อับบาส อาราคชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านเผยว่า “เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ และอิหร่านเตรียมที่จะหารือกันต่อหลังจากการเจรจาในโอมาน” ท่ามกลางวิกฤตที่ทำให้เกิดความวิตกกังวลเกี่ยวกับความขัดแย้งระหว่างสองประเทศ
คณะผู้แทนอิหร่านนำโดยอาราคชี ขณะที่สหรัฐฯ นำโดย สตีฟ วิทคอฟฟ์ ทูตพิเศษ และจาเร็ด คุชเนอร์ ลูกเขยของทรัมป์
“การเจรจาไกล่เกลี่ยครั้งนี้เป็น ‘จุดเริ่มต้นที่ดี’ และ ‘คุยเฉพาะประเด็นนิวเคลียร์’ และคาดว่าจะดำเนินต่อไป”
— อาราคชี กล่าว
การเจรจาเกิดขึ้นท่ามกลางการเสริมกำลังทางทหารของสหรัฐฯ ในตะวันออกกลาง เพื่อตอบโต้การปราบปรามอย่างรุนแรงของอิหร่านต่อการประท้วงต่อต้านรัฐบาลทั่วประเทศเมื่อเดือนที่แล้ว ซึ่งกลุ่มสิทธิมนุษยชนรายงานว่า “มีผู้เสียชีวิตหลายพันคน”
“มีบรรยากาศความไม่ไว้วางใจระหว่างทั้งสองฝ่ายที่ ‘จำเป็นต้องได้รับการแก้ไข’ และรายละเอียดเกี่ยวกับการเจรจารอบต่อไปจะมีการตัดสินใจในภายหลัง” อาราคชีบอกกับสถานีโทรทัศน์ของรัฐบาลอิหร่าน
ขณะที่ บาดร์ อัลบูไซดี รัฐมนตรีต่างประเทศโอมาน ซึ่งเป็นผู้ไกล่เกลี่ย โพสต์ข้อความบนโซเชียลมีเดียว่า “การเจรจาครั้งนี้ ‘มีประโยชน์’ ต่อการชี้แจงมุมมองของทั้งอิหร่านและสหรัฐฯ…”
นี่เป็นการเจรจาครั้งแรกระหว่างเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ และอิหร่านนับตั้งแต่ก่อนสงครามระหว่างอิสราเอลและอิหร่านเมื่อเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว ซึ่งสหรัฐฯ ได้ทิ้งระเบิดใส่โรงงานนิวเคลียร์ของอิหร่าน 3 แห่ง แม้จะมีแนวโน้มว่าจะมีการหารือเพิ่มเติม แต่ก็ยังไม่แน่ชัดว่าจะสามารถบรรลุข้อตกลงได้หรือไม่ เนื่องจากประเด็นหลักๆ ของทั้งสองฝ่ายยังคงแตกต่างกันอยู่มาก และยังหาตรงกลางไม่ได้
สำหรับผู้นำอิหร่านที่กำลังเผชิญกับวิกฤต นี่อาจเป็นโอกาสที่จะหลีกเลี่ยงปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ ซึ่งอาจทำให้ระบอบการปกครองที่ตอนนี้กำลังสั่นคลอนอยู่แล้วยิ่งไม่มั่นคงยิ่งขึ้นไปอีก ขณะที่นักวิเคราะห์กล่าวว่า “ระบอบอิหร่านอยู่ในสถานะที่อ่อนแอที่สุดนับตั้งแต่ขึ้นสู่อำนาจหลังการปฏิวัติอิสลามในปี 1979”
อย่างไรก็ดี สถานการณ์ตึงเครียดในปัจจุบันได้นำประเด็นโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านกลับมาสู่วงเจรจาอีกครั้ง ซึ่งอิหร่านบอกมาโดยตลอดว่า “โครงการนิวเคลียร์มีจุดประสงค์เพื่อสันติภาพ” ในขณะที่สหรัฐฯ และอิสราเอลกล่าวหาว่า “นี่เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์”
ในระหว่างการเจรจา ดูเหมือนว่าเจ้าหน้าที่อิหร่านจะแสดงท่าทีเปิดรับข้อเสนอต่างๆ ซึ่งอาจรวมถึงการจัดตั้งกลุ่มความร่วมมือระดับภูมิภาคเพื่อการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม ตลอดจนการหารือเกี่ยวกับการถ่ายโอนยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูงจำนวน 400 กิโลกรัม (880 ปอนด์) ไปยังประเทศที่สาม
ฝ่ายอิหร่านกล่าวว่า “สำหรับข้อเรียกร้องให้ ‘จำกัด’ โครงการขีปนาวุธของประเทศและ ‘ยุติ’ การสนับสนุนกลุ่มตัวแทนในภูมิภาค ซึ่งอิหร่านเรียกว่า ‘แกนแห่งการต่อต้าน’ ที่รวมถึงฮามาสในฉนวนกาซา กลุ่มติดอาวุธในอิรัก ฮิซบุลเลาะห์ในเลบานอน และฮูษีในเยเมนนั้น เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้และเป็นการละเมิดอธิปไตยของอิหร่าน”
สำหรับสหรัฐฯ การเจรจาอาจเป็นทางออกสำหรับทรัมป์จากการข่มขู่ทางทหาร ขณะที่ประเทศต่างๆ ในภูมิภาคต่างก็กังวลว่าการโจมตีของสหรัฐฯ อาจนำไปสู่ความขัดแย้งที่กว้างขึ้น หรือเกิดความวุ่นวายในระยะยาวในอิหร่าน พร้อมเตือนว่า “อำนาจทางอากาศเพียงอย่างเดียวจะไม่สามารถโค่นล้มผู้นำอิหร่านได้”
“การเจรจาจะต้องก้าวข้ามประเด็นนิวเคลียร์ไปให้ได้เพื่อให้บรรลุ ‘ผลลัพธ์ที่มีนัยสำคัญ’ ผมไม่แน่ใจว่าเราจะบรรลุข้อตกลงกับคนพวกนี้ได้หรือไม่ แต่เราจะพยายามหาทางออก เราไม่เห็นว่าจะมีอะไรเสียหายหากเราพยายามหาทางออก”
— มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าวเมื่อวันพุธ (4 ก.พ.)
(Photo by ATTA KENARE / AFP)





