟื้นฟูประเทศหรือโปรแกรมจ่ายค่าปฏิกรรมสงคราม และจะไม่มีเงินทุนหรือเงินอุดหนุนจากรัฐบาลใด ๆ เข้ามาเกี่ยวข้อง ขณะที่บรรดาบริษัทที่มีฐานที่ตั้งในสหรัฐฯ กลุ่มประเทศอ่าวอาหรับ เอเชีย อเมริกาใต้ และแอฟริกา ได้ตกลงที่จะร่วมสนับสนุนเงินทุนแล้ว ส่วนเม็ดเงินลงทุนที่ได้รับคำมั่นสัญญามานั้น จะครอบคลุมในภาคพลังงาน โลจิสติกส์ ภาคการผลิต และการคมนาคมขนส่ง” 

“ในตอนแรกทางรัฐบาลอิหร่านได้เรียกร้องเงินจำนวน 4 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 13.8 ล้านล้านบาท) จากสหรัฐฯ เพื่อเป็นค่าชดเชยความเสียหายจากสงคราม แต่ทางรัฐบาลสหรัฐฯ ปฏิเสธที่จะจ่ายเงินจำนวนดังกล่าว”

แหล่งข่าวระดับสูงของอิหร่านเปิดเผยกับ Reuters 

แนวคิดเรื่องการจัดตั้งกองทุนดังกล่าว ซึ่งจะใช้ชื่อว่า ‘กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนา’ จึงได้เกิดขึ้นหลังจากนั้น แหล่งข่าวจากอิหร่านระบุอีกว่า กองทุนนี้จะเปิดโอกาสให้ประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคเข้ามาช่วยสนับสนุนได้หลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการให้เงินกู้ การเปิดวงเงินเครดิต หรือการเข้ามาร่วมทุนโดยตรงเพื่อฟื้นฟูสถานที่ต่าง ๆ ที่ได้รับความเสียหายจากสงคราม เช่น โรงงานเหล็กโมบาราเคห์ โรงกลั่นน้ำมัน สนามบิน ตลอดจนระบบสาธารณูปโภคต่าง ๆ ที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้ง” 

ทั้งนี้ อิหร่านซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศที่มีระบบเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่สุดในตะวันออกกลาง แทบจะไม่สามารถดึงดูดเม็ดเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ที่มีนัยสำคัญได้เลยตลอดช่วง 4 ทศวรรษที่ผ่านมา เนื่องจากถูกตัดขาดจากตลาดทุนโลกด้วยมาตรการคว่ำบาตรที่รุนแรงจากสหรัฐฯ และนานาชาติมาอย่างต่อเนื่อง 

แหล่งข่าวที่มีข้อมูลเกี่ยวกับข้อตกลงนี้เปิดเผยว่า “กองทุนเพื่อการลงทุนนี้แยกออกจากการเจรจาในประเด็น ‘การยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรและการปลดล็อกสินทรัพย์ของรัฐบาลอิหร่านที่ถูกอายัดไว้ในต่างประเทศ’ โดยทั้งสองเรื่องนี้ถือเป็นข้อตกลงทางการเงินคนละส่วนกัน ซึ่งมีวัตถุประสงค์และกรอบเวลาที่แตกต่างกัน” 

กองทุนนี้จะยังไม่เกิดขึ้นและยังไม่มีการใช้เงิน จนกว่าทั้งสองฝ่ายจะบรรลุข้อตกลงขั้นสุดท้ายที่น่าพอใจร่วมกัน โดยหลังจากที่มีการเซ็นสัญญาเบื้องต้น (MOU) แล้ว เอกสารนี้จะถูกใช้เป็นแนวทางในการทำงานและวางระบบร่วมกันในช่วงเวลา 60 วันหลังจากนั้น 

อย่างไรก็ดี กองทุนดังกล่าวจะถูกจัดตั้งขึ้นก็ต่อเมื่อมีการลงนามในข้อตกลงขั้นสุดท้ายแล้วเท่านั้น โดยในช่วง 60 วันนี้ ผู้ดูแลกองทุนจะพูดคุยกับฝั่งอิหร่านและกลุ่มนักลงทุน เพื่อวางแผนว่า จะเอาเงินไปทำโครงการอะไรบ้าง

แหล่งข่าวปฏิเสธที่จะเปิดเผยว่า “ใครจะเป็นผู้บริหารจัดการกองทุนนี้หรือมีวิธีบริหารอย่างไร”โดยระบุเพียงว่า “รายละเอียดสำคัญต่าง ๆ ยังคงอยู่ในขั้นตอนการเจรจา” พร้อมทั้งยกตัวอย่างรายชื่อบริษัทจากเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น สิงคโปร์ มาเลเซีย และสหรัฐฯ ว่าเป็นหนึ่งในกลุ่มที่ได้ให้คำมั่นสัญญาว่าจะร่วมลงทุนแล้ว แต่ปฏิเสธที่จะเปิดเผยรายชื่อบริษัททั้งหมดอย่างเป็นทางการ 

สำหรับบันทึกความเข้าใจ (MOU) ที่มีกรอบเวลา 60 วันนี้ เป็นเพียงกรอบความร่วมมือเบื้องต้นเท่านั้น ไม่ใช่ข้อตกลงขั้นสุดท้าย โดยคาดว่าคณะผู้เจรจาของสหรัฐฯ และอิหร่านจะทำงานร่วมกันในอีกหลายด้านตลอดช่วงเวลาดังกล่าว ซึ่งครอบคลุมทั้งประเด็นนิวเคลียร์ มาตรการคว่ำบาตร และความมั่นคงในภูมิภาค 

(Photo by ATTA KENARE / AFP) 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์