แหล่งข่าวเผยกองทัพ IRGC ของอิหร่านซุ่มตั้งเครือข่ายลับในอิรัก มุ่งใช้เป็นฐานโจมตีกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับ

19 มิ.ย. 2569 - 16:54

  • แหล่งข่าวระบุว่า “กลุ่มใหม่เหล่านี้ขึ้นตรงต่อกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน (IRGC) โดยไม่ผ่านเครือข่ายกองกำลังติดอาวุธที่มีอยู่เดิม”

  • “กลุ่มดังกล่าวได้ทำการโจมตีด้วยโดรนต่อคูเวต ซาอุดีอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์” เจ้าหน้าที่อิรัก กล่าว

แหล่งข่าวเผยกองทัพ IRGC ของอิหร่านซุ่มตั้งเครือข่ายลับในอิรัก มุ่งใช้เป็นฐานโจมตีกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับ

แหล่งข่าวชาวอิรัก 8 ราย เปิดเผยกับสำนักข่าว Reuters ว่า “กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน (IRGC) ได้จัดตั้งกลุ่มติดอาวุธลับกลุ่มใหม่ๆ ขึ้นในอิรัก เพื่อเปิดฉากโจมตีประเทศในแถบอ่าวเปอร์เซียที่ให้ที่พักพิงแก่กองทัพอเมริกัน โดยจงใจหลีกเลี่ยงการใช้เครือข่ายกองกำลังเดิมที่มีอยู่เพื่อไม่ให้ถูกตรวจจับ” ซึ่งผู้ให้ข้อมูลนี้ประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ทหารอิรัก 2 ราย เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงอีก 1 ราย และผู้บัญชาการกองกำลังท้องถิ่นอีก 5 ราย 

ขณะที่แหล่งข่าว 3 ใน 8 ราย ระบุว่า กลุ่มลับดังกล่าวมีประมาณ 3-4 กลุ่ม โดยแต่ละกลุ่มประกอบด้วยนักรบมุสลิมชีอะห์ระดับหัวกะทิชาวอิรักประมาณ 10 คน ซึ่งในช่วงวันที่ 20 เมษายน ถึง 17 พฤษภาคมที่ผ่านมา พวกเขาได้ใช้พื้นที่ทะเลทรายใกล้เมืองบาสราและเมืองซามาวาทางตอนใต้ของอิรัก เป็นจุดส่งโดรนโจมตีเป้าหมายในประเทศคูเวต ซาอุดีอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อย่างน้อย 7 ครั้ง” 

“สมาชิกบางส่วนของกลุ่มลับนี้ถูกดึงตัวมาจาก ‘กลุ่มการต่อต้านอิสลามในอิรัก’ (Islamic Resistance in Iraq) ซึ่งเป็นกลุ่มพันธมิตรของกองกำลังนิกายชีอะห์สายแข็งที่มีนักรบในสังกัดหลายพันคน ทว่ากลุ่มลับที่ตั้งขึ้นมาใหม่นี้จะดำเนินงานนอกโครงสร้างการบังคับบัญชาเดิม และรายงานตรงต่อกองกำลัง IRGC ของอิหร่านโดยตรง”

แหล่งข่าวระบุ  

ผู้บัญชาการกองกำลังท้องถิ่นทั้ง 5 รายเปิดเผยว่า “การจัดตั้งกลุ่มลับใหม่ในอิรัก ซึ่งไม่เคยมีรายงานที่ไหนมาก่อน สะท้อนให้เห็นถึงการปรับเปลี่ยนยุทธวิธีของ IRGC ที่มุ่งเป้าไปที่การรักษาขีดความสามารถของอิหร่านในการแผ่อิทธิพลทางทหารไปทั่วภูมิภาค ในช่วงเวลาที่กลุ่มตัวแทนติดอาวุธอ่อนแอลงอย่างมาก อีกทั้งทรัพยากรทางทหารและเศรษฐกิจของอิหร่านเองก็ร่อยหรอลงไป” 

ทั้งนี้ อิรักเป็นประเทศที่มีประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิมนิกายชีอะห์ และเป็นศูนย์รวมของกลุ่มติดอาวุธจำนวนมาก ซึ่งหลายกลุ่มมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับอิหร่าน โดยกองกำลังเหล่านี้ถือเป็นเสาหลักสำคัญในเครือข่าย ‘แกนแห่งการต่อต้าน’ ของอิหร่านในภูมิภาค ซึ่งแผ่ขยายอิทธิพลตั้งแต่ฉนวนกาซา เลบานอน ไปจนถึงเยเมนและอิรัก 

กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ย้ำจุดยืนว่า “ต้องการให้รัฐบาลอิรักจัดการขั้นเด็ดขาดในทันที กับทุกกลุ่มที่เป็นเครื่องมือสร้างความปั่นป่วนของอิหร่าน ซึ่งรวมถึงกองกำลัง IRGC และกลุ่มติดอาวุธก่อการร้ายที่ภักดีต่ออิหร่านในอิรัก” 

ในแถลงการณ์ร่วมระบุว่า “ในการประชุมเมื่อวันจันทร์ (15 มิ.ย.) ที่ผ่านมา อาลี อัล-ไซดี นายกรัฐมนตรีคนใหม่ของอิรัก และทอม แบร์รัก ทูตพิเศษของสหรัฐฯ ได้หารือกันถึงแผน ‘ปลดอาวุธและยุบกลุ่มติดอาวุธที่ดำเนินงานอยู่นอกเหนือการควบคุมของรัฐบาลอิรัก’” พร้อมทั้งยืนยันว่า “ดินแดนของอิรักจะต้องไม่ถูกใช้โดยฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เพื่อคุกคามสันติภาพในภูมิภาค” 

แหล่งข่าวความมั่นคงของอิรัก 3 ราย เปิดเผยโดยอ้างอิงข้อมูลจากสายข่าว การดักฟังการสื่อสาร และหลักฐานที่เก็บได้จากจุดปล่อยโดรนว่า “กลุ่มติดอาวุธหน้าใหม่ที่ก่อตัวขึ้นในอิรักระหว่างช่วงความขัดแย้ง ซึ่งมักจะเคลื่อนไหวภายใต้ชื่อที่ไม่คุ้นหูและแทบไม่มีใครรู้จัก ได้เปิดฉากโจมตีด้วยโดรนเป้าหมายในคูเวตอย่างน้อย 3 ครั้ง ซาอุดีอาระเบีย 2 ครั้ง และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) 2 ครั้ง” 

แหล่งข่าวระบุโดยไม่ได้ลงรายละเอียดเพิ่มว่า “เป้าหมายในคูเวตนั้นรวมถึงฐานทัพอากาศ อาลี อัล ซาเลม ซึ่งเป็นที่ตั้งของกองทัพสหรัฐฯ และอาคารผู้โดยสารทางการทหารที่ท่าอากาศยานนานาชาติคูเวต ส่วนการโจมตีที่มุ่งเป้าไปยังซาอุดีอาระเบียและยูเออีนั้นถูกสกัดกั้นเอาไว้ได้ โดยแหล่งข่าวไม่สามารถยืนยันพิกัดเป้าหมายที่แน่ชัดของการโจมตีในสองประเทศหลังนี้ได้” 

(Photo by AFP) 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์