สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน ออกประกาศ เรื่อง การอพยพคนไทยออกจากประเทศอิหร่าน ระบุว่า ตามที่สาธารณรัฐอิสลามอิหร่านถูกโจมตีโดยอิสราเอลและสหรัฐอเมริกาตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 และสถานการณ์ได้ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว นั้น ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ด้วยความห่วงใยอย่างมากต่อคนไทยในอิหร่าน และได้สั่งการให้อพยพคนไทยออกจากอิหร่านในโอกาสแรก
ทั้งนี้ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน ได้รับความเห็นชอบจากนายกรัฐนตรี ให้ดำเนินการอพยพคนไทย โดยทางรถยนต์ไปยังสาธารณรัฐตุรกี ผ่านจุดผ่านแดน Razi (ฝั่งอิหร่าน) และเข้าสู่จุดผ่านแดน Kapkoy (ฝั่งตุรกี) และขอออกประกาศแจ้งคนไทยในอิหร่าน ดังนี้
เนื่องจากสถานการณ์ความขัดแย้งที่มีความเสี่ยงสูงและยังมีความไม่แน่นอนอันอาจทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น สถานเอกอัครราชทูตฯ จะจัดการอพยพสำหรับคนไทยเดินทางออกจากกรุงเตหะรานไปยังสาธารณรัฐตุรกี เพื่อเดินทางกลับประเทศไทย จำนวน 2 รอบ ดังนี้
1. วันที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2569 - ขอให้ลงทะเบียนภายในวันที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2569
2. วันที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2569 - ขอให้ลงทะเบียนภายในวันที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2569
กำหนดการเดินทางทั้ง 2 รอบ ออกจากสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน เวลา 05.00 น. ถึงจุดผ่านแดน Razi ประมาณเวลา 19.00 น.
การแต่งกาย เหมาะสมสำหรับสภาพอากาศของประเทศตุรก็ ซึ่งคาดว่าอุณหภูมิอาจลดลงถึง -8 องศาเซลเซียส
สัมภาระสำหรับผู้อพยพ: กระเป้าเดินทาง 1 ใบ ไม่เกิน 20 กิโลกรัม
ทั้งนี้ กำหนดการเดินทางอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามพัฒนาการของสถานการณ์ เพื่อความปลอดภัยของผู้เดินทางเป็นสำคัญ
ในการนี้ สถานเอกอัครราชทูตฯ ขอความร่วมมือจากคนไทย ดังต่อไปนี้
1. ผู้ที่ประสงค์จะเดินทางออกนอกประเทศอิหร่าน โปรดติดต่อหมายเลขโทรศัพท์ฉุกเฉิน (+98) 9912 159 86999 และ (+98) 996 500 77933 เพื่อแจ้งความประสงค์และลงทะเบียนกายในกำหนดเวลาข้างต้นโดยเร็วที่สุด ทั้งนี้ เพื่อให้สถานเอกอัครราชทูตฯ สามารถประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของอิหร่าน และกำหนดการจัดรถ รวมถึงจุดนัดหมายที่เหมาะสมได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยต่อไป
2. ผู้ที่หนังสือเดินทางไทยหมดอายุ โปรดติดต่อสถานเอกอัครราชทูตฯ ภายในวันที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2569 (เดินทางรอบวันที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2569) และ วันที่ 8 มีนาคม2569 (เดินทางรอบวันที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2569) เพื่อจัดทำเอกสารเดินทางฉุกเฉิน
สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน
3 มีนาคม 2569
หมายเหตุ สำหรับคนไทยที่ทำงานที่อิหร่าน โปรดแจ้งความประสงค์และลงทะเบียนขออพยพกลับประเทศไทยทันที ทั้งนี้ เมื่อราชการอิหร่านเปิดทำการในวันเสาร์ที่ 7 มีนาคม2569 ขอให้ติดต่อสถานีตำรวจในพื้นพื้นที่เพื่อขอรับ exit visa ก่อนเดินทาง โดยกระทรวงการต่างประเทศ และสถานเอกอัครราชทูตฯ จะประสานเร่งรัดให้ทางการพิจารณาเป็นการเร่งด่วน

ขณะที่ อุปทูตรักษาราชการ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงริยาด มอบหมายให้ ธนิทธิ์ ลอยพิมาย อัครราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายแรงงาน) พร้อมด้วยมูฮัมหมัดอิฟฟา หมาดทิ้งเลขานุการตรี และฝ่ายกงสุล สถานเอกอัครราชทูตฯ เดินทางไปยังเมืองดัมมาม ซาอุดีฯ เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมานามา ในการนำคนไทยจากกรุงมานามา จำนวน 9 คน เดินทางข้ามด่านพรมแดนซาอุดีฯ – บาห์เรน ผ่านสะพานคิงฟาฮัด (King Fahd Causeway) เพื่อเดินทางไปยังท่าอากาศยานนานาชาติคิงฟะฮัด เมืองดัมมัม และโดยสารเครื่องบินไปยังท่าอากาศยานนานาชาติคิงคอลิด กรุงริยาด เพื่อต่อเครื่องเดินทางกลับไปยังประเทศไทย โดยสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงริยาด ได้ให้การดูแลและอำนวยความสะดวกแก่คนไทยดังกล่าวอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การเดินทางกลับประเทศไทยเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและปลอดภัย
ในโอกาสเดียวกัน ธนิทธิ์ ได้นำทีมกงสุล สถานเอกอัครราชทูตฯ สำรวจสถานที่บริเวณเมืองดัมมาม และเมืองอัลโคบาร์ เพื่อเตรียมความพร้อมในการใช้เป็นพื้นที่อพยพสำหรับคนไทยที่อาศัยอยู่ในกลุ่มประเทศ GCC ในกรณีที่เหตุการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคเกิดทวีความรุนแรงและขยายตัวออกไปในวงกว้าง




